posttoday
สัมปทานปิโตรเลียมรอบ21กับการเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตไทย

สัมปทานปิโตรเลียมรอบ21กับการเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตไทย

07 กุมภาพันธ์ 2558

เฟซบุ๊ก รสนา โตสิตระกูล

เฟซบุ๊ก รสนา โตสิตระกูล

"สัมปทานปิโตรเลียมรอบ21กับการเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของไทย"

ได้ฟังข่าวเย็นวันนี้( 5ก.พ2558) ว่ากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ประกาศจะมีการสงวนสิทธิแปลงสัมปทาน3แปลงที่มีศักยภาพที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงแหล่งบงกชและแหล่งเอราวัณที่เป็นแหล่งผลิตก๊าซขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยว่า จะขอสงวนสิทธิเปลี่ยนไปใช้ "ระบบแบ่งปันผลผลิต" ( Production Sharing Contract) ในอนาคตเมื่อมีการแก้ไขกฎหมาย โดยจะให้สัมปทานไปก่อนในการเปิดสัมปทานรอบที่21 ที่รัฐบาลยังคงยืนหยัดจะเปิดรับการขอสัมปทานในวันที่18ก.พ2558นี้

สิ่งที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติประกาศนั้น น่าจะเป็นคำลวงเพื่อลดกระแสการต่อต้านการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่21จากประชาชนทั่วสารทิศหรือไม่? พ.ร.บปิโตรเลียม2514 บัญญัติไว้ชัดเจนว่าเอกชนที่จะมาสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศต้องได้สัมปทานจากรัฐเท่านั้น การอ้างว่าจะเขียนข้อสงวนสิทธิเพื่อขอเปลี่ยนแปลงจากระบบสัมปทานไปเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต จะเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายที่ระบุว่าต้องใช้ระบบสัมปทานเท่านั้นได้อย่างไร? และไหนๆคิดจะขอสงวนสิทธิแล้ว ก็แสดงว่ามีเจตนาจะแก้ไขกฎหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงเป็น "ระบบแบ่งปันผลผลิต" เหตุใดไม่แก้ไขกฎหมายเสียให้เสร็จก่อน ค่อยดำเนินการเปิดให้เอกชนมาขอสิทธิในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

พ.ร.บ ปิโตรเลียม 2514 มีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไขจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องที่สำคัญยิ่งประการหนึ่ง คือเรื่องการจัดการกับข้อพิพาทที่รัฐจะเพิกถอนสัมปทานเอกชน ปรากฎว่าในกฎหมายปิโตรเลียมที่ถูกออกแบบและเขียนโดยที่ปรึกษาฝรั่งอเมริกัน ทำให้รัฐสูญเสียอำนาจความได้เปรียบเหนือเอกชนในการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศ ในกฎหมายปิโตรเลียมกำหนดว่าหากมีข้อพิพาทที่รัฐจะเพิกถอนสัมปทานด้วยเหตุใดก็ตาม ต้องใช้ระบบอนุญาโตตุลาการ

ในสัญญาสัมปทานปิโตรเลียม20รอบที่ผ่านมา ในระยะแรกระบุไว้เพียงให้รัฐกับเอกชนตั้งอนุญาโตตุลาการฝ่ายของตนฝ่ายละคน และให้อนุญาโตตุลาการทั้ง2ฝ่าย ไปตกลงเลือกอนุญาโตตุลาการคนที่3 กันเอง แต่ในการเปิดสัมปทานรอบหลังๆได้ระบุว่า อนุญาโตตุลาการคนที่3ที่เป็นเสียงชี้ขาดนั้นให้ "ประธานธนาคารโลก" หรือ "ประธานศาลแห่งสมาพันธรัฐสวิส" เป็นผู้แต่งต้ัง การกำหนดเช่นนี้ย่อมทำให้เอกชนต่างชาติมีอำนาจเหนือรัฐบาล เพราะ2เสียงในอนุญาโตตุลาการย่อมเป็นฝ่ายของเอกชนต่างชาติ ดังที่เห็นอยู่เสมอว่ากรณีพิพาทที่รัฐบาลไทยมีกับบริษัทต่างชาติในระบบอนุญาโตตุลาการ รัฐบาลไทยเป็นฝ่ายแพ้และเสียค่าโง่มาโดยตลอด

ตามปกติแล้วระบบอนุญาโตตุลาการเป็นเรื่องที่ใช้กับทางธุรกิจ ถ้ารัฐบาลไทยไปกู้เงินต่างชาติ เขาก็มักจะบังคับให้รัฐบาลต้องใช้ระบบอนุญาโตตุลาการเพื่อคงความได้เปรียบของเขา ส่วนการให้สัมปทานปิโตรเลียม เป็นการที่ต่างชาติมาขุดสมบัติในบ้านเรา ควรแล้วหรือจะให้เขามามีอำนาจกำหนดเงื่อนไขกับเงิน และทรัพย์สินในกระเป๋าของเรา??

ในอดีตที่ประเทศไทยเคยเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตให้กับต่างชาติมาเป็นเวลานาน เป็นความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับประเทศ และบุรพกษัตริย์ไทยตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่5 เป็นต้นมาได้พยายามต่อสู้เพื่อปลดปล่อยบ้านเมืองให้ปลอดพ้นจากพันธนาการของต่างชาติในทางศาล จนมาประสบความสำเร็จหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงงานแรกของรัฐสภาไทย ที่สามารถยกเลิกการเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตทางศาลได้สำเร็จ มาวันนี้เรากลับสละอำนาจศาลไทยในการดูแลคุ้มครองประโยชน์บ้านเมือง ยังไม่ถึงเวลาอีกหรือที่รัฐบาลไทยจะรีบแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมที่ล้าหลัง ที่ทำลายประโยชน์บ้านเมือง เพื่อปลดล็อคพันธนาการ ที่ต่างชาติวางกลไก เงื่อนไขมาจัดการกับทรัพย์สินในกระเป๋าของเรา

สิ่งที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติแถลงเรื่องการสงวนสิทธิแปลงสัมปทาน3แปลงไว้เพื่อเปลี่ยนแปลงไปใช้ระบบอื่นจึงเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือกฎหมายปิโตรเลียมบัญญัติไว้ ถ้าไม่ใช่สิ่งที่กรมเชื้อเพลิงคิดมโนไปเองโดยไม่มีหลักกฎหมายรองรับ ก็น่าจะเป็นเพียงคำลวงเพื่อลดกระแสต่อต้านการเปิดสัมปทานรอบ21เท่านั้นกระมัง!?!

ที่มา : www.facebook.com/rosana.tsk

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท