posttoday
เหตุเกิดเมื่อคุณมีเด็ก

เหตุเกิดเมื่อคุณมีเด็ก

08 กุมภาพันธ์ 2558

วันนี้หนูดีขอมาแชร์โลกที่เปลี่ยนไปสำหรับคนที่เลือกจะมี “เด็กเล็กๆ”​ ในชีวิตนะคะ

โดย...หนูดี-วนิษา เรซ

วันนี้หนูดีขอมาแชร์โลกที่เปลี่ยนไปสำหรับคนที่เลือกจะมี “เด็กเล็กๆ”​ ในชีวิตนะคะ สำหรับหนูดีแล้วสิ่งนี้คือ ความเป็นครูและหน้าที่ “เจ้าของโรงเรียน” ​แต่สำหรับหลายๆ คนคือการตัดสินใจที่จะเป็นพ่อคนแม่คน ซึ่งนับเป็นอาชีพที่ต้องทำกันตลอดเวลา 24 ชั่วโมง 365 วันต่อปี และคงไม่มีวันลาออกได้จนตลอดชีวิต แต่หลายๆ คนก็เลือกที่จะมีลูกหรือจะเป็นครู

มาดูกันสิว่าตัวเลือกนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตคุณไปอย่างไร...

คุณจะรู้สึกว่าตัวเองโรคจิตขึ้น! - ข้อนี้หนูดีพบว่าแทบทุกคนเป็นเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือครู เราจะเริ่มมองเห็นมุมโต๊ะคมๆ ที่ตอนไม่มีเด็กเราไม่เคยสังเกต เพราะเราเดินหลบหลีกได้สบายจนไม่ต้องเก็บมาคิด แต่ตอนนี้ละ เราจะสังเกตเลยว่ามุมคมมันอยู่ระดับหัวเด็กของเราพอดีและมันพร้อมจะเจาะหน้าผากแบบได้เลือดกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะเด็กเล็กวัยกำลังวิ่งกำลังเล่นที่พอเล่นเพลินทีไรไม่เคยสนใจสภาพแวดล้อมรอบตัวและได้เจ็บตัวทุกที ตัวหนูดีเองเวลาเดินเข้าห้องไหนหรือเข้าตึกไหน สายตาเราจะกวาดไปเองโดยอัตโนมัติ เห็นมุมคมของโต๊ะ เห็นบันไดที่ไม่มีราว เห็นขอบหน้าต่างชั้นสองที่เตี้ยผิดปกติ เห็นกองน้ำที่หกอยู่บนพื้น และอีก ฯลฯ ที่สมองของเราจะส่งสัญญาณอันตรายว่า เด็กหกล้ม เด็กตกตึก เด็กต้องเย็บแผล เด็กตกบันได! แค่ข้อนี้ข้อเดียวก็ทำให้เรารู้สึกประหลาดกว่าผู้ใหญ่คนอื่น (ที่ไม่มีลูก) ที่พอได้ยินเราพูดแบบกังวลๆ ก็จะหันมาทำหน้าเซ็งบอกว่า “โรคจิต” (ก็จิตจริงๆ จ้า จิตและนอยด์ ยอมรับ)

ตื่นเช้าผิดปกติและกว่าจะเข้านอนได้คือทุกอย่างต้องเรียบร้อย - จากคนเคยตื่นสายอย่างไรก็ได้และเข้านอนกี่โมงตามใจฉัน บ้านจะรกอย่างไรไม่เป็นปัญหา ฉันเห็นคนเดียว แต่เมื่อมีลูก ไม่อยากตื่นก็ต้องตื่น แถมพอลูกเริ่มเข้าโรงเรียนนอกจากต้องตื่นเช้าขึ้นเพื่อไปส่งแล้ว ยังต้องตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าอีกด้วย

หลายบ้านตอนโสดตื่นสิบโมงวันหยุด แต่พอมีลูกบางครั้งตีห้าต้องลุกแล้ว (เช้าวันอาทิตย์นะเออ) และในวันไปโรงเรียนแม้จะขึ้นรถโรงเรียนก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้พ่อแม่ตื่นสายได้ (ยกเว้นฝากใครดูแทน) เพราะหากเด็กไม่พร้อม รถมาจอดรอหน้าบ้านแล้วเด็กขึ้นไม่ได้ (รถนักเรียนมักรอไม่ได้ เพราะต้องรีบไปรับเด็กบ้านต่อไปให้ทันเวลา) พ่อแม่ก็จะต้องขับรถไปส่งเอง ส่งผลให้ไปทำงานสายในวันนั้นๆ ส่วนคนเป็นครูชีวิตไม่ต่างกัน เด็กเข้าเรียนแปดโมงเช้า ครูต้องมาถึงโรงเรียนเพื่อเตรียมการต่างๆ ไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านั้น เมื่อเด็กกลับแล้วอยู่เก็บงานอีกไม่ต่ำกว่าหนึ่งถึงสองชั่วโมง ดังนั้นประโยคโบราณที่บอกว่า “ตื่นก่อนนอนทีหลัง” นั้น ในปัจจุบันไม่ได้ใช้กับสามีภรรยาอีกต่อไป แต่น่าจะใช้กับพ่อแม่ลูกและครูมากกว่าค่ะ

ย้อนไปนึกถึงตอนเราเด็กบ่อยๆ และมีคำพูดติดปากว่า “ทำไมตอนเราเด็กไม่มีแบบนี้” - เด็กน้อยที่กำลังเติบโตตอนนี้ทั้งโชคดีและโชคร้ายไปพร้อมๆ กัน และมีชีวิตที่ต่างจากรุ่นพวกเราแบบเห็นได้ชัดเจน เช่น พวกเขาเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้เขาได้เล่นเกมออนไลน์​สนุกๆ แต่มันก็มาพร้อมงานวิจัยว่าการอยู่กับหน้าจอเยอะส่งผลเสียกับสมอง พวกเขามีโอกาสน้อยกับการเล่นในสวน กระโดดข้ามท้องร่อง เล่นโป้งแปะ เล่นกะลา ฯลฯ แต่สิ่งที่มาทดแทนคือ กิจกรรมคูลๆ เช่น คุกกิ้งคลาส การเรียนยิมนาสติก เทควันโด เล่นบอล บินไปเที่ยวต่างประเทศกับพ่อแม่ ไปเข้าซัมเมอร์แคมป์ภาษาอังกฤษ​ ฯลฯ ​มีอะไรมากมายให้เด็กรุ่นนี้ได้ทำ รวมถึงการเรียนการสอนแบบใหม่ๆ ที่ดูน่าสนุก แถมมาด้วยภาษาจีน เกาหลี ญี่ปุ่น นอกเหนือจากภาษาอังกฤษแบบเดิมๆ ของรุ่นเรา ดังนั้นประโยคติดปากเวลาเราได้เห็นลูกหรือเห็นนักเรียนมีกิจกรรมเจ๋งๆ ที่เราอด (เพราะเราเกิดเร็วไป...หลายสิบปี)​ เราก็มักจะหลุดปากว่า “สมัยเราไม่เห็นมีเลยยยย” คนเป็นกันเยอะค่ะ

คุณจะอยากเป็นคนดีขึ้น - ตรงนี้เกิดขึ้นกับคนจำนวนมาก เราไม่ได้อยากสร้างภาพต่อหน้าเด็กว่าเราเป็นคนดีเพื่อให้เราดูดีหรืออะไร แต่ทั้งหมดเป็นไปก็เพื่อพวกเขา เพราะเรารู้ดีว่าสมองเด็กเรียนรู้จากการลอกเลียนแบบ ดังนั้นอะไรที่เคยทำมาก่อนมีพวกเขาและเรารู้ว่าไม่ดี เราก็ไม่อยากจะทำ ตั้งแต่เรื่องง่ายๆ แบบนิสัยติดดื่มน้ำอัดลม ทานอาหารขยะ ไปจนถึงการไม่ออกกำลังกาย การทิ้งของรกเต็มบ้าน ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ เช่น การเป็นคนพูดจารุนแรง ใช้อารมณ์​ทำงานแบบไม่วางแผนอนาคต ไม่ใกล้ชิดผู้ใหญ่ (พอพ่อแม่เรากลายเป็นตายายและปู่ย่า เราก็มักใกล้ชิดท่านมากขึ้นกว่าตอนเราโสด) และสำหรับคนเป็นครู เราย่อมมีหน้าที่ “สอนให้เด็กเป็นคนดี” ทุกวันที่พร่ำสอนเด็กไปเราก็สอนตัวเองด้วยเช่นกัน ทั้งเรื่องการมีไลฟ์สไตล์ที่ดีกับสมองและสุขภาพ ทั้งเรื่องระบบระเบียบของชีวิต สังเกตว่าคนเป็นครูจะมีระเบียบชีวิตมาก ดูเป็นคนดีๆ ไม่ใช่เพราะเราเกิดมาเจ้าระเบียบหรอกค่ะ แต่เพราะหากคุณต้องดูแลเด็กหกขวบยี่สิบห้าคนวันละแปดชั่วโมง คนนั้นหิว คนนี้อยากเข้าห้องน้ำ คนนั้นแย่งของเพื่อน อีกคนมีคำถามโจทย์คณิตศาสตร์ ...คุณจะรู้เลยว่า สิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตคุณได้คือ การทำตัวเป็นคนมีวินัยและการจัดระเบียบสังคม

คุณจะยิ้มบ่อยขึ้นมากๆ แม้จะเหนื่อยแทบขาดใจ - ใครที่อยู่ใกล้เด็กเราจะอดยิ้มและหัวเราะเต็มเสียงไม่ได้ ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า โลกนี้มันช่างสดใหม่สำหรับพวกเขาเหลือเกิน และเขายังไม่เข้าใจมันเต็มร้อย ดังนั้นพวกเขาจะมีคอมเมนต์ให้เราได้ขำแสนขำตลอดเวลา และนี่ยังไม่นับ
รวมความรักเต็มๆ ที่พวกเขามอบให้เราแบบไม่กั๊ก (เพราะยังเด็ก กั๊กไม่เป็น ไม่รู้ว่าพอโตแล้วรักแบบไม่กั๊กมันอาจทำให้เจ็บมาก) คนเป็นพ่อแม่และครูจึงได้รับความรักใสๆ ทุกวันจนหัวใจเราแน่นและเต็ม

หลายๆ คนกลัวการเป็นพ่อแม่และคิดว่าอาชีพครูนั้นเหนื่อยและหนักเกินไป แต่จริงๆ แล้วการมีเด็กในชีวิตทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไป แถมส่วนใหญ่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นและมีความสุขขึ้นด้วย ใครบอกไม่เข้าใจ ต้องเจอเองแล้วจะเข้าใจปิ๊งเลยค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท