
มิณฑิตา วัฒนกุล ไม่มีอะไรยากหากทำเต็มที่
ในการทำงานเธอยึดหลักของวินัยและความรับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและเป็นสิ่งที่เธอพยายามทำให้ดีที่สุด
ในการทำงานเธอยึดหลักของวินัยและความรับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและเป็นสิ่งที่เธอพยายามทำให้ดีที่สุด
เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
จากวิกฤตการเมืองที่ผ่านต้องยอมรับว่าในยามนี้งานของ “น้องมิ้น” มิณฑิตา วัฒนกุล ลดลง แต่เธอก็ไม่รู้สึกซีเรียส ตอนนี้งานละครก็มีถ่ายทำเรื่องมงกุฎดอกส้มของช่อง 3 โดยเธอรับบทเป็น “กิมลั้ง” ซึ่งถ่ายทำไปแล้วประมาณ 80% ส่วนจะลงจอวันไหนนั้นแฟนๆ ต้องอดใจรอ ส่วนงานเพลงมีปล่อยออกมาเรื่อยๆ เป็นซิงเกิลที่สี่แล้วกับเพื่อนๆ จีทูจี (G2G) ทำให้เธอมีเวลาให้กับการเรียนโดยเฉพาะตอนนี้อยู่เศรษฐศาสตร์ปี 4 จุฬาฯ มากขึ้น
น้องมิ้นผ่านวิกฤตเลวร้ายมาด้วยธรรมะโดยมองทุกอย่างเป็นสัจธรรมของโลก แม้กระทั่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้กับเธอและครอบครัว เธอถือว่าเป็นธรรมดาของชีวิต ทุกข์กับสุขย่อมมาคู่กันเสมอ วันนี้ยิ้ม พรุ่งนี้อาจร้องไห้ หรือพรุ่งนี้ร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องร้องไห้ไปตลอด ทุกคนมีโอกาสที่จะสัมผัสกับความทุกข์และความสุขเสมอหน้า ไม่มีใครที่ทุกข์ตลอดและสุขตลอด
ในการทำงานเธอยึดหลักของวินัยและความรับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและเป็นสิ่งที่เธอพยายามทำให้ดีที่สุด โดยยอมรับว่าค่อนข้างโชคดีได้ทำงานตรงนี้ซึ่งเป็นงานที่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องเยอะ ทำให้ได้ปลดปล่อยอารมณ์และได้ทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองชอบ ทำให้ไม่ได้คร่ำเครียดมากนัก
น้องมิ้น กล่าวว่า เวลาทำงานจะสนุกและจริงจังกับงานเสมอ เวลาเล่นละครก็เต็มที่ตลอด คือจะศึกษาข้อมูลตัวละครอย่างละเอียด อย่าง กิมลั้ง ในเรื่องมงกุฎดอกส้ม พอเล่นถึงจุดหนึ่งก็พยายามที่จะให้ตัวละครไม่เหมือนตัวละครที่เล่นมาก่อน ในเรื่องสำเนียง เสียง ภาษา วิธีการพูด จึงพยายามศึกษาลงรายละเอียดมากขึ้น เพราะอยากให้เป็นคาแรกเตอร์ที่เป็นในตัวละครชัดเจน ไม่ใช่เรา แต่เป็นตัวละครตัวหนึ่งเท่านั้น
น้องมิ้นทิ้งท้ายด้วยคำคมว่า ทำอย่างไร (ก็ได้) ไม่ให้ตื่นเต้นกับงานใหม่และก็ไม่เฉื่อยชาจนเกินไปกับงานที่ซ้ำไปซ้ำมา ถ้าคิดอย่างนี้และทำเต็มที่จะไม่มีความยากใดๆ ในการทำงาน
ฮีโร่ในดวงใจ
คุณพ่อโกวิท วัฒนกุล : เป็นแฟมิลีแมนตัวพ่อ ไม่ใช่แค่ลูก แค่ภรรยา แต่รวมถึงทุกคนในครอบครัว พ่อเป็นลูกที่ดีของคุณปู่คุณย่า ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของมิ้นและลูกทุกคน มิ้นยอมรับตั้งแต่เล็กจนโตยังไม่เห็นใครแฟมิลีแมนขนาดนี้มาก่อน พ่อเป็นคนตรงและจริงใจ ถ้าใครดีมาก็ดีตอบและดีกลับไปเกินร้อย แต่ถ้าร้ายมาก็ชัดเจนว่าอย่ามาร้าย (นะ) เพราะพ่อเป็นคนตรงมากๆ พูดตรงๆ ปากกับใจตรงกัน ไม่ปากอย่างใจอย่าง ซึ่งคนในบ้านรวมถึงมิ้นก็จะคล้ายๆ พ่อ สำหรับมิ้นละก็ความเป็นตัวท่านได้ถูกดึงมาที่มิ้นเยอะ นอกจากนี้พ่อยังเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างเซนซิทีฟไม่ใช่แค่กับใจตัวเองแต่ยังอ่อนโยนต่อความรู้สึกของคนอื่น
อาจกิจ (โอ๋) สุนทรวัฒน์ : เป็นบอสของมิ้นเอง แม้พี่โอ๋เพิ่งเข้ามาทำงานตรงนี้ได้ไม่นาน แต่มิ้นรู้สึกว่าเป็นความโชคดีของมิ้นมากๆ เพราะพอเกิดปัญหาในเรื่องของมิ้นที่ผ่านมา บอสคนนี้ก็ได้ให้กำลังใจ ให้คำปรึกษา และคำชี้แนะที่ดี ทำให้มิ้นอบอุ่น สิ่งที่มิ้นเห็นในบอสคนนี้ คือ วิธีการตัดสินใจ การทำงานที่รอบคอบ ละเอียดอ่อน เป็นผู้ใหญ่ใจดี ใจเย็น เข้าใจโลก เข้าใจโลกธรรม สุขุมกับเหตุการณ์ หลักแหลมในกุศโลบาย ซึ่งการที่ได้ทำงานกับบอสคนนี้ทำให้ได้เรียนรู้อะไรต่อมิอะไรมากมาย และทำให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
ชัณษา (ตูน) พรหมยารัตน์ : เป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่ประถม ตอนนี้เรียนหมออยู่ที่จุฬาฯ เป็นแรงบันดาลใจให้มิ้นมาตลอด ตูนกับมิ้นเป็นคนที่ค่อนข้างมีอะไรที่คล้ายกัน เช่นเวลาที่คนหนึ่งทำอะไรแล้ว อีกคนจะไม่ห้าม ไม่ดักคอ ใครอยากทำอยากเป็นอะไรก็สนับสนุน มีเรื่องอะไรก็จะเล่าให้กันฟังตลอด ให้คำปรึกษากันและกัน และสิ่งที่มิ้นศรัทธาในเพื่อนคนนี้มีหลายเรื่อง แต่ที่ประทับใจมากๆ คือ เขามีเป้าหมายที่ดีต่อเพื่อนร่วมโลก ต้องการเป็นหมอรักษาชีวิตคนไข้จริงๆ ไม่ใช่เพื่อหาเงินจากอาชีพหมอ จากที่เรียนไม่เต็มที่นักก็ตั้งใจทุ่มเทอย่างหนักได้เกรดถึง 3.8
ทรงกลด บางยี่ขัน : บรรณาธิการหนังสืออะเดย์ เป็นคนที่ใส่ใจโลกมาก มีโอกาสได้อ่านหนังสือของเขาแล้วรู้สึกประทับใจในความเป็นนักเขียนที่มีมากความสามารถ ทั้งมีสำนวนการเขียนที่น่าอ่านและมีสาระกับคนอ่าน เช่น หนังสือ “ต้นไม้ใต้โลก” ซึ่งเป็นหนังสือที่พูดถึงวิธีการดูแลโลกอย่างสร้างสรรค์ในมุมมองต่างๆ กว่า 100 มุมมอง อ่านแล้วก็ไปกระตุ้นความรู้สึกรักโลกของมิ้นอย่างแรง ขนาดเวลานอนที่บ้านก็จะไม่เปิดแอร์นอน ร้อนก็ทนจนน้องซึ่งแต่ก่อนนอนในห้องเดียวกันต้องออกไปนอนกับพี่ นอกจากนี้ก็ไม่รับถุงพลาสติกเวลาไปซื้อของที่ร้านค้าก็พยายามเลี่ยง เวลามาเรียนหากไม่มีงานที่ไหนในวันนั้นต่อก็จะตื่นแต่เช้านั่งรถไฟฟ้ามา ไม่ขับรถมา ยกเว้นเสียแต่มีงานที่จำเป็นต้องเตรียมเสื้อผ้ามาด้วย
นาตาลี พอร์ตแมน : รู้สึกชื่นชอบในผลงานของเธอ ประวัติ ชีวิต และทัศนคติของเธอเท่มากๆ ไม่มีใครบอกได้ว่าเธอเป็นแม่พระหรือนางมาร แต่เธอมักพูดเสมอว่าไม่ต้องการเป็นไอดอลให้ใคร เพราะคิดว่าคนเรามีทั้งข้อด้อยข้อเสียอยู่ทุกคน ไม่มีใครที่ดีทั้งหมด สะอาดทั้งหมด อีกอย่างเธอมักพูดว่าเธอก็คือเธอ เป็นคนปกติธรรมดา ไม่ได้เป็นคนดีสุดขั้วอะไร แต่ที่น่านับถือเธอเป็นผู้หญิงที่ทำอะไรแล้วทำเต็มที่เสมอ







