
ไม่ต้องกลัวตกรถไฟ
สวัสดีปีใหม่ครับท่านผู้อ่าน ได้หยุดพักผ่อนกันยาวพอสมควร แต่ยังได้ยินหลายคนพูดว่า “เอ้า! นี่จะเปิดทำงานแล้วหรือเนี่ย ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” อย่ากังวลครับ... ทำมาหากินไป แป๊บๆ ก็ปีใหม่หน้าแล้ว
สวัสดีปีใหม่ครับท่านผู้อ่าน ได้หยุดพักผ่อนกันยาวพอสมควร แต่ยังได้ยินหลายคนพูดว่า “เอ้า! นี่จะเปิดทำงานแล้วหรือเนี่ย ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” อย่ากังวลครับ... ทำมาหากินไป แป๊บๆ ก็ปีใหม่หน้าแล้ว
เชื่อผมเถอะ พอเริ่มปีใหม่ทุกปีเราก็จะมีแนวทางใหม่ๆ เกิดขึ้น ซึ่งก็จะเป็นกระแสนิยม หรือที่เรียกว่า เทรนด์ (TREND) เห็นพูดกันติดปากเสมอๆ ว่า อินเทรนด์บ้าง เทรนด์นี้กำลังมา ฯลฯ
ในวงการอาหารก็เช่นกัน จะมีกระแสนิยมเรื่องอาหารเปลี่ยนไปในทุกๆ ปี ซึ่งคนกำหนดเป็นใครก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เราก็ควรรับรู้ไว้บ้างนะครับ เพื่อที่จะได้มาปรับใช้ในมุมมองของเราเอง
ปี 2015 นี้ กระแสนิยมในวงการอาหารเป็นแบบนี้นะครับ
1.มีการเลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นและวัตถุดิบจากต่างถิ่น ซึ่งอาจจะห่างไกลกันคนละมุมโลกเลย มาผสมผสานกันอย่างลงตัวและสร้างสรรค์
2.ปรุงอาหารโดยใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า ทั้งพืชและสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์แต่ละส่วนมีความอร่อยและคุณสมบัติต่างกันไป เราจะเห็นความพยายามของเชฟปรุงอาหารจากส่วนต่างๆ ของสัตว์ที่มีราคาถูกกว่าและนิยมบริโภคกันน้อยกว่า โดยใช้วิธีปรุงและเครื่องปรุงอย่างชาญฉลาด เพื่อที่จะได้อาหารจานอร่อยออกมา เรียกกันง่ายๆ ว่าวัดกันที่ฝีมือมากกว่าวัตถุดิบครับ
3.ใช้เครื่องปรุงที่มีคุณภาพในจำนวนน้อย ดีกว่าใช้เครื่องปรุงคุณภาพต่ำในจำนวนมาก อย่าสับสนข้อนี้กับข้อสองนะครับ เช่น เราจะทำผัดฉ่าสักจาน โดยใช้พริกขี้หนูสวนผสมกับพริกชี้ฟ้าเหลืองและกระเทียมกลีบเล็กอย่างดี รับรองได้ว่าไม่ต้องใช้พริกเยอะเลยครับ ก็จะหอมแสบตาแสบจมูกกันไปทั้งครัวแล้วครับ ดีกว่าใช้พริกขี้หนูแดงที่ช้ำๆ กับกระเทียมกลีบใหญ่ ใช้จำนวนมากแค่ไหนก็หอมสู้กันไม่ได้
4.มาถึงหน้าตาของอาหารและการจัดตกแต่งจานกันล่ะครับ เน้นความน่ากินอยู่ที่ตัวอาหาร ไม่ตกแต่งมากมาย ถ้านึกไม่ออกให้คิดถึงปลาเผาสิครับ... ไม่ว่าจะเผาเกลือหรือห่อใบตองย่างก็ดูน่ากินทั้งนั้น ภาชนะที่ใช้ก็เป็นวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ เลิกปูผ้าเลยครับ ตกเทรนด์
5.มีการผสมผสานอาหารจานหลักให้น่าสนใจมากขึ้นทั้งรสชาติและหน้าตา เช่น ข้าวหุงผสมถั่ว งา แปะก๊วย หัวเผือก มันเทศหรือมันฝรั่งทอด (French Fries) มันบด (Mashed Potato) ก็นำวัตถุดิบที่หรูหราเข้ามาเสริม เช่น เห็ดทรัฟเฟิล เกลือสีชมพู ฯลฯ
6.มีการใช้วัตถุดิบที่เลือกเฟ้นเป็นพิเศษ โดยใช้วิธีทำแบบดั้งเดิมมาผนวกกับการผลิตแบบอุตสาหกรรมในครัวเรือน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ OTOP ของเรานี่แหละครับ เช่น เครื่องแกงตำมือ ข้าวขัดสีแบบธรรมชาติ กะปิเคย น้ำปลาดี หรือถ้าเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศก็เช่น แฮมหมูดำ น้ำผึ้งจากดอกส้ม แยมผลไม้ป่า เนยสดชนิดต่างๆ ปลาหรือเนื้อสัตว์รมควัน ฯลฯ
7.อาหารที่ปรุงแบบฝีมือแม่ สูตรคุณยาย ตำรับชาววังต่างๆ รับรองมาในกระแสแน่นอนครับ จะเห็นได้ว่าที่เขียนมา 6-7 ข้อนี่ ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ไกลตัวเราเลยครับ ตามความคิดของผมแล้ววงการอาหารบ้านเราก็ไม่ได้เป็นผู้ตามหลังใคร ฉะนั้นอาหารไทยที่เราปรุง เรากินกันมาช้านานนั้น รักษากันไว้ให้ดีเถอะครับ ปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมอย่างไรก็ได้ แต่ต้องรักษาต้นแบบเดิมไว้ให้ดีนะครับ สวัสดีครับ







