
ผู้ชาย ในสวนดอกไม้ พิบูลศักดิ์ ละครพล
หยิบดอกไม้มาเล่าเป็นเรื่องเล่าในแบบที่เขาถนัด ปาก (กา) ก็เล่าไป มือก็หาได้อยู่นิ่งไม่ พู่กันจุ่มสีตวัดรูปดอกไม้ จนกลายเป็นภาพประกอบสีน้ำหวานพาสเทล สะดุดใจไม่น้อยกว่า ตัวอักษรที่ถูกร้อยเรียงขึ้น"พิบูลศักดิ์ ละครพล" เข็นงานดอกไม้ออกมาเป็นรูปเล่ม ทั้งยังตั้งชื่อ "ฉันคือสวนดอกไม้ในความเดียวดายของเธอ" นี่มิใช่นวนิยาย บทกวี หรือเรื่องสั้นชุดใหม่ แต่มันคือ "ความเรียง" โดยมีคำว่า "สวยงาม" ห้อยท้ายไว้
หยิบดอกไม้มาเล่าเป็นเรื่องเล่าในแบบที่เขาถนัด ปาก (กา) ก็เล่าไป มือก็หาได้อยู่นิ่งไม่ พู่กันจุ่มสีตวัดรูปดอกไม้ จนกลายเป็นภาพประกอบสีน้ำหวานพาสเทล สะดุดใจไม่น้อยกว่า ตัวอักษรที่ถูกร้อยเรียงขึ้น
"พิบูลศักดิ์ ละครพล" เข็นงานดอกไม้ออกมาเป็นรูปเล่ม ทั้งยังตั้งชื่อ "ฉันคือสวนดอกไม้ในความเดียวดายของเธอ" นี่มิใช่นวนิยาย บทกวี หรือเรื่องสั้นชุดใหม่ แต่มันคือ "ความเรียง" โดยมีคำว่า "สวยงาม" ห้อยท้ายไว้
"ชื่อหนังสือก็มาจากชื่อเพลงชื่อเดียวกัน ที่ผมแต่งในอัลบั้ม ในนามของความรัก ซึ่งได้คาราวานมาโปรดิวซ์ให้ ชื่อนี้มันเป็นธีมที่ตั้งใจตั้งนานแล้วว่าจะนำมาใช้ เพราะมันเป็นความรู้สึกของผม เป็นการส่งต่ออารมณ์ โดยไม่ทิ้งคนอ่าน พอมาเขียนเรื่องดอกไม้ ก็เลยหยิบชื่อนี้มาตั้งอย่างตั้งใจ ผมว่าการตั้งชื่อก็มีส่วนที่จะทำให้คนอยากหยิบ ไม่ว่าคนที่เคยอ่านงานของผมมาก่อน หรือแฟนกลุ่มใหม่ๆ มันล้วนมีผลอย่างมากต่อความอยากอ่าน"
งานเขียนเล่มนี้สะท้อนตัวตนของชายคนหนึ่งที่ผูกพันกับดอกไม้มาตั้งแต่เยาว์วัย อดีตผันแปร แต่ใจเขายังมิอาจเปลี่ยน ความทรงจำที่มีกับดอกไม้ยังโลดแล่นต่อ ไม่เขียนออกมา ไม่ระบายสี เห็นท่าจะยังไม่สมประสงค์เป็นแน่ นั่นจึงทำให้เขารวบรวมต้นฉบับที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสารดังมาจัดหมวดหมู่ให้ดูดี ภายใต้ชื่อดั่งว่า
"จริงๆ ก็มีคนเขียนเรื่องดอกไม้เยอะนะ แต่ส่วนใหญ่จะเขียนเชิงข้อมูล สำหรับผมการเขียนเรื่องดอกไม้ จึง ต้องมีสตอรี่ มีอารมณ์ ทิ้งอารมณ์ที่เป็นประโยชน์ออกไปบ้าง ตัดข้อมูลทิ้งไปบ้าง เหลือไว้แต่สิ่งที่เราชอบ ที่เรามีความหลังกับมัน"
ความหลงใหลในดอกไม้ของพิบูลศักดิ์นั้นมีไม่น้อย ทุกบรรทัดกลั่นมาจากห้วงคำนึง เรียงร้อยเป็นอักษรสวยงามเหมือนคำห้อยท้าย พรั่งพรูออกมาราวสายฝนโปรย คุณเคยเป็นเช่นนี้ไหม.ฝังใจอยู่กับบางสิ่งที่แสนเศร้า และ ทุกครั้งที่รื้อฟื้น.หัวใจคุณก็ตื่นขึ้นอย่างกระชุ่มกระชวย เหมือนคนป่วยหลัง ฟื้นไข้-ได้ยาดี กลับมามีชีวิตชีวาและ โลดถลาไปด้วยปีกความฝันอีกครั้ง
บางส่วน "ถนนสายนั้นเคยฝันยามเหงา" เขาพาคนอ่านไปทำความรู้จักกับความหลัง เพื่อก้าวข้ามไปหาดอกไม้ที่เขาฝังใจ "ตาเบบูญ่า" สีชมพูหวานละมุน หรือที่คนไทยคุ้น "ชมพูพันธุ์ทิพย์" เขาเล่าเรื่องดอกตาเบบูญ่าเคล้าด้วยอารมณ์คนขี้เหงา แซมด้วยความเดียวดายคล้ายคนอ่อนแรง ภาพถนนสายนั้นในเทศบาลถูกขยับขยาย แต่โชคดีที่คนไม่ใจไม้ไส้ระกำตัดต้นตาเบบูญ่าทิ้ง จึงยังเหลือความงามร่มรื่นให้รู้สึกสบายยามฤดูร้อนมาเยือน
"มันมีหลายอารมณ์มาก บางตอนก็เป็นเรื่องสั้น บางตอนก็คล้ายบทกวี เป็นสตอรี่ที่ไม่มีพื้นที่ตายตัว ผ่านตาตรึงใจมาก็เขียน แล้วมันก็ไม่ใช่บันทึกการเดินทางธรรมดา แต่เป็นเรื่องราวที่ผมผูกพันกับดอกไม้ แรกเริ่มก็แค่อยากเขียนถึงดอกไม้กินได้ แต่ไปๆ มาๆ มันก็ยาวขึ้น เยอะขึ้น วกไปวนมา ก็เลยยาวไปถึงดอกไม้ชนิดอื่นที่ผมยังรู้สึกผูกพันกับมัน
ปกติผมเป็นคนทำงานแบบไม่ค่อยมีคอนเซ็ปต์ คนอื่นอาจจะมีคอนเซ็ปต์ แต่ผมไม่มี บางปีก็แกว่งไปแกว่งมา บางปีก็เขียนเรื่องศิลปวัฒนธรรม บางปีก็เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เล่มนี้เป็นความเรียงที่ต่อเนื่องมาจากกระท่อมดินทุ่งดาว และริมฝั่งแม่น้ำหัวใจสลาย แต่เป็นเรื่องดอกไม้ ซึ่งจริงๆ ผมตั้งใจจะพิมพ์เอง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พิมพ์เอง ต้องพึ่งสำนักพิมพ์พิมพ์ให้ คนอ่านเอาเรื่องเอาข้อมูลอาจจะไม่ชอบ เพราะผมเหลือสิ่งเหล่านั้นไว้น้อยมาก แต่คนที่ชอบงานสไตล์ผมและเป็นอ่านของอ่าน ก็น่าจะชอบ"
อยู่ในวงวรรณกรรมมายาวนาน กวาดรางวัลมาประดับบ่าก็มากโข ทว่าการเขียนเรื่องดอกไม้ พิบูลศักดิ์ก็ยอมรับว่ามีข้อจำกัด ยิ่งเฉพาะความเชื่อคนไทยที่มีต่อดอกไม้ ไม่ว่าจะลักษณะนาม ที่มาที่ไป แหล่งกำเนิด ประโยชน์ใช้สอย ข้อดี เหล่านี้คือสิ่งที่ต้องมีอยู่ครบในงานเขียน ขาดไปก็อาจตกหล่น แต่เขากลับไม่จับจดเกินไป แล้วคลี่คลายด้วยวิธีการนำเสนอ บวกกับภาษาที่ สละสลวย ก็นับว่าช่วยให้ดอกไม้แต่ละดอก แต่ละช่อ น่าชวนชมดมดอมเป็นไหนๆ
"การเขียนนี่มันเป็นท่วงทำนอง อยู่ที่คนจะเขียน ว่าจะเขียนหรืออธิบายยังไง มันเป็นสไตล์ของนักเขียนแต่ละคน อย่างเล่มนี้ผมก็อาจจะปูด้วยบทกวี ใช้เทคนิคเรื่องสั้นเข้ามาช่วย บอกที่มาแต่น้อย บางเรื่องมาจากเหตุการณ์จริง อย่างดอกแก้ว ขับรถมาเหนื่อยๆ มาเจอดอกแก้วบาน ก็เขียนได้เลยโดยไม่ต้องคิดอะไร เพราะมันเป็นความรู้สึกที่สัมผัสได้
ดอกไม้ที่ไม่สวยก็สามารถเขียนถึงได้ ดอกเมืองวาย หรือหญ้าสาบเสือ เพื่อนผมก็เคยเอาไปแต่งเป็นเพลง กวีมองเห็นความงามของมัน ทั้งๆ ที่คนส่วนใหญ่มองมันเป็นแค่วัชพืช อยู่ที่สายตาคนมองนะว่าจะมองเห็นความงามหรือเปล่า ผมว่าดอกไม้ก็เหมือนคนเรานั่นละ มีแง่งามต่างกัน หน้าวัว กระบองเพชร ไม่ใช่ดอกไม้งาม แต่พอออกดอกก็สวยมาก อยู่ที่คนมองจริงๆ"
ความหมายของดอกไม้ให้ความสดชื่น สร้างความสุข ประทับใจ ผู้พบเห็นหลงรักมานักต่อนัก บางขณะดอกไม้ก็เป็นสื่อแทนความโศกเศร้า ความเดียวดาย ความโดดเดี่ยว เช่น ดอกไม้ที่พิบูลศักดิ์เขียนถึง มีหลากอารมณ์ความรู้สึก กลิ่น เกสร กลีบดอก รูปทรง ตลอดจนสีสัน บางคราอาจเป็นจุดไคลแมกซ์ในชีวิต ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง
ว่างๆ ก็ลองเด็ดดอกไม้สักดอกมาเชยชม หรือจะเด็ดจากสวนของพิบูลศักดิ์ก็ได้ แล้วจะพบว่าดอกไม้ในสวนของเขานั้นหนานำพาสู่แรงบันดาลใจมิใช่น้อย







