
อยู่รอดอย่างเป็นสุขในศตวรรษที่ 21
ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีปีใหม่คุณผู้อ่านจากรายการโลก 360 องศา ก็ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย
ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีปีใหม่คุณผู้อ่านจากรายการโลก 360 องศา ก็ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้โปรดอำนวยอวยชัยให้กับคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านมีความสุขและมีความเจริญในทุกๆ ด้าน ขอแจ้งข่าวดีปีนี้รายการโลก 360 องศา จะมาเร็วขึ้นกว่าเดิมและออกอากาศยาวขึ้นจากเดิม 20 นาที ปีนี้ออกอากาศทั้งหมด 45 นาที ติดตามกันได้ตั้งแต่ 3 ทุ่ม 15 ถึง 4 ทุ่ม ทุกๆ วันเสาร์ทาง ททบ.5
เป็นระยะเวลากว่า 14 ปีแล้ว ที่พวกเราได้เดินทางไปยังที่ต่างๆ บนโลกใบนี้ สิ่งที่พวกเราค้นพบก็คือโอกาสที่จะไปเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเห็นว่าดีและสามารถปรับประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบ้านเราได้ สอดคล้องกับความเป็นไปของโลกในศตวรรษที่ 21 จึงเป็นที่มาของซีรีส์ “อยู่รอดอย่างเป็นสุขในศตวรรษที่ 21” ตลอดเดือน ม.ค.นี้
ปี 2557 ที่ผ่านมา โลก 360 องศา เดินทางไปในหลายประเทศ ทั้งปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว อันซีน เดสติเนชั่นสำหรับคนไทย และปลายทางของนักแสวงบุญ ตลอดจนการได้เห็นเทคโนโลยีทันสมัยหลายแห่งบนโลกใบนี้ ทุกที่บนโลกต่างกำลังจินตนาการภาพของศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นโลกจะร้อน คนจะล้น หรือเทคโนโลยีจะไปไกลเกินกว่าจะคาดเดา หลากหลายทฤษฎีพยายามอธิบายสิ่งที่จะเป็นไปในทศวรรษหน้า การเตรียมพร้อมเกิดขึ้นในทุกมิติจนบางทีก็กลายเป็นเรื่องความตื่นกลัว
สิ่งแรกที่ผู้คนบนโลกนี้จะต้องเผชิญมากขึ้นนั่นก็คือเรื่องของเทคโนโลยี เพราะสิ่งนี้เข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตเราแทบทุกด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังเช่นปรากฏการณ์ “กด-จิ้ม-แตะ-ปาด” คงเป็นตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดของเทคโนโลยีการสื่อสารและความบันเทิง ที่กำลังแผ่ขยายตัวจากชุมชนเมืองไปสู่ชนบทของทุกประเทศ ซึ่งการเกิดขึ้นของเครื่องมือและอุปกรณ์เหล่านี้ จะสร้างงานในธุรกิจดิจิทัลและไอทีรวมทั้งธุรกิจร้านค้าออนไลน์ต่างๆ เทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้ผู้คนใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น และมีคนอีกจำนวนมากที่จะใช้ชีวิตหรือติดต่อกันบนโลกของโซเชียลมีเดีย จนกระทั่งมีการบัญญัติศัพท์ใหม่เพื่อจัดกลุ่มประชากรอินเทอร์เน็ตเหล่านี้ ซึ่งเรียกกันว่า “เน็ทติเซ่น (Netizen)” และภาคธุรกิจ จะมีการทำการตลาดกับคนกลุ่มนี้มากขึ้นด้วยเช่นกัน และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีที่เราหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น ดังนั้นคงจะเป็นประโยชน์มากกว่าหากเราจะทำความรู้จักและทำความเข้าใจเรื่องนี้ เพื่อประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวันและการอยู่รอดในสังคม
ยุคนี้เป็นยุคของเศรษฐกิจบนฐานความรู้ ซึ่งให้ความสำคัญกับการเอาความรู้มาต่อยอดในทางธุรกิจ แต่ปัญหาคือเมื่อข้อมูลมีมากเกินไปอันเกิดจากแหล่งข้อมูลหลากหลายที่เป็นจริงและเท็จ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก็คือจะต้องจัดการกับองค์ความรู้อย่างชาญฉลาด หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Smart Knowledge”
เราเชื่อว่าในที่สุดแล้วสังคมไทยจะตระหนักมากขึ้นว่า เนื้อหาที่เด็กไทยร่ำเรียนอยู่ทุกวันนี้ บางเรื่องบางอย่างก็ไม่ได้มีประโยชน์ในการทำงานและชีวิตประจำวัน การยัดเยียดข้อมูลในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้เด็กๆ นั้นเกิดความเหนื่อยล้าและนำไปสู่ความเครียดได้ในที่สุด ดังนั้นความรู้ที่ควรสอนต้องเป็นสิ่งที่เด็กๆ สามารถเอาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและการทำงาน
การได้เดินทางไปหลายประเทศในอาเซียนทำให้เราเห็นตัวอย่างที่หลากหลาย บางประเทศยังคงให้คุณค่ากับใบปริญญา ในขณะที่บางประเทศมุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ที่สามารถเอาไปใช้งานได้จริง โลก 360 องศา อยากให้คนไทยเข้าใจในข้อมูลข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้น อยากให้ทุกคนใช้สติปัญญาและเพิ่มพูน Smart knowledge หรือองค์ความรู้อันชาญฉลาดที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเพราะเราเชื่อว่า “ความรู้” คือต้นทุนที่มีค่าที่สุดในการดำเนินชีวิตปัจจุบัน
ภายใต้การพัฒนาที่เกิดขึ้น บางประเทศก็ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติและขาดแคลนคนเก่ง แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีและกำลังทรัพย์สามารถซื้อหาทรัพยากรธรรมชาติ และว่าจ้างทรัพยากรบุคคลเก่งๆ เข้ามาได้ แต่บางครั้งคนเก่งที่ไม่ได้เป็นคนดี ก็สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้เช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศ ณ เวลานี้ คือการสร้างคนเก่งที่เป็นคนดีและมีคุณธรรม ซึ่งก็ต้องยอมรับความจริงว่าเป็นภารกิจที่ใช้เวลาและต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตามคุณธรรมเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์ และเป็นสิ่งที่ถูกหล่อหลอมจากสิ่งแวดล้อมทางสังคม สถานศึกษาจึงมีบทบาทอย่างมากในการปลูกฝังคุณธรรมควบคู่ไปกับการเรียนรู้ทางด้านวิชาการ ในขณะที่สถาบันครอบครัวคือสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้ตัวเด็กที่สุด ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องทำตัวอย่างที่ดีให้ลูกหลานดูด้วยเช่นกัน
การที่คนคนหนึ่งจะมีความชาญฉลาดทางด้านคุณธรรม หรือที่เรียกว่า MQ (Moral Quotient)อยู่ในระดับที่ดีได้นั้น จำเป็นจะต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก โดยอาศัยการสอนโดยตรงและการเห็นตัวอย่างที่ดีจากผู้ใหญ่ หากบุคคลได้รับการปลูกฝังเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมมาแต่ยังเป็นเด็ก ก็จะสามารถพัฒนาพื้นฐาน MQ ขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง และ MQ นี้ก็จะฝังลึกลงไปในจิตใต้สำนึก รอเวลาที่ได้รับการกระตุ้นอีกครั้ง โดยการอบรมสั่งสอน การฟังธรรมะ และวิธีอื่นๆ แต่ถ้าบุคคลใดๆ ก็ตามที่ไม่มี MQ อยู่ในจิตสำนึกเป็นทุนเดิม ไม่ว่าโตขึ้นจะได้รับการกระตุ้นอย่างไร ก็ไม่สามารถทำให้บุคคลผู้นั้นกลายเป็นคนดีขึ้นมาได้มากนัก
เทคโนโลยีสมัยใหม่อาจสร้างความสะดวกสบายและความบันเทิงได้ ในขณะที่องค์ความรู้อย่างชาญฉลาดก็จะช่วยสร้างโอกาสในชีวิตให้เราได้อีกมากมาย แต่อย่างไรก็ตามทีตราบเท่าที่เราไม่รู้สึกพอดี ไม่รู้สึกพอควร สิ่งที่จะตามมาก็คือความทุกข์ ทุกข์อันเกิดจากความอยากได้อยากมี ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยประคับประคองจิตใจของคนไทยให้อยู่ได้อย่างเป็นสุข ภายใต้ยุคที่เทคโนโลยีทันสมัย ดึงเอาสิ่งยั่วเย้ามาไว้ใกล้ตัวและระบบทุนนิยมส่งผลกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ซึ่งเราไม่สามารถปฏิเสธการพัฒนาทางวัตถุได้และจะยิ่งเป็นประโยชน์มากกว่าหากเราสามารถปรับตัวตามยุคสมัยได้เท่าทันกับเทคโนโลยีที่ก้าวไป แต่ก็ต้องอยู่บนศักยภาพที่เราจะซื้อหามาได้ โดยไม่เดือดร้อนไม่ต้องเป็นหนี้สินใคร
อันที่จริงแล้วอาจมีอีกหลายหลักการดีๆ ที่ประเทศอื่นใช้แล้วประสบความสำเร็จและคงมีอีกหลายปัจจัยที่จะช่วยสร้างความสุขให้กับผู้คน และช่วยทำให้พวกเรานั้นหมุนตามโลก 360 องศาใบนี้ให้ทัน แต่เราเชื่อว่าสิ่งที่เหมาะสมและมีความจำเป็นกับบริบทแบบไทยๆ ในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นเรื่องของเทคโนโลยี ความรู้คุณธรรม และความพอเพียง







