
รักแท้มีอยู่จริงไหม? รักแท้คืออะไรกันแน่?
คุณเคยลองตั้งคำถามเหล่านี้กับตัวคุณเองบ้างไหมครับ สำหรับผม มันเป็นคำถามที่ผมเอาไว้ใช้ถามตัวเองอยู่ตลอดทุกช่วงวัย
โดย... จตุรภัทร หาญจริง
คุณเคยลองตั้งคำถามเหล่านี้กับตัวคุณเองบ้างไหมครับ สำหรับผม มันเป็นคำถามที่ผมเอาไว้ใช้ถามตัวเองอยู่ตลอดทุกช่วงวัย และคำตอบที่ผมมักจะได้รับก็มักจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ตามสภาพปัจจัยแวดล้อม และประสบการณ์ความรักที่ผมได้รับ
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็คือ ความรักที่เรามีให้ต่อ “งาน” มันคือ รักแท้เสียยิ่งกว่าแท้ และมันก็เป็นรักแท้ที่มีอยู่จริง
นี่คือสัจจะความจริงที่เป็นดั่งหลักคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ยิ่งเรารักงานมากเท่าไร งานก็จะยิ่งรักเรามากขึ้นเท่านั้น ต่อให้คนทั้งโลกทำให้เราอกหักผิดหวังมากมายเพียงใด แต่งานไม่เคยทำให้เราเจ็บช้ำน้ำใจ กลับจะส่งเสริมให้เราก้าวไปสู่จุดที่ดีขึ้นกว่าเดิม (กรณีนี้ไม่เกี่ยวกับคนในที่ทำงาน คนเหล่านี้มักทำให้เราผิดหวัง อกหัก และเจ็บปวดใจได้อยู่เสมอๆ)
หากคุณไม่เชื่อในสัจจะความจริงข้อนี้ คุณลองมาพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองกับผมดูสักตั้งดีไหมครับ ผมท้าให้คุณเริ่มต้นรักงานตั้งแต่ตอนนี้เลย (แม้งานที่ทำจะเป็นงานที่ชอบหรือไม่ จะใช่หรือทำเพื่อให้ผ่านพ้นไปวันๆ ก็ขอให้คุณลองรักงานด้วยการทุ่มเทกับมัน ใส่ใจกับมัน ให้เวลากับมัน จัดสรรมันให้ลงตัวที่สำคัญที่สุด ไม่นอกใจมัน แต่ยิ้มให้กับทุกวันเวลา) ผมเชื่อว่า การเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่คุณจะได้พิสูจน์ความจริงว่า งานเท่านั้นที่เป็นรักแท้ที่มีอยู่จริง และไม่เคยทำร้ายเราให้เจ็บช้ำหัวใจ
ในชั้นเรียนวิชาการเขียนด้วยภาษาอังกฤษ ที่ผมหาเวลาว่างอันน้อยนิดไปร่ำเรียนเพื่อเพิ่มพูนทักษะและปัญญา Mr.John Beta ครูผู้สอน ผู้ซึ่งมีทักษะการสอนที่ดีเยี่ยม อีกทั้งยังใส่ใจและให้อารมณ์ขันกับลูกศิษย์อยู่เสมอเขาคนนี้ถือเป็นครูคนหนึ่งที่ผมเห็นได้ว่า เขารักในงานที่เขาทำ งานจึงทำให้เขายิิ้ม หัวเราะ และมีความสุขกับลูกศิษย์ของเขาได้อยู่เสมอ
วันหนึ่ง เขาให้นักเรียนในชั้นเรียนเขียนบทความย่อหน้าสั้นๆ ในหัวข้อ“Important Qualities of Good Employees” ด้วยเวลาที่มีเพียงจำกัด ผมจึงเขียนตามสัจจะความจริงดั่งที่ผมกล่าวมาตั้งแต่ตอนต้น ซึ่งมันเป็นสัจจะความจริงที่ผมค่อยๆ เรียนรู้และค้นพบมาตั้งแต่ตอนที่ผมเริ่มเขียนหนังสือเมื่อตอนอายุ 14 ปี จนผมได้มีหนังสือเป็นของตัวเอง จนผมได้ทำงานประจำจนผมลาออก แล้วทำงานรับจ้างอิสระ จนผมได้กลับเข้ามาทำงานประจำเป็นผู้สื่อข่าวเช่นทุกวันนี้
ในบทความสั้นๆ นั้น มันมีคำว่า if มากมายเสียจนผมได้เรียนรู้ว่า ถ้าเราปล่อยให้ชีวิตมีแต่คำว่า ถ้า... โดยไม่คิดลงมือทำอะไร แล้วเมื่อไหร่เราถึงจะได้พบเจอความสุขและความสำเร็จจากการทำงาน ที่เป็นดั่งรักแท้ที่มีอยู่จริง
รู้อย่างนี้แล้ว
ลงมือทำเลยดีไหมครับ
ผมกำลังท้าทายคุณอยู่...รู้ตัวไว้ด้วย
ปล. อย่าถือสาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษของผมเลยนะครับ ผมยังเป็นแค่เด็กนักเรียนหัดเขียน ที่ตั้งใจอยากสื่อสารสิ่งที่เป็นสัจจะความจริงสู่เพื่อนมนุษย์ทั่วทุกมุมโลกก็แค่นั้น







