
ปัดฝุ่นความฝัน
ปีนี้ต้องเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง... คำมั่นหลายที่คนมักยึด “วันปีใหม่” เริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำสิ่งใหม่
ปีนี้ต้องเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง...
คำมั่นหลายที่คนมักยึด “วันปีใหม่” เริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำสิ่งใหม่ เลิกสิ่งเก่าที่เป็นปัญหา ทำให้ชีวิตจมปลักไม่ถึงเป้าหมาย
ทั้งที่ปีใหม่ปีนี้ มันก็เหมือนปีเก่าๆ ทุกปี ที่ต่างคือ เวลาที่เดินทางผ่านมาอีก 365 วัน แต่เรายึด “ปี” เพื่อหาหมุดหมายในการเริ่มสิ่งใหม่
ย้อนกลับไปดูคำสัญญาเดิมๆ ซิ เราก็สัญญาไว้เหมือนกันเป๊ะตั้งแต่ปีที่แล้ว จะลดความอ้วน จะไม่ขี้เกียจ จะตั้งใจมากกว่านี้ จะเก็บตังค์ จะไม่ใช่ฟุ่มเฟือย จะไม่กินเหล้า จะเริ่มหาธุรกิจใหม่ นู่น นี่ นั่น
“จะเริ่มใหม่ ไม่เห็นต้องอ้างปีใหม่ เอาสิ วินาทีนี้ลงมือเลย” ...ใครคนนึงพูดขึ้น
อย่ามาป่าวประกาศให้มาก อายคนอื่นเขานะ หรือโลกใบนี้ต้องพูดอะไรเท่ๆ ให้คนอื่นได้ยิน ได้อ่าน ให้ได้รับการชื่นชม ยกย่อง เราถึงจะเริ่มเปลี่ยนชีวิตได้!!
อีกคนบอก พูดอย่างนี้แสดงว่า ไม่เข้าใจ ทุกวันนี้เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบเดียวที่มีพระอาทิตย์เป็นศูนย์กลางสุริยจักรวาล ยังมีโลกเสมือนจริงที่ดูสวย หล่อ เท่ เฟก เสริมเติมแต่ง แชร์ โชว์ ถ้ามานั่งจมทุกข์กับปัญหาในโลกความเป็นจริง ก็หมดอาลัยตายอยากจนไม่อยากใช้ชีวิต
มันก็ต้อง คิด “บวกจริง” กับ “บวกแบบหลอกๆ” มีคนคอยให้กำลังใจในโลกเสมือนจริง เป็นน้ำเลี้ยงให้เรามีก๊อกสอง ฮึดสู้ในโลกแห่งความเป็นจริงได้
คิดบวก จะทำให้เรามีพลัง..!!?
ในการทำงานต้องคิดเสียว่า สนุกกับงาน จะได้รู้สึกพักผ่อนกับการทำงานทุกวินาที
แม้กระทั่ง วันหยุด คือ วันพักผ่อน แต่โลกความเป็นจริง วันหยุด คือ วันทำงานที่บ้าน เพราะจะมีงานใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ไม่จบสิ้น หรือมีงานค้างที่ทำไม่เสร็จให้สะสางในช่วงวันหยุดตลอด วันหยุดจึงดีหน่อยก็ตรงที่สามารถนอนเอกเขนกทำงานได้
ดังนั้น ถ้าคิดบวกว่างาน คือ ความสุข ก็มีวันหยุดทั้งปี
เลิกคิด รอให้ถึงวันศุกร์ จะได้ฝันถึงวันเสาร์ และไม่ต้องเศร้ากับวันอาทิตย์ เพราะจะคิดถึงวันจันทร์
บางคนว่า คิดบวกกับ “ชีวิตออฟฟิศ” อย่างนี้ได้ มันช่างสาหัสจริงๆ
มนุษย์เงินเดือน ชนชั้นกลางที่กำลังสร้างครอบครัว แม้จะคิดบวก แต่ก็หนีความจริงไม่ออก ปีใหม่ปีนี้ยังเป็นปีเดิมๆ ที่ต้องก้มหน้าผ่อนบ้าน ผ่อนรถด้วยหนี้ก้อนโตต่อไป ตามคอนเซ็ปต์ “ผ่อนสบายๆ ยาวๆ 30 ปี”
ปีใหม่ปีนี้ ยังไม่เห็นความหวังที่จะมีรายได้เพิ่มเป็นกอบเป็นกำ นอกจากเงินเดือนที่เพิ่มเล็กน้อย ทั้งที่เทียบไม่ได้กับค่าครองชีพที่สูงขึ้นทุกปี ขณะที่รายจ่าย ภาระครอบครัวดูแลพ่อแม่ยามชรา และลูกน้อย งอกเงยขึ้น
หลายครั้งเราต้องหลอกตัวเอง กับ “ฝัน” บางอย่าง ทั้งที่รู้มันไม่ใช่ และยากที่จะไปถึง แต่เพื่อให้มีแรงขับไปถึง “ฝัน” นั้น
ผ่านมาหลายสิบปี แม้ฝันนั้นก็ยังลอยค้างฟ้า ไปไม่ถึงสักที แต่มันก็ช่วยสร้างพลานุภาพให้เราคอยไขว่ขว้าไปจนกว่าเราจะอยู่จนหมดแรงใน “โลกแห่งความเป็นจริง” ใบนี้







