posttoday
เพาะบ่มเมล็ดพันธุ์ เยาวชนต้นแบบ ‘ไอซีที’

เพาะบ่มเมล็ดพันธุ์ เยาวชนต้นแบบ ‘ไอซีที’

19 มกราคม 2558

ครั้งหนึ่งในวันหนาว พวกเราทีมสื่อมวลชนจากเมืองไทยบินลัดฟ้าสู่แดนมังกร เพื่อเข้าร่วมโครงการ “บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่ออนาคต”

โดย...ลีโอเคน

ครั้งหนึ่งในวันหนาว พวกเราทีมสื่อมวลชนจากเมืองไทยบินลัดฟ้าสู่แดนมังกร เพื่อเข้าร่วมโครงการ “บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่ออนาคต” (Telecom Seeds For The Future) ที่ทางบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย)  องค์กรด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศได้จัดขึ้น โดยคัดเลือกนิสิต นักศึกษา ที่สนใจด้านเทคโนโลยี ร่วม 10 ชีวิต ไปศึกษาและเรียนรู้เทคโนโลยีอันทันสมัยยังปักกิ่ง-เสิ่นเจิ้น อีกทั้งยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาของประเทศจีนอย่างใกล้ชิด

โครงการ Telecom Seeds For The Future ถือเป็นโครงการแฟล็กชิปด้านซีเอสอาร์ที่ริเริ่มจัดขึ้นโดยหัวเว่ยทั่วโลก โดยมีการดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 โดยมีนักศึกษา คณาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญภาครัฐ กว่า 1 หมื่นคน จากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านไอซีทีในประเทศต่างๆ ผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านไอซีที ส่งเสริมความเข้าใจในภาคอุตสาหกรรมไอซีที ตลอดจนช่วยกระตุ้นให้เกิดความก้าวหน้าและพัฒนาของเศรษฐกิจดิจิทัลตามภูมิภาคต่างๆ อีกด้วย

โจ เคลลี่ รองประธานด้านบริหารงานสื่อนานาชาติ บริษัท หัวเว่ย กล่าวถึงโครงการนี้ว่า

“เราได้จัดโครงการนี้ขึ้นมา โดยหวังว่าจะเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์กับเด็กๆ รุ่นใหม่ สร้างบุคลากรที่มีความรู้ด้านไอซีทีให้มากขึ้น โดยเจาะไปที่กลุ่มเด็กนักศึกษาก่อน และเราหวังว่าเด็กเหล่านี้จะนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้กับพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย และคนอื่นๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดการแบ่งปันความรู้ และสร้างคนที่มีความเข้าใจด้านไอซีทีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำไมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ได้ถึงเป็นเรื่องสำคัญนั้นหรือ ความสำคัญของมันไม่ใช่แค่ว่าเอาไว้เชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดียไว้โพสต์รูป แชร์รูปเท่านั้น แต่ในปัจจุบันหลายๆ ประเทศจะรับสมัครพนักงานทากอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ดังนั้นหากคุณไม่มีอินเทอร์เน็ต ก็เท่ากับหมดโอกาสในการมีงานทำ ดังนั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราได้พานักศึกษาไทยมาทัศนศึกษาที่ประเทศจีน จะเห็นได้ว่าเรากำลังเพิ่มและปรับปรุงวิธีการจัดการโครงการนี้ในประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เด็กรุ่นใหม่จะมีความกระตือรือร้น และมีความสบายใจที่จะใช้เทคโนโลยี นอกจากนี้พวกเขายังมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้กับคนอื่นๆ ซึ่งความรู้และประสบการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ และจะเป็นประโยชน์แก่นักเรียนที่มีความใส่ใจเรียนรู้อีกด้วย”

สำหรับประเทศไทย กิจกรรม (CT Study Tour) ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมโครงการทัวร์ครั้งนี้จะต้องศึกษาอยู่ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.75 สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี และพร้อมที่จะเข้าโครงการฝึกงานและทำงานกับหัวเว่ยหลังสำเร็จการศึกษา และพวกเขาเหล่านี้คือตัวแทนเยาวชนต้นแบบของประเทศไทยที่จะได้เรียนรู้เทคโนโลยีด้านไอซีทีที่พวกเขาภาคภูมใจ

กร-ธนกร ตรีวรรณจุฑา นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ แห่งรั้วจุฬาฯ กล่าวถึงการเข้าร่วมโครงการนี้อย่างภาคภูมิว่า

“ผมดีใจมากครับที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการนี้ เพราะอนาคตไอซีทียังพัฒนาไม่หยุดยั้ง มันมีความท้าทายมากครับ อย่างแรกเลยที่ผมได้คือ การเปิดมุมมองด้านเทคโนโลยีของประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาด้านเทคโนโลยีไอซีทีที่ไปไกลมาก สิ่งที่ได้เรียนรู้ก็มีหลากหลาย ทั้ง 3จี 4จี และระบบดีไวซ์อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งแตกต่างกันไปเลยในเรื่องของระบบการทำงาน ทำให้เราได้รู้ว่าแต่ละหัวข้อที่กำลังเป็นเทรนด์ในปัจจุบันมันทำงานอย่างไร อย่างมือถือจะได้รู้ว่าสาเหตุใดถึงต้องออกแบบแบบนี้ นั่นก็เพื่อให้คนได้สัมผัสกับระบบดีไวซ์มากยิ่งขึ้น

ถ้ามีโอกาสได้ทำงานด้านนี้ ผมจะได้ถ่ายทอดสิ่งที่เราเรียนรู้มา และเพื่อบอกต่อกับคนที่สนใจให้ได้รับมือกับสิ่งใหม่ๆ ที่มันกำลังจะก้าวเข้ามา เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนโดยรอบ แค่ระบบมือถือก็มีเรื่องที่ต้องศึกษามากแล้วครับ อย่างแบตเตอรี่ก็ต่างกันแล้ว ถ้ามาที่นี่แบตก็หมดไว เพราะอุณภูมิต่างกัน ในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เราต้องศึกษาให้เหมาะสมกับประเทศนั้นๆ คือเราต้องรู้เกี่ยวกับขอบเขตของเทคโนโลยีตัวนั้นว่าคุณสมบัติเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่ใหม่และดี แต่ไม่เหมาะกับประเทศของเราเลย ซึ่งผมมองว่าเรายิ่งมีบุคลากรมากเท่าไหร่ ประเทศของเราก็จะก้าวทัน ทำให้เราเจริญเติบโตได้ไวและเท่าทันทั่วโลกครับ”

แจน-พิชญา ประเสริฐสังข์ นักสิตชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีกหนึ่งคนที่มีโอกาสได้สัมผัสกับเทคโนโลยีอันทันสมัยในครั้งนี้ กล่าวได้อย่างออกรสว่า

“เป็นการฝึกประสบการณ์ในชีวิตจริง มากกว่าอยู่แค่ในห้องเรียน หนูดีใจมากค่ะที่ได้เข้าร่วมกับโครงการนี้ ซึ่งหนูมีความสนใจด้านนี้มาตั้งแต่สมัยอยู่ ม.ปลาย แล้วค่ะ และการมาครั้งนี้ก็ทำให้หนูได้มีโอกาสมาเรียนรู้งานจริงๆ เพราะในห้องเรียนจะไม่มีผู้ปฏิบัติจริงมาสอนเรา เราได้เห็นเทรนด์ของแอพและ 3จี 4จี ซึ่งด้านเทคโนโลยีในบ้านเราก็ยังไม่ทั่วถึง ไม่ครอบคลุม อย่างอยู่ในกรุงเทพฯ ก็โอเค แต่พอออกต่างจังหวัดมันจะคนละโลกเลย ทั้งที่มันมีความจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันเราเข้าไปทุกวัน หนูยังเคยคิดเล่นๆ เลยว่า ถ้าวันหนึ่งไม่มีโทรศัพท์เราจะติดต่อพ่อแม่หรือคนอื่นๆ ได้อย่างไร มันตอบโจทย์ได้หลายอย่าง หนูคิดว่า ถ้าเผื่อมีบุคลากรด้านนี้เราก็จะโตเท่าทันที่อื่น เราอาจจะไม่เก่งเท่าเขา แต่เราเติมเต็มได้ การมาที่นี่ก็เท่ากับเราได้มาเติมเต็ม อย่างหนึ่งที่เราจะช่วยได้คือ เอาความรู้ที่ได้มาไปใช้ในองค์กรที่เราทำงานให้เต็มที่ ใช้ความสามารถของเราให้เต็มที่ เป็นการแชริ่งกัน”

เธอยังบอกถึงความฝันในอนาคตให้เราฟังอย่างน่าประทับใจว่า “ในอนาคตหนูฝันว่าจะมีคนใช้แอพและผลงานของเราไปทั่วโลก เหมือนกับสตีฟ จ็อบส์”

บิ๊ก-ธนวิชญ์ ชัยธนฤทธิ์ นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มีความสนใจเทลลาคอมตั้งแต่ช่วงเป็นวัยรุ่น และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมโครงการ

“ผมรู้สึกดีใจและก็ตื่นเต้นมากครับที่ได้ถูกเลือกให้เข้าร่วมโครงการนี้ จริงๆ แล้วผมมีความสนใจด้านเทลลาคอมมาตั้งนานแล้วครับ ผมเคยซื้อไอโฟน 3จี แล้วได้เรียนรู้ออปชั่นมันเกิดความสนุก เหมือนกับในหนังเรื่องไอรอนแมนเลยครับ มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสนใจด้านนี้ การที่มาร่วมโครงการนี้ทำให้ผมได้สัมผัสกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่บ้านเรายังไม่มี และผมก็อยากรู้ว่ามันจะพัฒนาไปด้านไหน อนาคตผมกะว่าจะทำงานด้านนี้แหละครับ แต่คงเป็นบิซิเนส อยากไปพัฒนาเทคโนโลยีบ้านเราให้คล่องขึ้น เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับอินเทอร์เนต ทุกชีวิตจะต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กับอินเทอร์เนต และเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่ซัพพอร์ตระบบเทคโนโลยีให้ไหลรื่นครับ”

สิ่งที่น้องๆ ได้เรียนรู้และมีความหลงใหลในเทคโลยีแห่งอนาคต นั่นถือว่าเป็นการจุดประกายเยาวชนต้นแบบว่าที่ไอซีที ที่แม้เทคโนโลยีจะก้าวล้ำเพียงใด พวกต้นกล้าเหล่านี้ก็จะก้าวได้ทันอย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท