
คิดอย่างไรคำว่า ‘รักไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน’
โดย...ลลิตา เสนีย์สถาพร
โดย...ลลิตา เสนีย์สถาพร
ชั้นปีที่ 3
คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
“เป็นเรื่องที่ดีแน่นอน เพราะทำให้เราทุ่มเทให้กับการเรียนเพียงเรื่องเดียว ไม่ต้องแบ่งเวลาหาเรื่องความรัก ที่เมื่อแบ่งผิดแล้วจะทำให้ผลการเรียนต่ำลง แต่ถ้าหากเรารู้จักแยกแยะแบ่งเวลาระหว่างความรักกับการเรียน ก็อาจทำให้ความรักนั้นเป็นแรงผลักดันทำให้เราตั้งใจเรียนก็ได้”
ลิเดีย คำมา
ชั้นปีที่ 3
คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
“เรื่องแบบนี้ก็แล้วแต่เราว่าเลือกคนรักแบบไหนด้วย ถ้ามีแฟนดีเขาก็สอนเรา พาเราใช้ชีวิตในทางที่ถูกและตั้งใจเรียนไปด้วย ดังนั้นประโยคดังกล่าวจึงใช้ไม่ได้กับทุกคนเสมอไป”
อัครนันท์ วงศ์ศรีนุกูล
ชั้นปีที่ 4
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
“เรียนแบบไม่มีความรักก็ดีไปอีกแบบหนึ่ง เพราะไม่มีเรื่องว้าวุ่นให้กวนใจยามเรียน ซึ่งอาจจะมีเรื่องอื่นมาแทนที่ก็เป็นได้ ถึงจะมีความรักระหว่างเรียนก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร อยู่ที่การจัดการของแต่ละคน เพราะถึงไม่มีรัก แต่เรียนแย่ ยังไงมันก็แย่อยู่ดี”
ชีวาพร อภิรักษ์พนาเขต
ชั้นปีที่ 4
วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ
“ฟันธงไม่ได้ว่ามันดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับแต่ละคนมากกว่า ถ้าไม่สุดโต่งไปกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนมากเกินไป ชีวิตก็จะมีความสมดุลในทุกด้านทั้งความรักและการเรียน”
พรพฤกษา นาควรรณ
ชั้นปีที่ 1
คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
“เป็นเรื่องที่ไม่จริง เพราะหากเรามุ่งแต่เรียนมากจนเกินไปก็จะทำให้เราเครียด และเป็นกังวลจนอาจจะเรียนได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ความรักนั้นอาจจะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้เรามีกำลังใจในการเรียนมากขึ้นก็ได้”







