posttoday
ดึงดูดและรักษาพนักงานต่างวัย ให้พอใจทำงาน

ดึงดูดและรักษาพนักงานต่างวัย ให้พอใจทำงาน

02 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...รศ.ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข

โดย...รศ.ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข

อนาคตนับแต่นี้ไปของไทยและหลายประเทศทั่วโลก ที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะได้พบกับสภาพแวดล้อมในองค์กรที่มีพนักงานต่างวัยทำงานด้วยกันมากขึ้น กล่าวคือจะมีพนักงานรุ่นหลานที่อายุต่ำกว่า 20 ปีทำงานร่วมกับคนวัยพี่ป้าน้าอา พ่อแม่และปู่ย่าตายายวัยกว่า 60 ปี เพราะความที่อัตราการเกิดลดลง ทำให้เรามีประชากรวัยทำงานที่ยังหนุ่มสาวน้อยลง เราก็เลยต้องจ้างพนักงานวัยเกินหกสิบให้ทำงานต่อไป และยังต้องไปดึงตัวประชากรวัยเยาว์ที่ยังศึกษาอยู่ให้เข้าสู่ตลาดแรงงานเร็วขึ้น ซึ่งมองในแง่ดีก็ไม่เห็นจะแปลก แถมยังมีส่วนดีมีประโยชน์ที่องค์กรจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ความรู้จากพนักงานหลากวัยได้ครบถ้วน

ยกตัวอย่างเช่น สามารถออกแบบสินค้าและบริการที่ถูกใจลูกค้าต่างวัยมากขึ้น สามารถทำการตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าต่างวัยได้ดีขึ้น เป็นต้น อย่างไรก็ตามมีเงื่อนไขอยู่ที่ว่าพนักงานต่างวัยต้องเป็นบุคลากรที่สมบูรณ์แข็งแรง มีความรู้ ทักษะและประสบการณ์ที่ทันสมัยอย่างพอเพียงก็แล้วกัน

เราคงเคยได้ยินได้ฟังการวิเคราะห์นิสัย บุคลิกภาพ ความเชื่อ ความชอบและไลฟ์สไตล์ของบุคลากรวัยต่างๆ กันที่มีผลต่อแรงจูงใจและวิธีการทำงานของพวกเขามามากพอสมควร วันนี้มา “อัพเดท” (Update) ข้อมูลกันอีกครั้งว่าพนักงานต่างวัยทั่วโลกรวมถึงในอาเซียนมีความต้องการและความคาดหวังจากองค์กรนายจ้างอย่างไร เหมือนกันหรือแตกต่างกันในเรื่องใดบ้างเพื่อที่องค์กรจะได้ออกแบบกลยุทธ์ในการดึงดูด (Attract) และรักษา (Retain) พนักงานต่างวัยให้ได้ผลดียิ่งขึ้น จากรายงานของ The Economist Corporate Network 2015 พบว่า ในปี 2014 ที่ผ่านมาองค์กรต่างๆ ทั่วโลกได้ใช้กลยุทธ์ต่างๆ ในการดึงดูดและรักษาพนักงานระดับบริหารและผู้มีความชำนาญเฉพาะทางดังต่อไปนี้

- ให้การพัฒนาและฝึกอบรมในประเทศ (48%)

- ให้โอกาสได้สื่อสารพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูง (42%)

- มอบหมายอำนาจในการตัดสินใจและอิสระในการทำงานอย่างชัดเจน (41%)

-ให้โอกาสก้าวหน้าในงานอย่างชัดเจนเต็มที่ (39%)

- ให้เงินเดือนสูงกว่า (37%)

- ให้สิทธิประโยชน์หรือสวัสดิการอื่นๆ ที่ดีกว่า (33%)

- ให้การพัฒนาและฝึกอบรมในต่างประเทศ (31%)

- ส่งเสริมประชาสัมพันธ์ประโยชน์อื่นๆ ของการที่ได้ทำงานกับองค์กรที่มีแบรนด์มีชื่อเสียง เช่น บริษัทของตน (24%)

- จัดให้มีพี่เลี้ยง (Mentor) หรือโค้ช (Coach) หรือกิจกรรมสนับสนุนอื่นๆ เพื่อ
บูรณาการพนักงาน (23%)

- อื่นๆ (6%)

เมื่อได้เห็นภาพรวมของปัจจัยที่องค์กรใช้ในการดึงดูดและรักษาพนักงานทั่วโลกโดยทั่วไปแล้ว ลำดับต่อไปเรามาดูว่าพนักงานแต่ละช่วงวัยมองหาอะไรจากองค์กรนายจ้างกันค่ะ รายงานการสำรวจของบริษัท ทาวเวอร์ส วัตสัน เรื่อง “2014 Global Workforce Study-At a Glance” (การศึกษาเรื่องแรงงานของโลกปี 2014) ได้แจกแจงข้อมูลไว้ดังนี้

*= ปัจจัยดึงดูด (Attracting factor) / ** = ปัจจัยรักษา (Retaining factor)

อายุน้อยกว่า 30 ปี  1.ค่าตอบแทน/เงินเดือน* ** /2.ความมั่นคงในงาน * โอกาสก้าวหน้าในงาน** / 3.โอกาสก้าวหน้าในงาน* ระยะทางในการเดินทางไปทำงาน** /4.โอกาสในการพัฒนาฝึกอบรม* มีการบริหารระดับความเครียดในงานที่เหมาะสม** /5.ชื่อเสียงขององค์กรในฐานะนายจ้างที่ดี* ชื่อเสียงขององค์กรในฐานะนายจ้างที่ดี**

อายุ 30-39 ปี 1.ค่าตอบแทน/เงินเดือน* ** /2.ความมั่นคงในงาน* โอกาสก้าวหน้าในงาน** /3.โอกาสก้าวหน้าในงาน* ความเชื่อมั่นในผู้นำระดับสูง** /4.โอกาสในการพัฒนาและฝึกอบรม* ความสัมพันธ์กับหัวหน้างาน** /5.งานที่ท้าทาย* ระยะทางในการเดินทางไปทำงาน**

อายุ 40-49 ปี 1.ค่าตอบแทน/เงินเดือน* ** /2.ความมั่นคงในงาน* โอกาสก้าวหน้าในงาน** /3.โอกาสก้าวหน้าในงาน* ชื่อเสียงขององค์กรในฐานะนายจ้างที่ดี** /4.ชื่อเสียงขององค์กรในฐานะนายจ้างที่ดี* ความมั่นคงในงาน** /5.งานที่ท้าทาย* ความสัมพันธ์กับหัวหน้างาน**

อายุ 50 ปีขึ้นไป 1.ค่าตอบแทน/เงินเดือน*** /2.ความมั่นคงในงาน* ความเชื่อมั่นในผู้นำระดับสูง** /3.งานที่ท้าทาย* โอกาสก้าวหน้าในงาน** /4.ชื่อเสียงขององค์กรในฐานะนายจ้างที่ดี* ความมั่นคงในงาน** /5.โอกาสก้าวหน้าในงาน* ความสัมพันธ์กับหัวหน้างาน**

ได้เห็นกันจะแจ้งไปแล้วนะคะว่าพนักงานแต่ละวัยต้องการอะไรจากนายจ้าง เมื่อมองโดยรวมจะเห็นได้ว่าปัจจัยที่ใช้ดึงดูดและรักษาพนักงานนั้น หลายปัจจัยเป็นปัจจัยเดียวกัน และแม้พนักงานจะเป็นคนต่างวัย แต่พวกเขาก็มีความคาดหวังจากนายจ้างในเรื่องเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ มีความแตกต่างกันเล็กน้อยในเรื่องของลำดับเท่านั้น อาจกล่าวได้ว่ากว่า 90% ของปัจจัยสำคัญ

5 อันดับแรกที่พนักงานต่างวัยมองหาจากนายจ้างเป็นปัจจัยกลุ่มเดียวกัน มีเพียงปัจจัยในเรื่องของระยะเวลาในการเดินทางไปทำงาน และเรื่องการควบคุมระดับความเครียดของงานเท่านั้นที่พนักงานในวัยต่ำกว่า 30 ปีต้องการซึ่งแตกต่างไปจากกลุ่มอื่นๆ

จะว่าไปก็ง่ายสำหรับนายจ้างที่จะออกแบบแพ็กเกจข้อเสนอต่างๆ (Employee Value Proposition หรือ EVP) ที่ดึงดูดใจให้กับพนักงานต่างวัย เพราะมีปัจจัยอยู่ 5-6 ปัจจัยที่ควรคำนึงถึง ส่วนจะให้น้ำหนักกับปัจจัยตัวไหนมากน้อยเพียงใดก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายขององค์กรกันเอง ทั้งนี้บทเรียนที่เราได้เรียนรู้จากรายงานการสำรวจของสองสำนักนี้ ก็คือ พนักงานต่างวัยที่ทำงานในองค์กรเดียวกันอาจมีประสบการณ์ความรู้ วิธีคิด วิธีทำงาน วิถีการดำเนินชีวิต (Lifestyle) ที่แตกต่างกัน แต่เมื่อพูดถึงสิ่งจูงใจที่ทำให้พวกเขาอยากทำงานและพอใจที่จะอยู่กับองค์กร พวกเขามีความต้องการที่แทบจะไม่แตกต่างจากกันเลย

แรกเริ่มก็ต้องว่ากันด้วยเรื่องเงินที่เป็นแก้วสารพัดนึกในการซื้อหาปัจจัย 4 มาดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานก่อน แต่เมื่อเรื่องเงินและความมั่นคงของที่มาของรายได้ไม่เป็นปัญหา มนุษย์เราก็เริ่มมองหาสิ่งอื่น ได้แก่ โอกาสในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองให้เติบโตได้เต็มศักยภาพที่ตัวเองมี อยากก้าวหน้าในงาน ไม่อยากย่ำอยู่กับที่ อยากได้หัวหน้างานที่ดีที่ถือเป็นแบบอย่างได้ มีงานที่ท้าทายมีความหมายเพื่อได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่งานก็ต้องไม่หนักและเครียดเกินไปจนเบียดบังการมีคุณภาพชีวิตส่วนตัวที่ดีกับครอบครัว

ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนสำหรับความต้องการของมนุษย์เงินเดือน แต่น่าประหลาดใจที่นายจ้างหลายองค์กรไม่สามารถจัดให้ได้ ทั้งๆ ที่เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา วันหน้าเราเห็นจะต้องมาคุยกันสักหน่อยว่าทำไมนายจ้างจึงไม่สามารถสร้าง EVP ที่โดนใจพนักงานได้นะคะ

ข่าวล่าสุด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด