
ความรักและการเป็นโสดในที่ทำงาน!!!
เมื่อคิดให้ดีโลกนี้ประหลาด หนึ่งในเรื่องประหลาดนั้นคือเรื่องของความรัก ซึ่งใครไม่รู้จัก ไม่เคยมี ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนจึงมีความสุขยามได้มีรัก และเกิดทุกข์ทรมานเมื่อรักจากไป หรือยามตัวเองถูกทิ้ง ถูกลืม ยิ่งกว่านั้นคือรักที่ถูกทิ้งถูกขว้างหรือลืมกันไป ทั้งๆ ที่เดินสวนกันไปมาในออฟฟิศ รวมทั้งคนทำงานที่เป็นโสด สถานภาพที่พ่วงแอบไว้ด้วยคำถาม และสายตา (อยากรู้) ที่แอบมองมาในออฟฟิศ
เมื่อคิดให้ดีโลกนี้ประหลาด หนึ่งในเรื่องประหลาดนั้นคือเรื่องของความรัก ซึ่งใครไม่รู้จัก ไม่เคยมี ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนจึงมีความสุขยามได้มีรัก และเกิดทุกข์ทรมานเมื่อรักจากไป หรือยามตัวเองถูกทิ้ง ถูกลืม ยิ่งกว่านั้นคือรักที่ถูกทิ้งถูกขว้างหรือลืมกันไป ทั้งๆ ที่เดินสวนกันไปมาในออฟฟิศ รวมทั้งคนทำงานที่เป็นโสด สถานภาพที่พ่วงแอบไว้ด้วยคำถาม และสายตา (อยากรู้) ที่แอบมองมาในออฟฟิศ
สถานการณ์ - ความรักในที่ทำงาน แอบปิ๊งกันในออฟฟิศแล้วคิดไม่ตกว่า จะสานต่อความสัมพันธ์ดีหรือไม่ ตัวอย่างมากมายในที่ทำงาน ที่ทำให้เรากลัว
ทางออก - ความรักเป็นความรู้
สึก ความคิดและอารมณ์ ที่ผสมกลมเกลียวกับประสบการณ์ในยามคบหา ทำให้มีความลึกซึ้งประทับใจในระดับต่างๆ กัน แต่การจดจำความรักและความรู้สึกจากการที่ความรักผันแปรนั้น จะแตกต่างกันไปตามบุคลิกภาพของแต่ละคน ซึ่งมี 3 แบบด้วยกัน คือ
1.พวกเห็นความรักยิ่งใหญ่กว่าชีวิต พวกนี้มักมีจิตใจละเอียดอ่อน มองความรักลึกซึ้งเกินจริง ใส่จินตนาการเข้าไปมาก จึงคิดว่ารักสำคัญมาก ยามมีรักก็ให้ความสำคัญสูง ยามรักจากไปก็แทบทนไม่ได้ ถึงขั้นเศร้าซึมหมดกำลังกายใจ อยากตายให้รู้แล้วรู้รอด
2.พวกที่เห็นความรักใหญ่เท่าชีวิต พวกนี้ให้ความสำคัญกับรักมากเช่นกัน ยามรักจากไปก็ทุกข์ทรมาน แต่ยังพอมีสติคิดได้บ้าง แม้ทุกข์ก็ทุกข์ไม่นานเท่าพวกแรก
3.พวกที่เห็นความรักใหญ่น้อยกว่าชีวิต พวกนี้ให้ความสำคัญกับความรักน้อย จะมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้ามีแล้วต้องจากกันไปในวันหนึ่งก็ไม่เป็นไป เพราะยังมีสิ่งอื่นๆ ในชีวิตของพวกเขาที่มีความสำคัญใกล้เคียงกัน
พวกที่มีความทุกข์มากเมื่อรักจากไป ได้แก่ พวกที่ 1 และ 2 มักทุกข์เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีค่า อาลัยอาวรณ์อยากให้เหมือนเดิม คิดอยากครอบครอง (คน) รักไว้นานเท่านาน ซึ่งไม่มีใครทำได้ สงสารตัวเองและสงสารคนรักมากเกินพอดี ยิ่งเป็น (อดีต) คนรักในที่ทำงาน แผลหรือประสบการณ์เจ็บเหล่านี้จะคูณทวี เนื่องจากต้องเห็นหน้าค่าตาทุกวี่วัน จะสานสัมพันธ์กับใครในที่ทำงาน จึงต้องตอบตัวเองก่อนว่า เป็นพวกมีบุคลิกภาพแบบไหน ถ้าเป็นแบบ 1 หรือ 2 หลีกเลี่ยงรักในที่ทำงานดีกว่า
สถานการณ์ - เดี๋ยวนี้คนเป็นโสดมักถูกมองแปลกๆ ทำให้ขาดความมั่นใจ เวลามาทำงานเพื่อนก็ชอบถามว่า ทำไมไม่แต่งงานเสียที มัวเลือกอยู่นั่นแหละ เหมือนพวกเขาจะเป็นห่วง แต่ดิฉันรู้ว่า ไม่ใช่!
ทางออก - ความโสดไม่ใช่ความเจ็บป่วย คุณเป็นเพียงคนโสด ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร จึงไม่จำเป็นต้องทำตัวให้ป่วยเพื่อให้คนเห็นใจ หรือไม่ต้องครั่นเนื้อครั่นตัวเมื่อถูกถามเกี่ยวกับความเป็นโสด รวมทั้งไม่ต้องท้อถอย หมดกำลังใจ อับอาย หรือขาดความมั่นใจ เพราะความโสดคือความปกติ คือสถานภาพของคนแบบหนึ่ง เช่นเดียวกับการแต่งงาน การหย่า การแต่งงานใหม่ การมีลูก การไม่มีลูก ซึ่งเป็นความปกติทั้งนั้น
บางคนพยายามหนีความโสด หนีคำครหา ด้วยการแต่งงานแบบไม่มีความรักความเหมาะสม แล้วอยากหย่าเพื่อให้มีสถานะเป็นม่าย ซึ่งไม่สมควร จะยิ่งไปแล้วใหญ่ มีคนโสดที่ไม่มั่นใจตัวเองจำนวนมาก ที่กระโจนลงไปสู่การหาคู่แบบขาดจิตวิญญาณ ทำให้มีบาดแผลทางจิตจากการผิดหวังซ้ำๆ เกิดประจุลบในจิตใต้สำนึกตัวเอง ทำให้ไม่นับถือตัวเอง ไม่แคร์กฎเกณฑ์สังคม อยู่เป็นโสดต่อไปดีกว่า...เหมาะสมกว่า
อย่าร้อนรนไปเลยเรื่องคู่ ถ้าจะมีก็มีได้ ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะความโสดคือ อีกรูปแบบหนึ่งของความปกติ







