
ช้างศึกหลังพิงฝา... ลุ้นชะตาปาฏิหาริย์
สัปดาห์นี้ขออนุญาตหลบทางให้กับฟุตบอลไทย เพราะวันเสาร์ที่ 7 ก.พ.นี้ ขุนพลช้างศึกต้องการกำลังใจเป็นอย่างยิ่ง
โดย...มิวโกโตะ
สัปดาห์นี้ขออนุญาตหลบทางให้กับฟุตบอลไทย เพราะวันเสาร์ที่ 7 ก.พ.นี้ ขุนพลช้างศึกต้องการกำลังใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากภารกิจพลิกชะตาครองแชมป์คิงส์คัพ ต้องลุ้นเหนื่อย 2 เด้ง
ไทย-เกาหลีใต้
สนาม : เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
ทีมชาติไทยอยู่ในสถานการณ์สุดลำบาก ภายหลังพ่ายอุซเบกิสถาน 2-5 ส่งผลให้เงื่อนไขลุ้นแชมป์ต้องพึ่งปาฏิหาริย์ อันดับแรกต้องลุ้นให้ฮอนดูรัสต้องไม่แพ้อุซเบฯ เพราะหากแพ้ไทยต้องยิง 4 ประตูขึ้นไป ถ้าทุกอย่างเป็นใจ 19.00 น. ต้องร่วมส่งกำลังใจให้ช้างศึกดับซ่าเกาหลีใต้ด้วยสกอร์ 2 ลูกขึ้นไป ซึ่งเป็นงานหินพอควร
“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ทราบดีถึงความยากลำบาก จึงรีบประกาศเรียกรวมพลทันทีหลังแพ้ เพื่อกล่าวปลุกใจแข้งรุ่นน้องให้รีบเรียกความมั่นใจและกลับมา วิ่งสู้ฟัดลุ้นแชมป์
“คนเราล้มได้แต่ต้องรีบลุก อย่านอนนาน พวกคุณลองมองดู ขนาดฟุตบอลแพ้ สื่อและแฟนบอลยังให้การสนับสนุนดีขนาดนี้ แล้วทำไมพวกคุณจะไม่ให้กำลังใจตัวเองลุกขึ้นมาสู้ หากเราแสดงความเต็มที่ในสนาม ถึงแพ้ก็ไม่มีใครอยากตำหนิ เกมสุดท้ายให้พยายามเรียกสติ อย่าผลีผลามบุก เพราะถ้าพลาดเท่ากับเสียประตู” ซิโก้ ปลุกใจแข้งช้างศึก
พร้อมกันนี้ อดีตดาวยิงตำนานหมายเลข 13 ได้เปรยว่า เกมวันสุดท้ายจะปรับทัพ 3-4 ตำแหน่ง หนึ่งในนั้นที่ชัวร์แล้วมี อดุลหละโสะ กัปตันทีมที่ฟิตพร้อมลงมาบัญชาเกมแดนกลาง แทนที่ สารัช อยู่เย็น และถอย ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลงมาช่วย ปกเกล้า อนันต์ปั้นเกมรุก และให้ ภิญโญ อินพินิจ เป็นกองหน้าแทน “กอล์ฟ” อดิศักดิ์ ไกรษร ที่เจ็บไหล่
“ตอนนี้ผมก็ฟิตเต็มร้อยแล้ว สำหรับผม คิงส์คัพถือเป็นรายการที่มีความหมายมาก เป็นถ้วยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เวลาของผมกับทีมชาติก็เหลือไม่มาก ผมจึงต้องการคว้าแชมป์รายการนี้มาครองให้ได้” อดุล กล่าว
ขณะที่ “เมสซีเจ” ชนาธิป ดาวเตะแนวรุกทัพช้างศึก รับสกอร์ที่ขาดลอยเสียถึง 5 ประตู ทำให้นักเตะเสียขวัญจริง แต่พอตื่นเช้ามาบรรยากาศในแคมป์กลับมากคึกอีกครั้ง หลังพี่ซิโก้แนะให้ใช้ความพ่ายแพ้ให้เป็นบทเรียน จากนี้ไปคงซ้อมแท็กติกให้มากขึ้น
อีกคนที่ส่อแววหลุดนัดชี้ชะตา คือ มิก้า ชูนวลศรี เซ็นเตอร์ฮาล์ฟลูกครึ่งไทย-เวลส์ เพราะ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ หายเจ็บพร้อมจับคู่กับสุทธินันท์ พุกหอม โดยมี นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ยืนวิงแบ็ก ขณะที่แผงรุกที่คาดประกอบด้วย ภิญโญ, เกริกฤกธิ์ ทวีกาญจน์ และ นูรูล ศรียานเก็ม
ด้านทีมโสมขาวเก็บครบ 6 คะแนนเต็ม มีลุ้นคว้าแชมป์มากที่สุดเพราะแมตช์สุดท้าต้องการเพียงผลเสมอก็เพียงพอคว้าแชมป์ ซึ่งซอยมินซิค เฮดโค้ชเกาหลีใต้ รู้ดีถึงเงื่อนไขนี้ จึงพร้อมใช้จุดแข็งลงต่อกร โดยจะเน้นเก็บบอลและแพ็กแนวรับให้แน่นเพื่อรอจังหวะสวนกลับ
ขณะที่ขุมกำลังที่ไทยต้องระวัง คือ ลีซางมิน และ ลีวูยอค 2 แนวรุกจอมพลิ้วที่สามารถไปกับบอลได้ดี สำหรับสถิติการเจอกันในอดีต 53 ครั้งที่พบกัน ไทยชนะเพียง 8 ครั้้ง เสมอ 9 ครั้ง และแข้งแดน
กิมจิชนะถึง 36 ครั้ง
ความน่าจะเป็น : ไทยได้บทเรียนมาแล้ว เกมนี้คงไม่พับสนามบุก คงเน้นเคาะตามช่องเพื่อรอจังหวะจบ ขณะที่เกาหลีใต้มีมาตรฐานการเล่นเยี่ยม ผู้เล่นทุกคนสามารถเอาตัวรอดที่แคบได้ ซึ่งถ้ามองเป็นกลางแมตช์นี้อย่างดีแค่เสมอ
สกอร์ที่คาด : เสมอ 1-1







