posttoday
กระแสโลกหมุนวน กลับมาชน ‘ไทย’ ไทม์

กระแสโลกหมุนวน กลับมาชน ‘ไทย’ ไทม์

26 มกราคม 2558

ในวันที่ปัจจัย 4 มีความเหมือนกันไปหมดทั้งโลก ตั้งแต่เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และอาหาร ไม่ว่าจะเดินทางไปมุมใดของโลกก็สะดวกสบาย

โดย...กองทรัพย์

ในวันที่ปัจจัย 4 มีความเหมือนกันไปหมดทั้งโลก ตั้งแต่เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และอาหาร ไม่ว่าจะเดินทางไปมุมใดของโลกก็สะดวกสบาย เมื่อทั้งโลกคล้ายกันไปหมดจึงเกิดกระแสใหม่ที่แสวงหาความแตกต่างเกิดขึ้น

ล่าสุดจากการคาดการณ์ของสำนักเทรนด์โลกหลายสำนัก มีข้อสรุปออกมาตรงกันว่า โลกของเรากำลังหมุนไปสู่ “ความยั่งยืน” แนวคิด “กรีน” จึงไม่ใช่แค่กระแสอีกต่อไป และผู้คนก็หันมาใส่ใจสุขภาพของตัวเอง พร้อมๆ กับดูแลสุขภาพของโลกไปด้วย

วิถีชีวิตของคนยุคต่อไปจึงมีแนวโน้มที่สอดคล้องกับธรรมชาติมากขึ้น ตั้งแต่รูปแบบสถาปัตยกรรม อาหารที่กรีนและคลีน รวมทั้งการดูแลรักษาตัวเองแบบองค์รวม ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนสอดรับกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทย สถานะของเรากำลังจะเปลี่ยนไปและจะอยู่อย่างไรในวันที่โลกกำลังวิ่งตามสิ่งที่เราเคยทิ้งไปในอดีต

กระแสโลกหมุนวน กลับมาชน ‘ไทย’ ไทม์

‘ไม้-ไผ่’ วัสดุแห่งอนาคต

จุลพร นันทพานิช อาจารย์พิเศษ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวในงานมหกรรมความรู้ ครั้งที่ 3 (OKMD Knowledge Festival #3) ว่า สถาปัตยกรรมในอนาคตก็จะเน้นความเรียบง่าย โดยให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวความคิดการปลูกบ้านของคนเอเชียที่มีจุดเด่นที่งานช่างท้องถิ่น วัสดุอ้างอิงกับธรรมชาติ ใช้เครื่องมือในการก่อสร้างให้น้อยชิ้นแต่ได้ผลลัพธ์ที่ดี ให้ความสำคัญกับทิศทางของลมและแสงแดด และให้ความรู้สึกอบอุ่น

“ภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมเอเชียจะเน้นให้บ้านเป็นสถานที่ที่เย็นตา อยู่แล้วเย็นกายและเย็นใจ เราจึงนำหลักคิดเหล่านี้มาใช้ในงานร่วมสมัย คือ ใช้องค์ความรู้เรื่องการถ่ายเทมวลอากาศ มีการจัดแสงสลัวให้บรรยากาศที่อบอุ่น ดูศักดิ์สิทธิ์ ขณะเดียวกันก็สร้างสุนทรียะให้ผู้อยู่อาศัย ให้ความรู้สึกว่าเราเติบโตไปพร้อมกับบ้าน และไม้ก็เป็นวัสดุยั่งยืนที่กำลังจะกลายเป็นเทรนด์ ถ้าเรานำไม้มาใช้และบริหารจัดการให้ดี เช่น ปลูกชดเชย ไม้ก็จะกลายเป็นวัสดุที่ไม่มีทางหมดไป ผิดกับวัสดุอื่นๆ เรามีไม้ที่นำมาใช้งานในสถาปัตยกรรมได้หลากหลายชนิด ซึ่งหนึ่งในวัสดุแห่งอนาคตอย่างชนิดหนึ่งก็คือ ไม้ไผ่”

ขณะที่ ธนา อุทัยภัตรากูร อาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม สถาบันอาศรมศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญงานสถาปัตยกรรมจากวัสดุธรรมชาติเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ไผ่ไม่เพียงแต่จะเป็นวัสดุสำหรับก่อสร้างเท่านั้น แต่ในวิถีชีวิตคนไทย ไผ่เป็นทั้งอาหาร ยา และเชื้อเพลิงอย่างดี ซึ่งปัจจุบันไผ่เป็นพืชที่คนหันกลับมาให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ กระนั้นไผ่ก็ยังถูกมองว่าเป็นวัสดุชั่วคราวไม่แข็งแรง เป็นบ้านของคนจนและเป็นสิ่งล้าสมัย แต่ล่าสุดในเวิลด์ เอ็กซ์โป 2010 ประเทศจีน ที่ผ่านมามีพาวิลเลียนที่ทำจากไม้ไผ่จำนวน 7 หลัง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยส่วนใหญ่ผู้คิดค้นนวัตกรรมด้านอาคารไม้ไผ่จะเป็นชาติยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ไม่มีไผ่อยู่เลย

“ไผ่เป็นพืชที่เกิดขึ้นทั่วโลกยกเว้นยุโรป ซึ่งกว่า 67% มีอยู่ในเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียอาคเนย์ ประเทศไทยมี 72 สายพันธุ์ และมี 28 สายพันธุ์ที่ใช้ในการก่อสร้างได้ สาเหตุที่ไม้ไผ่ได้รับความนิยม เพราะไม้ไผ่สามารถรับแรงอัดได้ดีเทียบเท่าคอนกรีต รับแรงดึงได้มากกว่าเหล็ก ด้วยข้อดีคือ มีน้ำหนักเบา เติบโตเร็ว การออกแบบสามารถลดข้อด้อยของไผ่ไปได้มาก จากที่เคยถูกมองว่าเป็นวัสดุไม่แข็งแรง ไผ่จึงกลายเป็นทองคำสีเขียวในอนาคตอันใกล้” สถาปนิกหนุ่ม กล่าว

กระแสโลกหมุนวน กลับมาชน ‘ไทย’ ไทม์

อาหารพื้นถิ่น กินให้อินเทรนด์

เทรนด์การบริโภคหวนกลับสู่รากเหง้าของอาหารที่พึ่งพาการปลูกเอง หรือหยิบจับของที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้ภูมิปัญญาอาหารพื้นถิ่นของแต่ละชาติถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง “Eating Local” กลายเป็นค่านิยมใหม่สำหรับผู้บริโภคยุคนี้ ซึ่งในประเทศไทยมีร้านอาหารท้องถิ่นเล็กๆ ชื่อ ครัวใบโหนด จ.สงขลา ที่เป็นครัวต้นแบบเรื่องการรักษาวัตถุดิบท้องถิ่นจากคาบสมุทรสทิงพระ ตลอดจนฟื้นฟูพืชพันธุ์ท้องถิ่นที่เคยสูญหาย เช่น ข้าวสังข์หยด ให้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้ง

กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี ให้ความเห็นว่า คนไทยอาจยังไม่ตื่นตัวกับคำว่าวิกฤตอาหารที่โลกกำลังตื่นตัว เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว เนื่องจากเราคิดว่าเรามีอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ราคาถูก เข้าถึงง่าย แต่ข้อเท็จจริง คือ ผู้บริโภคชาวไทยเองนี่แหละที่ไม่มีโอกาสเลือกอาหารคุณภาพดีและปลอดภัยได้เองมากนัก เพราะเรากินตามข้อกำหนดของตลาด การบริโภคไม่หลากหลายทั้งๆ ที่บางครั้งเราสามารถผลิตอาหารที่สะอาดได้เอง

“หากจะเริ่มแก้ปัญหาด้วยการกลับไปสู่ภูมิปัญญาอาหารพื้นถิ่น ต้องเกิดจากการตระหนักรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับอาหารปลอดภัยให้ได้เสียก่อน สร้างการรับรู้ว่าอาหารที่สืบทอดจากภูมิปัญญาไม่ใช่สิ่งล้าสมัย หากแต่เป็นกระบวนการดึงประโยชน์จากธรรมชาติมาเป็นอาหาร และมีเรื่องราวของภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ เสน่ห์ของอาหารพื้นถิ่น คือ ความสดใหม่ ปลอดภัย ใช้เวลาขนส่งน้อย และราคาถูก ที่สำคัญช่วยรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นและระบบนิเวศ นี่ต่างหากเป็นความมั่นคงทางอาหารที่ทั่วโลกต้องการอย่างแท้จริง”

กระแสโลกหมุนวน กลับมาชน ‘ไทย’ ไทม์

ดูแลสุขภาพแบบไทยไปสู่อินเตอร์

เมื่อไลฟ์สไตล์เป็นตัวพัฒนาภูมิปัญญาไม่ให้หยุดนิ่ง การดูแลสุขภาพก็เช่นกัน ในงานมหกรรมความรู้ ครั้งที่ 3 นี้ ได้แสดงแนวคิดการปรับภูมิปัญญาไทยให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น ซึ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ “การนวด” ที่ต่อไปนี้จะเรียกว่า นวดแผนโบราณไม่ได้อีกแล้ว เพราะปัจจุบันมีแพ็กเกจนวดที่ประยุกต์แนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของคนสมัยใหม่ เช่น นวดแผนออฟฟิศ แก้ไขอาการออฟฟิศซินโดรม นวดแผนจักรยาน ประยุกต์การนวดที่ช่วยลดอาการปวดเมื่อยจากการออกกำลังกาย นวดแผนมือถือ ที่นำปัญหายอดฮิตจากพฤติกรรมคนสมัยใหม่มาต่อยอดเพื่อใช้แก้ปัญหา แผนการนวดเหล่านี้จะช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพจากรูปแบบการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นจุดประกายเพื่อต่อยอดในธุรกิจสปา และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอื่นๆ ในไทย

เมื่อแนวโน้มของโลกหมุนมาสอดคล้องกับวิถีไทย ถึงเวลาหรือยังที่เราจะหันกลับมามองข้อดีมากกว่าเดินหนีตัวเอง

คราฟท์ไทยไปได้อีกไกล

แม้โลกยุคใหม่จะริบทักษะงานฝีมือหลายอย่างให้หายไป แต่ดีเอ็นเอความเป็นช่างของคนไทยไม่หายไปไหน ในวันที่เทคโนโลยีมาพบกับความคิดสร้างสรรค์และฝีมือ สิ่งที่โลกกำลังตามหาอาจอยู่ในมือเรา งานช่างไทยจึงเต็มไปด้วยโอกาส

1.จันทร์โสมา กลุ่มทอผ้าไหมยกทองแห่งหมู่บ้านท่าสว่าง จ.สุรินทร์ ที่ฟื้นฟูเทคนิคการทอผ้ายกชั้นสูงแบบราชสำนักไทยโบราณให้กลายเป็นที่หมายปองของคนที่สนใจผ้าไทย

2.สกุล อินทกุล นักออกแบบดอกไม้อันดับต้นๆ ของไทย ที่ถอดแนวคิดการจัดดอกไม้แบบไทยมาใช้ในการสร้างสรรค์ดอกไม้จนโดดเด่นแต่มีความประณีต จนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

3.กรกต อารมย์ดี นักออกแบบไทยที่นำไม้ไผ่สีสุกประยุกต์กับเทคนิคการผูกว่าวของไทย สร้างสรรค์เป็นผลงานร่วมสมัยจนได้รับรางวัล Designer of The Year ติดต่อกันหลายปี

4.ลามูน ที่ต่อยอดศักยภาพของผ้าไหมผสมผสานกับดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งปัจจุบันได้เจาะตลาดและวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าได้แล้วทั่วโลก

5.พีคฌาน ยกระดับงานช่างท้องถิ่นด้วยการออกแบบและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เช่นพรมเช็ดเท้าที่ทอหินลงไปเพื่อช่วยนวดเท้าหรือเครื่องประดับจากเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น6.ยางนา สตูดิโอ กลุ่มสถาปนิกที่
เชี่ยวชาญงานพื้นถิ่น และให้ความสำคัญกับการออกแบบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของผู้อาศัยได้อย่างกลมกลืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท