posttoday
สังขละบุรีด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวมอญ

สังขละบุรีด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวมอญ

25 มกราคม 2558

หลบเหนือไปเที่ยวหนาว ฟังดูหลายคนอาจจะแปลกใจว่าทำไมถึงต้องหลบปีนเขาสัมผัสดอยหนาวทางภาคเหนือ

เรื่อง สาโรจน์ มีวงษ์สม ภาพ ณัฐพล โลวะกิจ

 

หลบเหนือไปเที่ยวหนาว ฟังดูหลายคนอาจจะแปลกใจว่าทำไมถึงต้องหลบปีนเขาสัมผัสดอยหนาวทางภาคเหนือ แล้วจะไปเที่ยวไหนกันล่ะครับหนาวนี้

คำตอบมีอยู่ว่า ช่วงปีใหม่ทีไรผู้คนก็จะแห่กันไปสัมผัสลมหนาวที่ภาคเหนือ ผมขี้เกียจไปแย่งต่อคิวยาวเหยียดจากวันที่แสนสงบก็จะกลายเป็นความวุ่นวายไปเสียนี่ หนาวนี้ผมเลยเลือกที่จะไปสัมผัสความเย็นแบบกำลังดีที่ อ.สังขละบุรีจ.กาญจนบุรี แทนครับ

สังขละบุรีด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวมอญ

 

แม้จะไม่หนาวเท่าแต่บรรยากาศที่สังขละบุรีก็ทำให้หนาวนี้ของผมและผองเพื่อนมีความหมาย

อันว่า อ.สังขละบุรี นั้น เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองประมาณ 215กิโลเมตร เมืองชายแดนแห่งนี้รายล้อมด้วยธรรมชาติและขุนเขาอันสวยงามไม่แพ้ภาคเหนือ มีแม่น้ำซองกาเลียไหลจากต้นกำเนิดในประเทศพม่า พาดผ่านตัวอ.สังขละบุรี หล่อเลี้ยงผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำ และเชื่อมสัมพันธ์ชนชาติมอญและกะเหรี่ยงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

สังขละบุรีด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวมอญ

 

แม่น้ำซองกาเลียในภาษามอญแปลเป็นไทยว่า “ฝังโน้น” แม่น้ำ ซองกาเลียแบ่งแผ่นดินอ.สังขละบุรี ออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งคือตัวอำเภอ ซึ่งรวมสถานที่ราชการและสถานที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งคนส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่พูดภาษาไทย

อีกฝั่งหนึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวมอญทั้งที่ตั้งรกรากมานานนับร้อยปีและเพิ่งอพยพเข้ามาใหม่จึงทำให้สังขละบุรีมีความงามหลากหลายทั้งทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมของพี่น้องต่างเผ่าพันธุ์ ทั้งมอญ กะเหรี่ยง ไทย ลาว พม่า ฯลฯ

สังขละบุรีด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวมอญ

 

ตัว อ.สังขละบุรี ตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า “สามประสบ” คือบรเิวณทีล่ำ น้ำสามสาย ออัน ได้แก่หว้ยซองกเลีย ห้วยบีคลี่ และห้วยรันตี ไหลมาบรรจบกนั กบัแม่น้ำแคว ทีเ่ชอื่ มตอ่ความสมั พนั ธข์องไทยกับมอญอย่างแนบแน่นมาช้านานแล้วครับ

สะพานมอญ

กลายเป็นจุดไฮไลต์สำหรับ อ.สังขละบุรี ไปแล้วครับ กับ “สะพานอุตตมานุสรณ์” หรือที่เรียกกันว่า “สะพานมอญ” เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศ มีความยาวประมาณ 1 กม.

สังขละบุรีด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวมอญ

 

หลวงพ่ออุตตมะเป็นผู้ดำเนินการสร้าง โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้คนไทย กะเหรี่ยง และมอญได้สัญจรไปมาหาสู่กันได้ เป็นการสร้างความสมั พนั ธข์องคนทงั้สามกลมุ่ สะพานมอญเปน็ จดุท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะนิยมเดินชมสะพานเพื่อชมแสงสีพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า รวมถึงชมวิถีชีวิตของชาวไทยและมอญที่เดินข้ามไปมาหาสู่กันบนสะพาน

เมื่อครั้งหนึ่งสะพานได้ชำรุดและพังลงไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ จึงมีการสร้างสะพานจำลองขึ้นมาแทน โดยรู้จักกันดีว่าสะพานลูกบวบที่ชาวมอญรวมพลังกันสร้างขึ้นมาทดแทน ซึ่งจะใช้วิธีการสร้างโดยใช้ไม้ไผ่มัดรวมกันแน่นๆเป็นทุ่น แล้วตีไม้ไผ่ให้แบไว้เป็นทางเดิน นับเป็นสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งของชาวมอญ ถึงวันนี้สะพานมอญจะบูรณะเสร็จแล้ว แต่สะพานลูกบวบก็ยังมีนักท่องเที่ยวและชาวมอญนิยมใช้กันอยู่

สังขละบุรีด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวมอญ

 

ในทุกวันเราจะเห็นผู้คนทั้งนักท่องเที่ยวและชาวมอญเดินทางไปมาหาสู่กัน ภาพของเด็กมอญกระโดดสะพานอันสูงลิ่วลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน กลายเป็นภาพไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวสนใจอยู่ไม่น้อย จะว่าไปแล้วสะพานแห่งนี้จึงดูมีเรื่องราวและภาพวิถีชีวิตให้เห็นกันอยู่เป็นประจำ

เมืองบาดาล

แต่ก่อนนั้นเมืองบาดาลก็คือ วัดวังก์วิเวการามเดิม ที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและมอญได้ร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2496 ในบริเวณที่เรียกว่าสามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำซองกาเลียแม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตีไหลมาบรรจบกัน เป็นวัดที่ชาวมอญให้ความเคารพและศรัทธา เป็นจุดเชื่อมโยงทางจิตใจของชาวมอญมาช้านาน

สังขละบุรีด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวมอญ

 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 มีการก่อสร้างเขื่อนเขาแหลมขึ้นมา ทำให้น้ำท่วมตัว อ.สังขละบุรีเก่ารวมทั้งวัดนี้ด้วย หลวงพ่ออุตตมะรวมทั้งผู้คนชาวมอญจึงได้ย้ายมาสร้างวัดแห่งใหม่ที่อยู่บนเนินเขาโดยใช้ชื่อวัดเหมือนเดิมว่า วัดวังก์วิเวการาม ส่วนวัดเดิมก็จมอยู่ใต้น้ำมานานนับสิบปี

พอครั้งถึงช่วงฤดูแล้งราวเดือน มี.ค.-เม.ย.นำ้จะลดลงทำให้เห็นตัวโบสถ์โผล่พ้นนำ้ทั้งหมดสามารถนั่งเรือและขึ้นไปเดินเที่ยวชมโบสถ์ได้ส่วนในช่วงนำ้หลากนำ้จะก็ท่วมสูงเกือบทั้งหมดเหลือเพียงยอดของโบสถ์เท่านั้นที่โผล่ให้เห็นทำให้ที่นี่มีเสน่ห์จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวUnseen Thailand ไปในที่สุดจนเรียกกันติดปากว่าวัดบาดาล หรือเมืองบาดาลนั่นเองครับ

สังขละบุรีด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวมอญ

 

เจดีย์พุทธคยา

ด้วยพลังศรัทธาของชาวมอญที่มีต่อพุทธศาสนา หลวงพ่ออุตตมะและชาวมอญจึงร่วมกันสร้างเจดีย์พุทธคยา ซึ่งเป็นเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นมาโดยบนยอดเจดีย์ซ่งึ ประดับด้วยฉัตรทองคำหนัก400 บาท เป็นท่ปี ระดษิ ฐานพระบรมสารีริกธาตุที่หลวงพ่ออุตตมะอัญเชิญมาจากประเทศศรีลงักา ทหี่ลวงพอ่ อตุตามะใหส้ รา้งจำลองขนึ้ เพอื่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวาของพระพทุ ธเจา้ทีข่นาดเทา่เมลด็ ขา้วสารไวเ้ปน็ ที่สักการะของพุทธศาสนิกชน ยามที่พุทธคยาโดนแสงจากพระอาทิตย์อาบห่มจะสะท้อนสีทองอันเรืองรองงดงามมากทีเดียวครับ

วัดวังก์วิเวการาม

วดั วงักว์ เิวการาม หรอื วดัหลวงพอ่ อตุตมะที่ย้ายมาใหม่ ตั้งอยู่ห่างจากเจดีย์พุทธคยาไม่มากนัก มีวิหารริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงามและเป็นที่จำพรรษาของหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งกะเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเคารพนับถือ

สังขละบุรีด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวมอญ

 

ประวัติการสร้างวัดวังก์วิเวการามนั้นบอกไว้ว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2499 โดยหลวงพ่ออุตตมะร่วมกับชาวบ้านที่เป็นชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญได้พร้อมใจกันสร้างศาลาวัดขึ้นมาโดยใช้เวลาสร้างเสร็จในเดือน 6 ของปีนั้นนั่นเอง
 
แต่เนื่องจากยังมิได้มีการขออนุญาตจากกรมการ ศาสนา วัดที่สร้างเสร็จจึงมีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า“วัดหลวงพ่ออุตตมะ”

นอกจากจะได้ชื่นชมพลังศรัทธาของชาวมอญและกะเหรี่ยงแล้ว เรายังได้ชื่นชมวิถีชีวิตของชาวมอญ ซึ่งนับย้อนกันไปไกลทีเดียว เพราะหมบู่ า้นชาวมอญทอี่ ยอู่ กีฝากฝงัั่ นนั้ เรมิ่ ตน้ อพยพมาจากอำเภอเย จังหวัดมะละแหมง ในรัฐมอญประเทศพม่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494

สังขละบุรีด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวมอญ

 

ปัจจุบันชาวบ้านส่วนมากมีสถานะเป็นผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า ซึ่งไม่มีบัตรประจำประชาชนไทยชาวมอญที่นี่มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนอย่างเป็นกันเอง

สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของหมู่บ้านมอญอีกอย่างคือ ยังคงหลงเหลือวัฒนธรรมแบบมอญที่ค่อนข้างชัดเจน และคนที่นี่ยังคงพูดภาษามอญแต่งกายแบบชาวมอญ และที่เห็นปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นสาวมอญก็คือ การเทินสิ่งของไว้บนศีรษะอย่างชำนิชำนาญ แถมยังฉาบใบหน้าด้วยแป้งทานาคา เครื่องสำอางจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ไปในที่สุด

แม้หนาวนี้จะไม่ได้ขึ้นไปพิชิตบนดอย แต่ภาพวิถีชีวิตชาวมอญแห่งสังขละบุรี ก็ทำให้หน้าหนาวปีนี้่น่าจดจำไม่รู้ลืมแล้วล่ะครับ

สังขละบุรีด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวมอญ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท