
ศิลปะหมูๆ
ทุกชิ้นแต่งแต้มด้วยสีแรงฤทธิ์ให้อยู่ในอิริยาบถหมูที่ไม่ต่างกับคน น่ารัก น่าขัน แต่มองอีกด้านก็มีความฟุ้งฝัน เวอร์ๆ เกินความพอดีเป็นการจิกกัดสังคมบริโภคนิยมแบบอ้อมแอ้ม
ทุกชิ้นแต่งแต้มด้วยสีแรงฤทธิ์ให้อยู่ในอิริยาบถหมูที่ไม่ต่างกับคน น่ารัก น่าขัน แต่มองอีกด้านก็มีความฟุ้งฝัน เวอร์ๆ เกินความพอดีเป็นการจิกกัดสังคมบริโภคนิยมแบบอ้อมแอ้ม
โดย...วิชช์ญะ ยุติ
อู๊ดอู๊ด เอ! เสียงนี้คุ้นหูจังเลย
ระหว่างเดินเตร่อยู่แถวๆ โรงหนังลิโด้ สยามสแควร์ ใจก็ลอยนึกไปถึงว่าใครนะช่างกล้ามาเลียนทำเสียงได้คล้ายเจ้าหมูน้อยซะจริงๆ
เจอแล้วครับ แถมยังจับได้คาคอก อูย!!! ไม่ใช่ จับได้คาแกลเลอรี เขาคนนั้นรูปพรรณเป็นกระทาชาย หุ่นสูงใหญ่ แต่ค่อนไปทางเด็กสมบูรณ์นิดๆ สีผิว ไม่ดำไม่ขาว ดีกรีความหล่อน่ะเหรอ อาจจะน้อยกว่าโฆษก ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เสธ.ไก่อู (?!?)
เมื่อกระเถิบไปชะเง้อดูใกล้ๆ เห็นเขากำลังยืนยิ้มพริ้มๆ ราวกับปลื้มใจอะไรสักอย่าง เราเฝ้าสังเกตการณ์สักพัก พอสบโอกาสจึงขอเข้าแสดงตัว
“ครั้งแรกครับสำหรับนิทรรศการเดี่ยว ที่ผ่านมาจะเป็นนิทรรศการกลุ่ม แจมกับคนอื่นไปเรื่อย ที่เหลือก็เป็นงานประกวด” เขาเล่าด้วยทีท่าตื่นเต้นเล็กๆ
“ชัยณรงค์ กองกลิ่น” หรือ “อะเมซอน” ก้าวสู่การเป็นศิลปินเต็มตัว ภายหลังจบปริญญาตรี จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันต่อปริญญาโทที่คณะเดิม) ด้วยผลงานที่เขาออกตัวว่า สบายๆ ไม่ซับซ้อน ผ่อนคลาย ไม่ซีเรียส
“อยากให้คนดูสนุกครับ ไม่อยากให้ทุกคนเครียด ผมก็เลยพยายามจะทำอะไรที่มันค่อนข้างสนุกๆ เพื่อเป็นการผ่อนคลายบรรยากาศหลังบ้านเราตึงเครียดมานาน”
สิ่งที่ชัยณรงค์นำมาสื่ออารมณ์สนุกสนาน โดยสะท้อนผ่านภาพเขียนสีน้ำมันสีสันสดใสจัดจ้าน และบางส่วนเป็นงานประติมากรรมเซรามิก นั่นคือ “หมู” สัตว์ที่หลายคนเลิฟ แต่อีกหลายคนกลับยี้ ขณะที่ศิลปินเองดูจะแฮปปี้เอามากๆ ด้วยว่าเขากับน้องหมูผูกพันกันมายาวนาน ถึงขั้นตัดกันไม่ได้ ขายกันไม่ขาด
“ผมกับหมูนี่เหมือนเพื่อนสนิทเลยนะครับ มันเป็นสมาชิกในครอบครัวของผมไปแล้ว เพราะบ้านผมเลี้ยงหมู เด็กๆ ผมโตมากับหมู ให้อาหาร อาบน้ำ ทำหมดแหละ คลุกคลีกับมันจนกลายเป็นความผูกพัน บางคนอาจจะคิดว่าหมูเป็นสัตว์สกปรก แต่ผมว่ามันน่ารักและบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์นะ ยิ่งถ้าได้อยู่ใกล้กับมัน ต้องหลงรักในนิสัยใจคอของมันแน่นอน”
ไม่แปลกหาก (ลูกชาย) เจ้าของฟาร์มหมู อ.วังสะพุง จ.เลย จะสานต่อสายใยระหว่างเขากับน้องหมูและมาหยุดที่งานศิลปะชุด “Oud Oud” หรือ “อู๊ด อู๊ด”
“ตอนแรกกะจะใช้ชื่อ จุ๊กมุก ซึ่งเป็นภาษาถิ่นบ้านผม แปลว่า คนอ้วน แต่กลัวคนอื่นไม่เข้าใจ ก็เลยนึกถึงเสียงหมูร้อง อู๊ด อู๊ด นี่แหละ น่าจะเข้าใจและมีความเป็นสากลด้วย”
“Oud Oud” สะท้อนภาวะการยั่วล้ออารมณ์กึ่งเล่นกึ่งจริง แฝงความเฮฮาและความเสียดสีลงตัวกันอย่างกลมกลืน โดยบางชิ้นเขาปิ๊งไอเดียจากผลงานศิลปินก้องโลก เช่น โคลด โมเนต์ ลีโอนาโด ดาวินชี แล้วแปลงเป็นเสียงหัวเราะสไตล์ของเขา
ทุกชิ้นแต่งแต้มด้วยสีแรงฤทธิ์ให้อยู่ในอิริยาบถหมูที่ไม่ต่างกับคน น่ารัก น่าขัน แต่มองอีกด้านก็มีความฟุ้งฝัน เวอร์ๆ เกินความพอดี (ของน้องหมู) เป็นการจิกกัดสังคมบริโภคนิยมแบบอ้อมแอ้ม ไม่ฟันธงโชะๆ เพื่อปล่อยให้คนดูตีความตามอัธยาศัย
“ค่อนข้างจะเปิดกว้างครับ อย่างการเอางานของศิลปินดังมาล้อเลียน ผมก็แค่อยากเปรียบเทียบให้เห็นว่าความงามระดับบรมครูนั้น สามารถจับต้องได้และใกล้ชิดกับคนดู ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่อะไรเลย เพราะถึงที่สุดแล้วผมก็มองไปที่ความสนุกเป็นอันดับแรก มันคืองานคอนเซปชวลในแนวทางที่ผมวางไว้”
นัยของน้องหมูอาจมีหลากความหมาย ใครจะรักจะชอบจะเกลียดจะชัง ผลงานชุดนี้คงไม่ใช่คำตอบเดียว เช่นที่ผู้สร้างสรรค์บอกดูแล้วอารมณ์ดี (อีหลีหลายเด้อ) หรืออารมณ์บูดมาดู ก็ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง หัวใจชุ่มชื่นไม่น้อย
สนใจลองไปสัมผัสกันได้ นิทรรศการจะเปิดแสดงจนถึงวันที่ 4 ก.ค. ณ ไวต์สเปซ แกลเลอรี ชั้น 2 หลังโรงหนังลิโด้ โทร. 02-252-2900







