
ลี อายุ จือปา กับสิ่งที่อยากบอกคนที่เปิดร้านกาแฟ
ในฐานะที่ ลี อายุ จือปา ชายหนุ่มอายุ 29 ปี เกิดและเติบโตมาจากครอบครัวอาข่าที่อยู่ในชุมชนแม่จันใต้ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย
ในฐานะที่ ลี อายุ จือปา ชายหนุ่มอายุ 29 ปี เกิดและเติบโตมาจากครอบครัวอาข่าที่อยู่ในชุมชนแม่จันใต้ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เขาตั้งใจจะช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกกาแฟสายพันธุ์อราบิกามานานกว่า 13 ปี แต่ประสบปัญหาทางการค้าที่ไม่ยุติธรรม เนื่องจากถูกกดราคาให้ต่ำกว่าราคาตลาด เขาจึงตัดสินใจเปิดร้านกาแฟ โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า อาข่า อ่ามา (ใช้รูปคุณแม่ของเขาเองมาเป็นโลโก้ของแบรนด์ด้วย) เปิดร้านมาได้จะครบ 5 ปี ในเดือน มี.ค.ที่ใกล้จะถึงนี้ ปัจจุบันมีอยู่ 2 สาขาใน จ.เชียงใหม่
ลี บอกเล่าให้ผมฟังว่า เขาได้รับซื้อกาแฟจากชุมชนของตนเองในราคาที่สูงกว่าตลาดทั่วไป รวมทั้งร่วมพัฒนากาแฟและให้ความรู้แก่ชาวบ้านเรื่องกระบวนการผลิตกาแฟทุกขั้นตอน โดยเฉพาะการปลูกกาแฟแบบอินทรีย์ เพื่อให้กาแฟมีคุณภาพและมีความปลอดภัยทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ฝันอยากเปิดร้านกาแฟ ลีบอกเล่าให้ผมฟังว่า กาแฟที่อร่อยและมีคุณภาพ มันไม่ใช่แค่ตัวกาแฟเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
“กาแฟที่อร่อยและมีคุณภาพในความคิดของผม คือการที่เราเข้าร้านกาแฟ แล้วได้ดื่มกาแฟแล้วรู้สึกมีความสุข ได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศในร้านกาแฟ ได้รับการบริการที่ดี ได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของร้าน ได้เป็นบุคคลสำคัญที่เจ้าของร้านใส่ใจดูแลและให้ข้อมูล ได้พบปะสังสรรค์กับผู้คนใหม่ๆ หรือกับเพื่อนๆ ที่คุ้นเคยกัน อย่าลืมว่า คนที่เปิดร้านกาแฟจะขายเพียงร้านกาแฟสวยๆ เท่ๆ แนวๆ หรือขายเมล็ดกาแฟที่ดี แต่บริการไม่ดี คงไม่มีใครอยากไปดื่มกาแฟในร้านนั้นอีก มันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นคนที่คิดอยากเปิดร้านกาแฟ ต้องใส่ใจในเมล็ดกาแฟ สร้างบรรยากาศร้านให้อบอุ่นเป็นกันเอง และให้บริการลูกค้าอย่างจริงใจ”
คนทั่วไปคงคิดว่า ใครๆ ก็เปิดร้านกาแฟได้ สำหรับลี เขาเผยว่า เปิดได้ แต่จะยั่งยืนหรือเปล่า นั่นอีกเรื่องหนึ่ง
“การเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ต้องขยัน อดทน มีความรักความชอบและมีความกระหายใคร่รู้ในเรื่องของกาแฟ ไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ อย่างผม ผมเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ ก็จะใช้วิธีขยันเดินทางเพื่อไปพูดคุยกับคนที่มีความรู้ด้านกาแฟ หรือไปดูโรงคั่วกาแฟด้วยตนเอง”
นอกจากนี้ ลียังเผยอีกว่า คนที่จะเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ต้องรู้จักปล่อยวางให้เป็น เพราะต้องเจอกับสถานการณ์หลายๆ อย่างที่รุมเร้าเข้ามา เพราะมันเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับคนมากมาย อีกทั้งยังต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา อย่าลืมว่า กาแฟเป็นของสิ้นเปลืองในสายตาคนทั่วไป แก้วหนึ่งราคาประมาณ 40-50 บาท ซื้อข้าวกินได้ 2 มื้อ แถมดื่มแล้วยังไม่อิ่มท้องอีก มันอาจเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็น แต่ถ้าเราสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่เพิ่มในคุณภาพของเมล็ดกาแฟ บรรยากาศร้าน และการบริการ เชื่อแน่ว่า การเปิดร้านกาแฟจะสามารถเปิดร้านได้อย่างยั่งยืนแน่นอนครับ”
ลีเผยทิ้งท้ายอย่างเน้นย้ำว่า อยากให้คนที่ตั้งใจจะทำร้านกาแฟ ควรศึกษาในธุรกิจนี้ให้ดี เพราะธุรกิจนี้ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง ไหนจะค่าเมล็ดกาแฟ ค่าเช่าร้าน ค่าอุปกรณ์ ค่าตกแต่งสถานที่ กว่าจะคืนทุนได้ก็ใช้เวลาอยู่สองถึงสามปี
“เพราะฉะนั้น เราต้องมั่นใจว่าเรามีใจรักและอยากจะทำมันจริงๆ ไม่ใช่ทำเพราะแฟชั่น ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนลงมือทำครับว่า จะสู้ไปกับธุรกิจนี้เพื่อไม่ให้มันล้มลงไปได้ง่ายๆ ไหม มั่นใจก็ลงมือทำได้เลยครับผมเอาใจช่วย”







