
วันจันทร์ ต้องเป็นวันเริ่มต้นที่ดี
โดย...โยโมทาโร่
โดย...โยโมทาโร่
หลายคนอาจเบื่อหน่ายวันจันทร์ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นการทำงานของสัปดาห์ หลังจากหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่รู้ไหมว่าเราสามารถทำวันจันทร์ให้เป็นวันที่ดีที่สุดด้วยการวางแผนการอ่านหนังสือและทำงานส่งอาจารย์ตลอดทั้งสัปดาห์
ผู้บริหารระดับสูงในหลายๆ บริษัทต่างบอกเคล็ดลับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพข้อหนึ่งที่ตรงกันคือ ทุกเช้าวันจันทร์ก่อนออกจากบ้านพวกเขาจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อดูว่ามีอะไรบ้างที่ต้องทำให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้จากตารางนัดหมาย เรื่องง่ายๆ ที่หลายคนมักมองข้าม และเรามี 5 เทคนิค ที่ช่วยให้น้องๆ สามารถวางแผนการเรียนของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพดังนี้
1.ขอเวลาแค่ 15 นาทีแรกของวัน
เป็นเวลาสั้นๆ ที่เราสามารถหยิบตารางเรียนของเทอมมาดูว่าในแต่ละวันจะต้องเรียนที่ไหน อย่างไร และต้องทำการบ้านหรืองานกลุ่มส่งอาจารย์วันไหนบ้าง ซึ่งโชคดีอยู่อย่างหนึ่งว่า สมัยนี้น้องๆ สามารถโน้ตเตือนทุกอย่างลงในสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ซึ่งช่วยทำให้การดูตารางการเรียนนั้นง่ายขึ้น
2.แผนการเรียนที่ดีควรมีความคล่องตัว
คงไม่มีใครชอบระบบการทำงานที่มีความเคร่งเครียดมากเกินไป การวางแผนงานควรเผื่อเวลาในการยืดหยุ่นและพักตัว ไม่ควรจัดตารางจนดูแน่นตลอดทั้งวัน เช่น หลังเลิกเรียนคาบเช้าก็ต่อด้วยการอ่านหนังสือ 1 ชั่วโมง ทานข้าว 1 ชั่วโมง หรือจัดตารางเป็นชั่วโมงต่อชั่วโมงจนถึงเวลาเข้านอน ซึ่งในชีวิตจริงคงมีน้อยคนนักที่จะทำได้เราควรปล่อยฟรีไทม์ระหว่างกิจกรรมอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้สมองได้พักตัวจากการรับความรู้จากวิชาที่แล้วเพื่อพร้อมรับสำหรับการเรียนวิชาใหม่ และมีอย่างน้อยๆ 1 วัน/สัปดาห์ ที่สามารถทำสิ่งที่อยากจะทำนอกเหนือจากเรื่องเรียน
3.โน้ตลงบุ๊กทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายทันที
หลายครั้งที่เรามักจะลืมนัดหมายเพราะไม่ได้จดลงสมุด ดังนั้นเมื่อเราได้รับมอบหมายงานจากอาจารย์ จึงควรจดลงสมุด รวมทั้งพิมพ์โน้ตไว้ในสมาร์ทโฟน พร้อมกำหนดวันเวลาทำงานให้เสร็จในทันที หากทำเป็นประจำจะช่วยในเรื่องการวางแผนสัปดาห์ต่อสัปดาห์ได้ดีมาก และเราจะไม่สับสนว่าควรทำอะไรก่อนหรือหลัง
4.แผนระยะสั้นและยาว
การวางแผนแบ่งเวลาอย่างง่ายๆ ได้ 2 ระดับ คือ แผนระยะสั้น และแผนระยะยาว ซึ่งเราควรวางแผนระยะยาวก็คือเป้าหมายของผลการเรียนแต่ละเทอมควรตั้งให้ชัดเจนก่อนว่าเราต้องการเป้าของผลการเรียนการสอบเป็นเท่าไหร่ จากนั้นมาดูแผนระยะสั้น ซึ่งก็คือการแบ่งเวลาในการอ่านหนังสือ ทำการบ้าน เพื่อให้ผลคะแนนไปถึงเป้าหมายนั่นเอง แต่ทั้งนี้การวางแผนเป็นเรื่องของการคาดคะเนอนาคต เราจึงควรกำหนดเป้าหมายอย่างคร่าวๆ และคิดแผนสำรองเผื่อไว้กรณีฉุกเฉินเสมอ
5.การวางแผนการเรียนที่ดีควรทำอย่างสม่ำเสมอและมั่นคง
แผนจะไร้ประโยชน์หากเราไม่ทำตามแผน ในชีวิตจริงเราทุกคนมีโอกาสที่จะเจอปัญหาใหม่ๆ เข้ามาให้เราไม่สามารถทำตามแผนได้เสมอ เช่น ปัญหาระหว่างเพื่อน ครอบครัว อาจารย์ อุบัติเหตุ หรือแม้กระทั่งวินัยอันหย่อนยานของตัวเราเอง จึงควรระลึกไว้เสมอว่าแผนการเรียนคือเส้นทางเดินคร่าวๆ ที่เรากำหนดไว้ อาจจะมีเดินหลุดนอกเส้นทางไปบ้าง แต่ควรกลับมาทำตามแผนอย่างสม่ำเสมอให้มากที่สุด เพื่อกลับมาอยู่ในเส้นทางสู่เป้าหมายผลการเรียนที่ฝันไว้







