
ความรู้สึกเย็บเล่มในอารมณ์ ตรัย-วาสิกา อุดมธนสกุล
ในยุคสมัยที่ทุกอย่างขึ้นตรงกับโลกออนไลน์ แม้กระทั่งเรื่องของการเขียน ทำให้ผู้คนเข้าใจกันไปว่าใครๆ ก็เป็นนักเขียนได้ -- นั่นอาจจริงบางส่วน แต่แท้จริงแล้วมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถก้าวเป็นนักเขียนได้ และอยู่เป็นขวัญใจผู้อ่านและมีฐานแฟนหนังสือหนาแน่นคอยติดตามให้กำลังใจ และเธอคือนักเขียนเพียงไม่กี่คนนั้น…
ในยุคสมัยที่ทุกอย่างขึ้นตรงกับโลกออนไลน์ แม้กระทั่งเรื่องของการเขียน ทำให้ผู้คนเข้าใจกันไปว่าใครๆ ก็เป็นนักเขียนได้ -- นั่นอาจจริงบางส่วน แต่แท้จริงแล้วมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถก้าวเป็นนักเขียนได้ และอยู่เป็นขวัญใจผู้อ่านและมีฐานแฟนหนังสือหนาแน่นคอยติดตามให้กำลังใจ และเธอคือนักเขียนเพียงไม่กี่คนนั้น…
ตรัย-วาสิกา อุดมธนสกุล สาวเก่งจากรั้วมหาวิทยาลัยรังสิต คณะศิลปะและการออกแบบ ปีที่ 4 คือนักเขียนที่นำสารจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มาบอกเล่าต่อลงในหนังสืออย่างลงตัว โดยก่อนหน้านี้เธอเองก็คงไม่คาดคิดว่าการเพ้อบ่นในเฟซบุ๊กของเธอจะก้าวมาได้ใกลถึงเพียงนี้ ซึ่งเจ้าตัวเล่าให้เข้าใจถึง
จุดเริ่มต้นก่อนจะมาเป็นหนังสือสองเล่มที่ชื่อว่า บ่นบ่น และความรู้สึกเย็บเล่มให้ฟังว่า ชอบจดบันทึกตั้งแต่เด็กๆ
“พอคิดประโยคที่โดนใจอะไรได้ก็เขียนทิ้งไว้ แล้วส่วนตัวเป็นคนชอบคำสอนของพระอยู่แล้ว ก็จะคิดประโยคคำแบบที่เหมือนเป็นการสะท้อนให้เห็นแง่มุมดีๆ แล้วก็มักจะชอบเอามาเขียนไว้เป็นสเตตัสบนเฟซบุ๊ก แต่พอเอามาเขียนบ่อยๆ เพื่อนมันก็บอกว่าแกบ่นอะไรอยู่คนเดียวมันดูน่าเบื่อ ลองวาดรูปประกอบแล้วทำเพจดูสิ ตอนนั้นตรัยก็เลยเริ่มลองทำดู ก็ใช้ชื่อเพจว่า บ่นบ่น”
เพจ “บ่นบ่น” แทนตัวเองด้วยรูปหญิงสาวหน้าตาบ้องแบ๊ว เกล้าผมมวย มักปรากฏตัวมาพร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลาย บางครั้งเธอมาพร้อมความเศร้า แต่สะท้อนให้เห็นความงามในอีกด้านของกำลังใจ บางทีเธอก็มาพร้อมอารมณ์ยิ้มร่าและทำให้หัวใจผู้อ่านเป็นสุข หรือแม้แต่ความรักของวัยสาว เธอก็สะท้อนให้เห็นมิติของความเจ็บปวดและ
มุมมองในการก้าวต่อไปพร้อมๆ กัน
เพจ “บ่นบ่น” มียอดคนติดตามมากกว่า 6 แสนไลค์ จนทำให้เกิดเป็นหนังสือขึ้น ซึ่งหนังสือในแบบตรัยทั้ง สอง เล่ม ก็ชวนอ่านไม่แพ้ใคร เพราะมีความพิเศษอยู่ที่ตัวอักษรและรูปวาดที่ไปด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งฉายความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
“ตอนแรกตรัยก็ทำตามประสาเด็กคิดอะไรสนุกๆ เราก็ไม่คิดหรอกว่าสิ่งที่ทำคนจะชอบ แต่พอมีคนมาติดตามมากๆ เราเองก็รู้สึกว่าจะต้องพยายามคิดและทำงานให้ดี ให้สะท้อนความรู้สึกออกมาให้ได้ตามที่ตั้งใจ แล้วพอเราทำด้วยความรัก งานเราก็เลยดูจริงใจและสื่ออะไรแบบตรงๆ คนก็คอยติดตามจนตอนนี้มันเหมือนเราหยุดไม่ได้แล้ว คิดไม่ออกก็ต้องพยายาม (หัวเราะ) เพราะมีคนรออ่านของเราอยู่
ทำมาเรื่อยๆ ช่วงหลังสิ่งที่จดไว้ตอนเด็กมันหมดเราก็มีออกไปหาแรงบันดาลใจตามที่ต่างๆ บ้าง ทำมาได้สักพักเพจเป็นที่รู้จักแล้วก็มีสำนักพิมพ์ติดต่อมา เราก็ถือว่ามันคือโอกาสก็เลยลองทำดู โดยเล่มแรกก็ทำมา 2 ปีแล้ว ใช้ชื่อว่าบ่นบ่น เป็นเรื่องทั่วไปรอบตัวเลยจะออกแนวเรื่องน่ารักสดใส มองโลกในแง่ดี ส่วนเล่มล่าสุดที่เพิ่งเขียนเสร็จชื่อเรื่องว่า ความรู้สึกเย็บเล่ม ซึ่งเนื้อหาในเล่มจะเป็นเรื่องที่เราเติบโตขึ้นจากตอนแรกเยอะเลย ก็พูดถึงเรื่องความรัก การใช้ชีวิต เรื่องที่พบเจอในสังคม การให้กำลังใจตัวเอง”
สาวเจ้าหัวเราะแบบไร้เดียงสาและเล่าเรื่องราวการทำงานอย่างทุ่มเทให้ได้ฟัง ซึ่งดูๆ แล้วตัวเธอกับตัวละครในหนังสือแทบแยกกันไม่ออก มีความเป็นคนช่างคิดและทะเล้นอยู่ในที อีกทั้งยังเป็นผู้หญิงที่พิเศษทั้งในเรื่องของความขยันและมิติความรู้สึกที่เติบโตกว่าอายุ
นอกจากต้องทำเพจและเขียนหนังสือแล้ว สิ่งหนึ่งที่เธอทิ้งไม่ได้เลยคือการเรียน ซึ่งเธอเองก็ใกล้จะจบในเวลาอันใกล้ ซึ่งในอนาคตเธอเองก็คงต้องทำฝันอื่นต่อ แต่ก็หมายมั่นเอาไว้ว่าจะทำงานเขียนและวาดรูปของเธอด้วยความรักเพื่อส่งต่อความสุขให้ผู้อ่านไปจนกว่าจะรู้สึกทุกข์ ซึ่งตอนนี้สาวเจ้ายังสนุกที่ได้คิดได้เขียนให้ผู้คนที่ได้รับสารจากเธอมีความสุข







