
ดอกผลของความฝัน
หากจะหาเหตุผลสักสอง-สามข้อที่อธิบายว่า ทำไมเราถึงทำบางสิ่งบางอย่างอยู่เป็นประจำ หนึ่งในเหตุผลเหล่านั้นอาจมีคำว่า “ความฝัน” รวมอยู่ด้วย บางคนมองความฝันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อและเชื่อว่ามีความฝันไปก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น สู้หันมาหาอยู่หากินเลี้ยงปากท้องให้อิ่มจะดีกว่า ขณะที่ความฝันสำหรับบางคนก็เป็นเหมือนพลังที่คอยหล่อเลี้ยงให้เดินหน้าต่อไปโดยไม่ยี่หระต่อสารพัดอุปสรรคที่ต้องเผชิญ
หากจะหาเหตุผลสักสอง-สามข้อที่อธิบายว่า ทำไมเราถึงทำบางสิ่งบางอย่างอยู่เป็นประจำ หนึ่งในเหตุผลเหล่านั้นอาจมีคำว่า “ความฝัน” รวมอยู่ด้วย บางคนมองความฝันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อและเชื่อว่ามีความฝันไปก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น สู้หันมาหาอยู่หากินเลี้ยงปากท้องให้อิ่มจะดีกว่า ขณะที่ความฝันสำหรับบางคนก็เป็นเหมือนพลังที่คอยหล่อเลี้ยงให้เดินหน้าต่อไปโดยไม่ยี่หระต่อสารพัดอุปสรรคที่ต้องเผชิญ
ความฝันนั้นเป็นเรื่องง่ายที่จะคิดขึ้นมาในใจหรือพูดให้ใครสักคนฟัง ทว่าการลงมือทำสิ่งที่ฝันไว้ให้เป็นจริงนั้นจำเป็นต้องใช้พลังกายและพลังใจอย่างมหาศาล ฝันที่เป็นจริงของผู้คนจำนวนไม่น้อยบนโลกใบนี้จึงไม่ได้มาแบบประเดี๋ยวประด๋าว หากแต่ต้องผ่านบทพิสูจน์อันมากมาย และอาจต้องใช้เวลาในการรอคอย หรือพยายามเดินตามฝันที่แสนยาวนาน เรื่องราวความฝันของชายชาวยูเครนที่ชื่อ “อิกอร์ ซิคอร์สกี” ก็เป็นเช่นนั้น
ปัจจุบันโลกรู้จักซิคอร์สกีในฐานะบิดาผู้ให้กำเนิดเฮลิคอปเตอร์ อากาศยานปีกหมุนหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และเขายังเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท ซิคอร์สกี แอร์คราฟท์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตเฮลิคอปเตอร์รายใหญ่ของโลก ความสำเร็จของซิคอร์สกีเริ่มต้นจากความฝันในวัย 11 ขวบ “ฉันฝันว่าได้ขึ้นเรือบินลำใหญ่และบินไปในอากาศ”เด็กชายซิคอร์สกี เล่าถึงความฝันของเขา
ในหนังสือ “เล่าเรื่องผู้นำระดับโลก” เขียนโดย นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ บันทึกเรื่องราวของซิคอร์สกีเอาไว้ว่า ในวัย 14 ปี ซิคอร์สกีเข้าศึกษาที่สถาบันการศึกษากองทัพเรือแห่งเปโตรกราด ก่อนจะไปเรียนต่อด้านวิศวกรรมที่ปารีส รวมทั้งได้เรียนวิชาการบิน จนเขาสามารถสร้างเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กที่มีใบพัดสองชุดบนตัวลำและใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนสำเร็จในวัย 20 ต้นๆ เท่านั้น
แม้เส้นทางจะดูสดใสแต่เมื่อลงมือสร้างเฮลิคอปเตอร์ที่สามารถโดยสารได้เป็นลำแรกขึ้น ซิคอร์สกีกลับต้องพบกับความผิดหวัง เฮลิคอปเตอร์ลำแรกของเขาไม่สามารถลอยพ้นพื้นดินได้ เพราะน้ำหนักตัวลำมากเกินกว่ากำลังของเครื่องยนต์ และแม้เขาจะพยายามปรับปรุงให้มันลอยพ้นพื้นดินได้แล้วก็ตาม แต่เฮลิคอปเตอร์ลำแรกนี้ก็ไม่สามารถควบคุมการบินได้ และที่สำคัญมันไม่สามารถบรรทุกคนได้ ซิคอร์สกีสรุปประสบการณ์ของตัวเองว่า เขายังไม่มีความรู้ด้านอากาศพลศาสตร์มากพอ
ซิคอร์สกีตัดสินใจหยุดการสร้างเฮลิคอปเตอร์เนื่องจากไม่มีทุนที่จะทำต่อและหันไปสร้างเครื่องบินขึ้นแทนจนประสบความสำเร็จ สามารถก่อตั้งบริษัทผลิตเครื่องบินที่มีชื่อเสียงในหมู่ลูกค้าทั้งกองทัพและพลเรือน แต่เขาก็ไม่เคยลืมความฝัน 20 ปีต่อมา ซิคอร์สกีกลับมาเดินตามฝันอีกครั้งด้วยการลงมือร่างภาพเฮลิคอปเตอร์ที่เขาต้องการจะสร้าง ซึ่งแตกต่างจากลำแรกที่เคยทำ โดยเฮลิคอปเตอร์ลำใหม่นี้มีใบพัดชุดหนึ่งอยู่บนลำตัวและใบพัดอีกชุดที่ตรงส่วนหางเหมือนเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน เขาใช้เวลาอีกเกือบ 10 ปีในการลงมือทำและรอคอยสิ่งที่ฝัน จนกระทั่งสามารถสร้างเฮลิคอปเตอร์ลำแรกของโลกขึ้นได้สำเร็จภายใต้ชื่อ วีเอส-300 ที่สามารถขึ้นลงในแนวดิ่งโดยไม่จำเป็นต้องใช้ทางวิ่งเหมือนเครื่องบิน
หลังจากนั้นเฮลิคอปเตอร์ของซิคอร์สกีก็ถูกกองทัพสหรัฐสั่งซื้อไปใช้งานเป็นจำนวนมาก และก่อให้เกิดการสร้างและพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ขึ้นทั่วโลก จนเป็นอากาศยานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แม้ต้องใช้เวลาและความพยายามเกือบ 30 ปี แต่ซิคอร์สกีก็ไม่เคยทิ้งความฝันและเขาก็สามารถทำความฝันนั้นให้เป็นจริงได้ในที่สุด
ไม่ว่าความฝันจะเป็นเหตุผลข้อที่เท่าไหร่ที่ทำให้เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ แต่อย่างน้อยเราก็ควรมีฝันนั้นเอาไว้ แม้วันนี้เราอาจจะยังไม่ได้ลงมือทำเพื่อความฝันนั้น เพราะจำเป็นต้องทำเรื่องอื่นๆ ที่มีความจำเป็นมากมาย แต่ก็ขอให้อย่าทิ้งความฝัน เพราะเมื่อมีความฝันเมื่อนั้นจะทำให้เรามีเป้าหมาย และเมื่อมีเป้าหมาย เราก็จะพบเส้นทางในชีวิตที่จะก้าวเดินไป ระหว่างทางอาจต้องล้มลุกคลุกคลานบ้าง แต่ความฝันของเราก็จะเป็นเหมือนพลังที่ช่วยให้กลับมายืนขึ้นและเดินต่อไปได้ ในวันที่ท้อถอยหากยังมีความฝันชัดอยู่ในใจก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะมีแรงฮึดกลับมาสู้อีกยก
หากยังไม่มีฝันลองถามใจตัวเองและสร้างความฝันเล็กๆ ขึ้นไว้ในใจ และพยายามที่จะหาโอกาสในการทำฝันนั้นให้เป็นจริงดูสักครั้ง การเดินตามฝันนั้นอาจยากลำบาก แต่อย่างน้อยการได้เข้าใกล้สิ่งที่ฝันไว้ก็ให้ดอกผลที่น่ารื่นรมย์ยิ่ง...







