
ออสซี่ โอเพ่น 2015 เดิมพันมากกว่าแชมป์
ออสเตรเลียน โอเพ่น ปีที่แล้ว สแตน วาวรินกา ได้สร้างสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เกิดขึ้นมานานถึง 5 ปี ให้กับวงการ ด้วยการเป็นนักหวดคนแรกที่ไม่ใช่ “บิ๊ก 4” ผงาดชูถ้วยแชมป์ชายเดี่ยวแกรนด์สแลมได้สำเร็จ นับตั้งแต่ ฮวน มาร์ติน เดล โปโตร ทำไว้ในปี 2009
ออสเตรเลียน โอเพ่น ปีที่แล้ว สแตน วาวรินกา ได้สร้างสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เกิดขึ้นมานานถึง 5 ปี ให้กับวงการ ด้วยการเป็นนักหวดคนแรกที่ไม่ใช่ “บิ๊ก 4” ผงาดชูถ้วยแชมป์ชายเดี่ยวแกรนด์สแลมได้สำเร็จ นับตั้งแต่ ฮวน มาร์ติน เดล โปโตร ทำไว้ในปี 2009
ขณะที่ปีนี้เซียนหลายคนฟันธงว่า หมดเวลายุคผูกขาดแล้ว แต่จะเป็นศึกช่วงชิงความยิ่งใหญ่ระหว่าง ดาวดวงเก่า กับ สตาร์หน้าใหม่ แต่นอกเหนือจากคำถามยอดฮิต “ใครจะเป็นแชมป์?” แล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจเช่นกัน
ก่อนศึกแกรนด์สแลมแรกของปีที่แฟนลูกสักหลาดรอคอยจะเริ่มขึ้นในวันที่ 19 ม.ค. นี่คือไฮไลต์ที่น่าจับตามอง ณ เมลเบิร์น ปาร์ก ปีนี้
นาดาลคัมแบ็กล้างอาถรรพ์?
คงไม่มีใครกังขาเรื่องฝีมือของ ราฟาเอล นาดาล แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือความฟิต ซึ่งเปรียบเหมือนอาถรรพ์ของเจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 14 สมัยรายนี้
เพราะอดีตแชมป์ปี 2009 มักจะมีปัญหาบาดเจ็บเป็นอุปสรรคในการล่าแชมป์สมัย 2
เมื่อปี 2010 ต้องถอนตัวด้วยอาการเข่าเดี้ยง และปีต่อมาก็มีปัญหาเอ็นหลังหัวเข่าในรอบก่อนรองชนะเลิศ ขณะที่ 12 เดือนที่แล้วโอกาสที่รอคอยอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ดันโชคร้ายได้รับบาดเจ็บในวอร์มอัพในรอบชิงชนะเลิศเสียอีก ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนให้วาวรินกาได้เปรียบอย่างชัดเจน ก่อนจะจบลงด้วย “น้ำตาลูกผู้ชาย” ของนาดาล
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานาดาลได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วว่า มองข้ามเขาไม่ได้เลย หากร่างกายมีความพร้อม
“ผมกำลังฝึกซ้อมอย่างหนักเท่าที่จะทำได้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับออสเตรเลียน โอเพ่น ผมกลับมาแล้วและแข็งแรงดีแล้ว” อดีตมือ 1 โลกจากสเปน กล่าว
แต่ที่แน่ๆ คงไม่ง่ายแน่นอน เพราะนอกจากคู่ปรับเก่าอย่าง โนวัก โจโควิช และ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ รวมทั้งแอนดี เมอร์เรย์ แล้ว ยังมีคลื่นลูกใหม่อย่าง กริกอร์ดิมิตรอฟ, เคอิ นิชิโกริ และ มิลอส ราโอนิช อีกด้วย
ขอเถอะ...แชมป์สมัยที่ 6
ถึงแม้การเตรียมความพร้อมของ เซเรนา วิลเลียมส์ปีนี้จะไม่ราบรื่นนัก หลังเริ่มต้นปีด้วยการระเบิดอารมณ์ฟาดแร็กเกต เพราะผิดหวังกับฟอร์มของตัวเอง และเสียงบ่นเรื่องความเหนื่อยล้า รวมไปถึงการเสียท่าให้กับ ยูจินี บูชาร์ด และ แอ็กเนียสกา รัดวานสกา ที่ไม่เคยพ่ายมาก่อน แต่เธอก็ยังถูกยกให้เป็น “เต็งจ๋า” คว้าแชมป์สมัยที่ 6ณ เมลเบิร์น ปาร์ก
นั่นเพราะมาตรฐานการเล่นในศึกฮอปแมน คัพ และแมตช์พิเศษ มักจะต่ำกว่าฟอร์มปกติอยู่แล้ว
หลังถอนตัวในปี 2011 และมีปัญหาบาดเจ็บข้อเท้าในทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่อง เมื่อปี 2012 ก่อนนำไปสู่การตกรอบ 4 ในเมลเบิร์น จากนั้นปี 2013 อาการบาดเจ็บหลังมีส่วนทำให้จอดแค่รอบก่อนรองชนะเลิศ และปีที่แล้วปัญหาบาดเจ็บหลังก็ยังเป็นอุปสรรคในรอบ 4 อีกครั้ง
แชมป์ครั้งล่าสุดในเมลเบิร์น ปาร์ก ของมือ 1 โลกชาวอเมริกัน ต้องย้อนไปถึงปี 2010 ขณะที่ปีที่แล้วพลิกล็อกพ่าย อนา อิวาโนวิช เพราะฉะนั้นกลับมาคราวนี้ เธอหวังจะแก้ตัวและพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในฐานะ “ราชินีคอร์ต” ในวัย 33 ปี ด้วยการประกาศว่า ไม่มีใครต้องการแชมป์ครั้งนี้มากไปกว่าเธออีกแล้ว
“ฉันรอคอยแชมป์สมััยที่ 6 มาหลายปีแล้ว มันพิเศษสำหรับฉันมาก และคงมีความสุขมากๆ ฉันอยากได้มาก และคิดว่ามากกว่าทุกคนที่นี่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะได้มัน ดังนั้นฉันต้องสู้สุดความสามารถเพื่อคว้าแชมป์ให้ได้” เซเรนา กล่าว
แชมป์แก่สุดในรอบ 43 ปี
เฟเดอเรอร์ วัย 33 ปี พยายามจะเป็นแชมป์แกรนด์สแลมที่อายุมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1972 ซึ่ง เคน โรสวอลล์ คว้าแชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น ด้วยวัย 37 และมีโอกาสไม่น้อยหากดูจากฟอร์มล่าสุด
หลังจากจบปี 2013 ในอันดับ 6 ของโลก และไม่สามารถเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมเลยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 เฟเดอเรอร์เรียกฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้ง และจบปีด้วยอันดับ 2 พร้อมกับคว้าแชมป์เดวิส คัพ สมัยแรกกับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ได้สำเร็จ แถมยังเพิ่งฉลองคว้าชัยนัดที่ 1,000 ในสัปดาห์ก่อนที่บริสเบน
แม้แชมป์รายการล่าสุดจะไม่มีคู่ปรับ “บิ๊ก 4” เข้าร่วมชิงชัย แต่ก็ปราบคลื่นลูกใหม่ที่เตรียมขึ้นมาทาบรัศมีรุ่นพี่อย่าง กริกอร์ ดิมิตรอฟ และ มิลอส ราโอนิช มาอย่างยอดเยี่ยม พร้อมตั้งเป้าคว้าแชมป์ออสซี่ โอเพ่น สมัยที่ 5
“คำถามคือ ความมั่นใจ โฟร์แฮนด์ การเคลื่อนที่ ผมรู้สึกว่ากำลังเล่นได้ดีมาก ดีที่สุดหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจแต่ผมพอใจมากกับสิ่งที่เป็นใน 6 เดือนล่าสุด” เฟดเอ็กซ์ กล่าว พร้อมเผยว่า วัยวุฒิที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ได้เรียนรู้ว่าถึงความสำคัญของคุณภาพมากกว่าปริมาณในเรื่องฟิตเนส
การกลับมาของเดล โปโตร
หลังจากต้องพักยาวเกือบทั้งปี เพราะบาดเจ็บข้อมือ แฟนๆ ของนักหวดร่างโย่งชาวอาร์เจนไตน์ต้องใจหายอีกครั้ง เมื่ออดีตแชมป์ยูเอส โอเพ่น 2009 ขอถอนตัวที่บริสเบน แต่เมื่อกลับมาลงสนามในซิดนีย์สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็สามารถทำผลงานน่าประทับใจเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ
แม้เจ้าตัวจะยอมรับว่า อาการบาดเจ็บยังไม่หายดีเสียทีเดียว และยังต้องใช้เวลาปรับตัวหลังร้างสนามไปนาน แต่ก็คงไม่มีนักหวดคนไหนอยากเจอเดล โปโตร ตั้งแต่รอบแรกๆ เพราะหลายเสียงคิดในแง่บวกเชื่อว่า เขาสามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมสมัยที่ 2 ได้ใน 2 สัปดาห์นี้
เพราะการได้เคาะสนิมสักทัวร์นาเมนต์ ก็น่าจะเพียงพอสำหรับนักหวดคนนี้ หลังจากเคยหายเจ็บกลับมาทำอันดับจาก 400 กว่ากลับมาติดท็อป 10 ในเวลาปีเดียว
ปลดล็อกสแลมแรกของฮาเลป?
ถ้าพูดถึงคุณสมบัติของนักเทนนิสหญิงยุคนี้ คงต้องนึกถึงสาวสูงยาวเข่าดี เฉลี่ยเกิน 170 ซม. และเพาเวอร์เกมส์ แต่มีข้อยกเว้นสำหรับ ซิโมนา ฮาเลป เจ้าของส่วนสูงเพียง 168 ซม. ที่มีแบ็กแฮนด์เป็นอาวุธเด็ด
หลังจากแจ้งเกิดในฐานะดาวรุ่งมาแรงเมื่อปี 2013 มือ 3 ของโลกจากโรมาเนีย พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยการกระโดดขึ้นท็อป 10 และท็อป 5 ในปีที่ผ่านมา และเกือบได้สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์แกรนด์สแลมแรกในเฟรนช์ โอเพ่น ก่อนพ่าย มาเรีย ชาราโพวา 1-2 เซต
มาปีนี้ผู้คร่ำหวอดในวงการหลายคนเชื่อว่า ฮาเลป จะพัฒนาขึ้นอีกขั้นด้วยการประเดิมแชมป์เมเจอร์แรก หลังสร้างความฮือฮาเอาชนะเซเรนาแบบขาดลอยในศึกปิดท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา และออกสตาร์ทปีด้วยแชมป์ในเสิ่นเจิ้น
ที่สำคัญ เธอเชื่อแชมป์เปิดกว้างสำหรับมือท็อป 20 ของโลกทุกคน และไม่รู้สึกกดดันต่อความคาดหวัง
“ฉันไม่อยากคิดเรื่องการคว้าแชมป์ หรือเข้ารอบรองชนะเลิศ หรือก่อนรองชนะเลิศ ฉันอยากมองไปทีละแมตช์ และรอเล่นแมตช์แรก เพราะจะเป็นแมตช์ที่ยากแน่นอน”
ความหวังของชาวเอเชีย
การตัดสินใจแขวนแร็กเกตของ หลี่นา ทำให้ความหวังของเอเชียตกมาอยู่ที่ เคอิ นิชิโกริ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มือ 5 ของโลกจากญี่ปุ่น ถูกยกให้เป็นหนึ่งในกลุ่มลุ้นแชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น ปีนี้ หลังบันทึกประวัติศาสตร์หลายหน้าในปีที่ผ่านมา พร้อมกับความมั่นใจของเจ้าตัวซึ่งยังเผื่อใจว่าความสำเร็จอาจต้องใช้เวลา
“การคว้าแชมป์อาจต้องใช้เวลา คุณจำเป็นต้องมีโชคในการเล่น หวังว่ามันจะมาถึงสักวัน และผมคว้าแชมป์แกรนด์สแลม” นิชิโกริ กล่าว
ส่วนแรงกดดันจากความคาดหวัง ไม่ใช่ปัญหาสำหรับมือ 1 เอเชียคนนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องเจออยู่แล้วในสนาม
ใครจะสมหวังหรือผิดหวัง คงต้องตัดสินกันใน 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ พร้อมกับความสนุกเข้มข้นที่รออยู่แฟนๆ อยู่เหมือนเดิม







