posttoday
ขอที่ยืนให้คนไทยบ้าง !!?

ขอที่ยืนให้คนไทยบ้าง !!?

18 มกราคม 2558

ไข่มุกแห่งอันดามัน จ.ภูเก็ต ในวันนี้แปลกตาไปมาก โดยเฉพาะการเติบโตของเมือง มีการขยายถนน การสร้างอุโมงค์ การเกิดขึ้นของห้างสรรพสินค้ามากมาย ที่สำคัญพบว่าปริมาณรถยนต์และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นจนแน่นขนัดไปเสียทุกเส้นทาง

ไข่มุกแห่งอันดามัน จ.ภูเก็ต ในวันนี้แปลกตาไปมาก โดยเฉพาะการเติบโตของเมือง มีการขยายถนน การสร้างอุโมงค์ การเกิดขึ้นของห้างสรรพสินค้ามากมาย ที่สำคัญพบว่าปริมาณรถยนต์และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นจนแน่นขนัดไปเสียทุกเส้นทาง

นักท่องเที่ยวมีให้เห็นได้ทุกหนทุกแห่ง ในอดีตอาจมีเฉพาะฝรั่งหัวทอง แต่ทุกวันนี้มองไปทางไหนก็จะเจอกับนักท่องเที่ยวจีน มีเกาหลีแซมๆ บ้างบางตา

มุมหนึ่ง นับเป็นเรื่องดีเยี่ยมสำหรับภาคการท่องเที่ยว และไม่แปลกเลยที่ในปี 2556 ฟากฝั่งอันดามันจะมีนักท่องเที่ยวถึง 21 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับประเทศ 3.24 แสนล้านบาท ขณะที่ปี 2557 คาดการณ์กันว่าจะเพิ่มมากขึ้น

ยิ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ผลักดัน “อันดามัน” เป็น “มรดกโลก” ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับนักอนุรักษ์ รวมไปถึงประเทศไทยที่จะมีแหล่งท่องเที่ยวใช้กอบโกยรายได้ไปอีกนานเท่านาน

ทว่า ในความเป็นจริงคงเป็นเรื่องยาก นั่นเพราะหากประกาศให้ “อันดามัน” เป็นมรดกโลกจริง นั่นเท่ากับว่าแผนการพัฒนาภาคใต้ หรือเซาเทิร์นซีบอร์ด ต้องถูกพับโครงการไป ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่รัฐบาลและกลุ่มทุนจะยินยอม

การกลับมา จ.ภูเก็ต ในครั้งนี้ ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปเที่ยว “เกาะเฮ” ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของจังหวัด ห่างออกไปเพียง 10 นาที ของสปีดโบ๊ต

เกาะเฮ ยังสดและสวย น้ำใสมาก สามารถมองเห็นปลาตัวเล็กตัวน้อยแหวกว่ายได้ตลอดการเล่นน้ำทะเล ในขณะที่แนวปะการังก็ยังอุดมสมบูรณ์

แต่ที่เลวร้ายนั่นก็คือ สถานที่แห่งนี้แทบจะไม่มีพื้นที่สำหรับคนไทย-คนท้องถิ่นอีกแล้ว...ทำไมนั่นหรือ ?

เริ่มต้นจากการเดินทาง นอกจากสปีดโบ๊ตที่ต้องเช่าเหมาลำ (ราคา 4,000 บาทขึ้นไป) แล้ว คุณยังสามารถใช้บริการของบริษัทเอกชนได้ ค่าเดินทางไป-กลับ หัวละ 300 บาท ไม่เช่นนั้นคุณก็ต้องว่าจ้างเรือหางยาว ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที

ลองจินตนาการถึงสถานีขนส่งสักแห่งที่จอแจ-วุ่นวาย แล้วย่อส่วนให้เล็กลง นั่นคือบรรยากาศของบริษัทเรือสปีดโบ๊ต ที่จะมีทัวร์ชาวจีนลงตลอดเวลา นาทีต่อนาที และไม่หยุดตั้งแต่เช้าจนถึงประมาณ 16.00 น.

นักท่องเที่ยวทั้งหมดจะถูกลำเลียงใส่รถหกล้อ สองแถวขนาดใหญ่ วิ่งเป็นขบวนไปส่งที่ท่าเรือซึ่งมีด้วยกัน 2 ที่ คือ หาดราไวย์ และหาดแหลมกา นั่นทำให้พื้นที่ทั้งสองหาดนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดคนพื้นที่ลูกเล็กเด็กแดงชาวภูเก็ตต้องหลบออกไป หรือมีบ้างที่ยังจะทู่ซี้เล่น ก็ทำได้ลำบากและไม่มีความเป็นส่วนตัวใดๆ เหลืออีก

พื้นที่ส่วนหนึ่งของหาดราไวย์ และหาดแหลมกา ถูกกระชับวงล้อมจากทัวร์-นักท่องเที่ยวต่างชาติไปแล้ว

เมื่อจ่ายเงินสวมชูชีพแล้วขึ้นเรือ (ซึ่งคนขับเรือส่วนใหญ่เดิมขับเรือหางยาวแต่เพราะไม่อาจสู้ธุรกิจสปีดโบ๊ตได้ จึงผันตัวมาเป็นลูกจ้าง) สิบนาทีต่อมาก็มายืนอยู่บนเกาะเฮ

เกาะเฮในอดีตเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวภูเก็ต แต่ในวันนี้กลายเป็นเกาะส่วนตัวของนักท่องเที่ยวไปแล้ว มีโอกาสเดินสำรวจร้านค้าริมหาดพบว่า ชาวต่างด้าวเป็นผู้ขายแทบทั้งสิ้น หนำซ้ำราคาสินค้าแพงเสียจนคนท้องถิ่นไม่อาจซื้อได้ โรตีแผ่นละ 60-80 บาท น้ำผลไม้ปั่นแก้วละ 100 บาท น้ำเปล่า-ชาเขียว ขวดละ 30-50 บาท

หลังจากกลับมา มีโอกาสได้พูดคุยกับมิตรสหายชาวภูเก็ตและชาวใต้หลายคน ทั้งหมดพูดตรงกันว่าเกาะแทบทุกเกาะไม่มีที่ว่างสำหรับคนไทยอีกแล้ว ทั้งอารมณ์ บรรยากาศ กำแพงราคา ทุกอย่างถูกออกแบบไว้สำหรับนักท่องเที่ยวแทบทั้งสิ้น

ข้อเสนอจึงเป็นไปในทิศทางเดียวกันก็คือควรมีการจัดระเบียบและควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันก็ควรมีการควบคุมราคาเพื่อที่อย่างน้อยๆ คนไทย-คนพื้นที่จะได้มีโอกาสชื่นชมความสวยงามของหมู่เกาะที่ขึ้นชื่อระดับโลกเหล่านี้บ้าง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท