posttoday
เก่ง ดี มีคุณธรรม

เก่ง ดี มีคุณธรรม

24 มกราคม 2558

ในยุคที่สังคมยังไม่มีสิ่งยั่วเร้ากิเลสมากเท่าปัจจุบันนี้ และจารีตประเพณีขนบธรรมเนียมที่ดีงามยังคงเป็นเครื่องป้องกัน

ในยุคที่สังคมยังไม่มีสิ่งยั่วเร้ากิเลสมากเท่าปัจจุบันนี้ และจารีตประเพณีขนบธรรมเนียมที่ดีงามยังคงเป็นเครื่องป้องกันสำคัญที่ทำให้มนุษย์อยู่ห่างไกลการปฏิบัติที่ผิดและเสื่อมเสีย ดังนั้นหลักคุณธรรมจึงเป็นเครื่องมือเสริมที่ใช้สอนสั่งให้มนุษย์เรามีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้น แต่ยุคนี้สมัยนี้สังคมและสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่อาศัยอยู่ในโลกที่มีการพัฒนาทางวัตถุอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนในการใช้ชีวิต จนมนุษย์สามารถเรียนรู้ได้มากขึ้น ทำงานได้มากขึ้น และทำทุกอย่างได้เร็วขึ้น 

ผลข้างเคียงที่ตามมาคือมนุษย์ส่วนใหญ่กลายเป็นคนเก่งที่อยู่ห่างไกลจารีตประเพณีและขนบธรรมเนียมอันดีงามมากขึ้น จนขาดเกราะป้องกันสิ่งยั่วเร้า สุดท้ายจึงนำมาซึ่งการแย่งชิงทรัพยากร ความขัดแย้งทางเชื้อชาติ ศาสนา การคดโกงการเข่นฆ่าและทำร้ายกันเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตนต้องการ ผลที่เกิดขึ้นทำให้มนุษย์ได้เรียนรู้ว่า การที่สังคมมีคนเก่งและคนฉลาดนั้น ยังไม่พอจะต้องเป็นคนดีควบคู่กันไปด้วย

เก่ง ดี มีคุณธรรม

 

นอกเหนือจาก IQ ที่เป็นความฉลาดด้านสติปัญญา และ EQ ที่เป็นความฉลาดด้านอารมณ์ ซึ่งพ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกมีติดตัวแล้ว การเรียนการสอนสมัยใหม่ในโลกปัจจุบัน ได้พยายามส่งเสริมความชาญฉลาดทางคุณธรรม ที่เรียกว่า MQ หรือ Morality Quotient ควบคู่กันไปด้วยเพื่อให้เด็กๆ เติบโตไปเป็นสมาชิกของสังคม ที่สามารถควบคุมตนเองได้อย่างมีสำนึกรับผิดชอบชั่วดี มีความรับผิดชอบต่อตนเอง สังคมและมนุษยชาติ

สำหรับในประเทศไทยคนมักจะเข้าใจว่าการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมนั้นจะทำกันในโรงเรียนที่เป็นวิถีพุทธเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนทางเลือก ความจริงแล้วการปลูกฝังเรื่องนี้มีอยู่ในระบบการศึกษาทั่วไป เพียงแต่เท่าที่ผ่านมาอาจจะจำเป็นต้องสอนเพราะถูกกำหนดไว้ในหลักสูตรเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้เรามีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญมากขึ้นเพราะสิ่งที่สอนไว้ในหลักพระพุทธศาสนานั้น เป็นหลักวิทยาศาสตร์ เป็นตรรกศาสตร์ และสอดคล้องกับปรัชญาสากลแทบทั้งสิ้นถึงตอนนี้ใครที่เคยบอกว่าการเรียนการสอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรมนั้น เป็นเรื่องที่เชยล้าสมัย คงต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ เพราะเป็นเรื่องที่ทันสมัยและมีความจำเป็นที่สุดอีกหนึ่งประการ ในการใช้ชีวิตให้อยู่รอดอย่างเป็นสุขและอย่างยั่งยืน

เก่ง ดี มีคุณธรรม

 

บางคนอาจจะยังเข้าใจผิดไปว่า การที่เราจะมีคุณธรรมได้นั้นจะต้องเข้าวัดเข้าวาเพื่อถือศีล ปฏิบัติธรรม หรือจะต้องมีทรัพย์สินเงินทองไปบริจาคให้วัดถึงจะถือว่าได้ทำบุญ แท้จริงแล้วคนเราจะมีคุณธรรมได้ ไม่จำเป็นต้องมีทรัพย์มาก และไม่จำเป็นต้องบริจาคมากแต่ขอให้ได้ทรัพย์สินมาโดยสุจริต และรู้จักแบ่งปันเท่าที่ควรจะเป็น เพราะคนเราสามารถคิดดีทำดีได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่ต้องป่าวประกาศ

การพัฒนาทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ส่งผลอย่างมากในการสร้างอุปนิสัยของคนในแต่ละยุคสมัย ซึ่งก่อนหน้านี้เราจะคุ้นหูกับคำว่า Generation X,Generation Y, แล้วก็ Generation Z โดยล่าสุดได้มีการให้คำจำกัดความ สำหรับเด็กที่เกิดมาหลังปี 2553 เป็นต้นไปว่า เป็น Generation Alpha คือเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษามากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้

เก่ง ดี มีคุณธรรม

 

เด็กกลุ่มนี้เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมทันสมัย และมักจะได้รับสิ่งต่างๆอย่างเต็มที่จากพ่อแม่ ซึ่งคาดการณ์ว่าเด็ก Generation Alpha นี้ จะเป็นเด็กใจร้อนรักอิสระ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อยู่กับเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต และโซเชียลมีเดีย ดังนั้นพอเราพูดถึงเรื่องการสร้างปลูกฝังคุณธรรม เด็กรุ่นนี้จะน่าเป็นห่วงที่สุด เพราะเด็กพวกนี้จะเข้าถึงสื่อทันสมัยในช่วงอายุน้อยๆ โดยที่ยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะแยกแยะ

ในทัศนะของคุณแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุตแห่งเสถียรธรรมสถาน ท่านมองเรื่องนี้ว่าเพราะเด็กใน Generation Alpha อยู่ท่ามกลางสื่อที่มีการเขย่าเร้ามากขึ้น ทำให้มองเห็นโลกเร็วเกินกว่าวัย นำความไม่ปลอดภัยมาสู่เด็กกลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นจะต้องใช้ธรรมะสื่อสารมากขึ้นกับเด็กใน Generation Alpha ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ไปจนกระทั่งออกมาลืมตาดูโลกและเติบโตตามวัย โดยมีพ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดี เพราะเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่เราหลบเลี่ยงมันไม่ได้ แต่เรารู้เท่าทันมันได้โดยใช้ธรรมะ การรอให้เด็กลืมตาออกมาดูโลกแล้วค่อยพร่ำสอนสั่งเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม คงสายไปเสียแล้ว

สำหรับยุคนี้ตัวอย่างเช่นการที่เด็กเติบโตมาท่ามกลางละครในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ที่ยัดเยียดเนื้อหาให้เด็กสมัยนี้อยากเป็นตัวอิจฉา มันสะท้อนถึงการที่เด็กชื่นชอบที่จะเห็นปฏิกิริยารุนแรงจากการแสดงของตัวอิจฉา

เก่ง ดี มีคุณธรรม

 

ดังนั้น การปลูกฝังธรรมะตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ คือเกราะป้องกันที่ดีวิธีหนึ่งสำหรับเด็กใน Generation Alpha แต่ด้วยวิถีชีวิตของคนสมัยใหม่ มองว่าการศึกษาธรรมะต้องเข้าวัดหรือสถานปฏิบัติธรรม แท้จริงแล้วคุณแม่ชีศันสนีย์กลับมองว่าการเข้าใจธรรมะคือการมองชีวิตตัวเรา มองหาหนทางในการเผชิญกับความจริงของชีวิตอย่างเป็นสุข ปราศจากความโลภ โกรธ หลง มีลมหายใจแห่งสติตั้งมั่น ดังนั้นธรรมะจึงเป็นเรื่องที่สามารถเข้ากับทุกยุคทุกสมัยและทุกเพศทุกวัย เพราะธรรมะอยู่ในทุกๆ กระบวนการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Generation Alpha ที่มีสิ่งยั่วเย้ามากกว่ากลุ่มคนใน Generation อื่นๆ

โลกทุกวันนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ การก้าวให้ทันโลกเป็นสิ่งจำเป็น การเรียนรู้ไม่รู้จบ เป็นการสร้างคุณค่าให้กับชีวิต การได้มีงานทำและเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จใดๆ ล้วนเป็นความภาคภูมิในชีวิตของมนุษย์ แต่การป้องกันตัวเองให้ไม่เป็นทุกข์จากความโลภ จากความโกรธ และความหลง จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันอย่างดีให้กับการดำเนินชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริง

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง