
ณัฐนิช โชติสรยุทธ์เรียบหรูอย่างมีสไตล์
ในวันนี้ขอจับเข่าคุยกับสาวสวย แพร-ณัฐนิช โชติสรยุทธ์ เซเลบริตีที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตา เคยเป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศสที่เด็กๆ นับถือ รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายๆ องค์กร
ในวันนี้ขอจับเข่าคุยกับสาวสวย แพร-ณัฐนิช โชติสรยุทธ์ เซเลบริตีที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตา เคยเป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศสที่เด็กๆ นับถือ รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายๆ องค์กร
โดย...กาญจนา เตชาวัฒนากูล
ในวันนี้ขอจับเข่าคุยกับสาวสวย แพร-ณัฐนิช โชติสรยุทธ์ เซเลบริตีที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตา เคยเป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศสที่เด็กๆ นับถือ รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายๆ องค์กร และยังเป็นซิงเกิลมัมที่มีความสุขของลูกชาย ณพัทธ์ โชติสรยุทธ์ วัย 14 ปี ถึงจะดูเป็นสาวเปรี้ยวไฮโซ ที่ชอบออกงานสังคมสังสรรค์ แต่อาจจะมีน้อยคนที่ได้รู้จักอีกมุมหนึ่งของณัฐนิช ที่สนใจศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้งมานานนับสิบปี
“ดิฉันเป็นคนที่มีเป้าหมายในชีวิต มีสเต็ปในชีวิตเป็นขั้นเป็นตอน หลังจากเรียนจบกลับมาจากฝรั่งเศส ก็กลับมาเป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศส แล้วก็แต่งงาน หลังจากนั้นก็มีลูก พอตอนมีลูกก็อยากจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด พี่ก็ทำเต็มที่เลยนะ ไม่ออกงานเลย เลี้ยงลูกอย่างเดียว
แต่ช่วงจังหวะที่เรามีลูกก็เลยเริ่มสนใจเรื่องธรรมะอย่างจริงจัง เลี้ยงลูกไปแล้วเราก็ปฏิบัติธรรมไปพร้อมกัน เหมือนตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่าอยากจะหาแนว หาจุดของเรา เป็นช่องทางที่จะได้ละเลิกกิเลสบางอย่างลงไปด้วย อย่างเช่น เราเป็นคนชอบช็อปปิ้ง บ้าแต่งตัวมาก เราก็ได้เรียนรู้และทดสอบกับตัวเองให้ละลดตรงนี้ลงไป และธรรมะก็ทำให้ชีวิตเรามีความสุขมากขึ้น” ณัฐนิช บอก
ไม่เพียงแค่แนวคิดและความสบายใจที่ได้รับ แต่การศึกษาธรรมะยังสะท้อนออกมาในเรื่องไลฟ์สไตล์และการแต่งตัวของเธออีกด้วย “ระยะหลังเราเริ่มชอบแต่งตัวที่มันเรียบง่ายและแบบที่มันคลาสสิกขึ้นนะ ตอนนี้แต่งตัวก็มีแต่สีขาว-ดำ-เทา ของใช้ก็จะเลือกอะไรที่มันเรียบและสามารถมามิกซ์แอนด์แมตช์กันได้ดี แต่เราก็ยังคงมีสไตล์ของตัวเอง เลือกแบบที่มันดูเก๋ มีสไตล์ แต่ไม่หวือหวามาก”
ผ่านร้อนผ่านหนาวในชีวิตมามากมาย หลายคนมองว่าเธอเป็นสาวเก่ง เป็นซิงเกิลมัมที่เข้มแข็งและอยู่ตัวคนเดียวได้ แม้แต่ตัวเธอเองก็เคยคิดเช่นนั้น แต่มาตอนนี้ณัฐนิชบอกว่ามุมมองในเรื่องชีวิตและความรักของเธอเปลี่ยนไปมากพอสมควร และสิ่งที่ได้เรียนรู้ก็ทำให้เธอรู้จักผ่อนคลายกับชีวิตและใช้เวลาอย่างมีความสุขมากขึ้น
“เราเคยจำกัดตัวเองมากๆ อาจจะเพราะเรารู้สึกชีวิตของผู้หญิงส่วนใหญ่มันจบลงเมื่อแต่งงานและมีลูก ตั้งแต่เรามีลูกจนมาเป็นซิงเกิลมัม เป็นสิบๆ ปีเราก็แทบไม่ได้มองมุมอื่นเลย แต่มาระยะหลังเราก็เริ่มค้นพบแล้วว่าจริงๆ ชีวิตมันยังไม่จบหรอก แต่เป็นตัวเราเองต่างหากที่รีบไปปิดกั้นตัวเองก่อน เราเคร่งครัดและจำกัดตัวเองมากเกินไป ไม่พยายามเปิดใจให้ใคร
ตอนนี้เราเริ่มมองเห็นแล้วว่าชีวิตคนเรามันเริ่มต้นได้ใหม่เสมอ เราก็ค่อยๆ เพียงแต่เรียนรู้ชีวิตไปตามสเต็ป เริ่มเห็นว่าการเปิดใจให้ใครบางคนเข้ามาในชีวิตบ้างก็เป็นเรื่องดี คนเราก็ต้องการเพื่อนทุกคน การมีความรักมันก็เป็นสิ่งที่ดี บางทีการเป็นซิงเกิลมัม เลี้ยงลูกคนเดียวมันก็เหนื่อย ถ้ามีเพื่อน มีคนที่เข้าใจเรามาเป็นแรงใจ เป็นที่ปรึกษาบ้างมันก็ดีเหมือนกัน เราก็อาจจะเหนื่อยน้อยลง แล้วเราก็มีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้นด้วย” ณัฐนิชสรุป







