
เด็กเอ๋ยเด็กดี... ดีอย่างไร!!!
จัดเป็นศิลปินไทยที่มีชื่อโชว์ผลงานในต่างประเทศ สำหรับ “ตะวัน วัตุยา” แต่ในเมืองไทยเจ้าตัวบอกเสียงเข้มว่า “ให้ความสำคัญกับงานโซโลที่เมืองไทย” และแต่ละครั้งที่ทำออกมา “ต้องเห็นความเปลี่ยนแปลง” ในเรื่องของวิธีการเพนต์นั้นย่อมมีการพัฒนาอยู่แล้ว ทว่าที่ศิลปินให้ความสำคัญคือคอนเซ็ปต์หรือกิมมิกที่ต้องการจะสื่อสาร
จัดเป็นศิลปินไทยที่มีชื่อโชว์ผลงานในต่างประเทศ สำหรับ “ตะวัน วัตุยา” แต่ในเมืองไทยเจ้าตัวบอกเสียงเข้มว่า “ให้ความสำคัญกับงานโซโลที่เมืองไทย” และแต่ละครั้งที่ทำออกมา “ต้องเห็นความเปลี่ยนแปลง” ในเรื่องของวิธีการเพนต์นั้นย่อมมีการพัฒนาอยู่แล้ว ทว่าที่ศิลปินให้ความสำคัญคือคอนเซ็ปต์หรือกิมมิกที่ต้องการจะสื่อสาร
ผลงานเดี่่ยวล่าสุดที่เมืองไทย คือ นิทรรศการ “เด็กเอ๋ยเด็กดี” ที่นำมาจัดแสดง ณ ศูนย์ศิลปะตูดยุง หากแต่เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ศูนย์ศิลปะแห่งนี้ได้ปิดตัวลง (28 ธ.ค.) ใครอยากเห็นผลงาน
ชุดนี้ก็ดูได้ผ่านหน้ากระดาษนี้ หรือติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินผ่านผลงานได้ต่อที่เฟซบุ๊ก Tawan Wattuya
ตะวันเล่าถึงงานชุดนี้ว่า ทำขึ้นสดใหม่หลังจากกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยปกติเขาไม่ทำงานขึ้นเพื่อโชว์ แต่จะทำงานไปเรื่อยๆ มีช่วงที่หยุดไปบ้าง เพื่อให้มีช่วงเวลาในการดูพัฒนางานต่อเซต แต่สำหรับงานเด็กเอ๋ยเด็กดี เป็นสิ่งที่สนใจ อยากพูดอยากบอก เป็นงานคอนเซ็ปต์พอรู้ว่าจะโฟกัสตรงไหนก็ทำออกมาเลย
“ผมใช้เวลาทำชุดนี้ประมาณ 2 อาทิตย์ เป็นระยะเวลาปกติ ต่อรูปทำ 2-3 ชั่วโมง อยากพูดเรื่องสังคมการปกครอง มันเป็นเรื่องที่เรารับรู้ร่วมกันแต่ไม่รู้ใครรู้สึกยังไง แต่ผมไม่ชอบอะไรแบบนี้มาตลอด เป็นสิ่งที่สนใจอยู่แล้ว ผมค่อนข้างสนใจความเป็นไปของสังคม ติดตามข่าวสารบ้าง ช่วงหลังผมไม่ได้ทำอะไรที่เป็นคอนเซ็ปต์มานานแล้ว วาดอะไรอย่างที่อยากวาด พอมาเซตนี้บ้านเมืองเราเป็นแบบนี้ ผมเลยมีอะไรอยากจะพูดหน่อย ปีนี้ผมเดินทางเยอะ มีโชว์ที่ออสเตรเลีย นิวยอร์ก กลับมาจากอเมริกา กลับมาถึงเมืองไทย ผมมีอะไรอยากพูดอยากทำอะไรขึ้นใหม่สักเซต
เริ่มจากสนใจเรื่องเด็กในเครื่องแบบอยู่แล้ว แล้วงานชุดนี้จริงๆ จุดไอเดียจากงานสัปดาห์หนังสือ ผมไปเจอแบบเรียนสมัยก่อน ผมก็คลิกเลยว่า ทำไมเราไม่ย้อนกลับมาดูหนังสือเล่มที่เราเรียนว่าเราเรียนอะไร โฟกัสก็กว้าง ผมนึกถึงโฆษณา ไอคอน แต่เอาสิ่งที่ใกล้ตัว เอากลับมาดูใหม่อีกทีหนึ่งว่า หนังสือเรียนปลูกฝังอะไรมาในหัวเราถึงได้คิดเห็นกับสังคม มีมาตรฐานในการตัดสินใจแบบนี้ ตอนแรกก็คิดถึงโฆษณาชวนเชื่อ แต่สุดท้ายก็มาลงที่สิ่งใกล้ตัว”
ศิลปินนำคำว่า “เด็กเอ๋ยเด็กดี” มาเป็นชื่อนิทรรศการ และเป็นกิมมิกในเนื้องาน ซึ่งมีนัยที่ย้อนแย้งกันอยู่ว่า เด็กดีนั้นต้องดีอย่างไร ดีเพราะทำตามที่ผู้ใหญ่บอก ดีเพราะมีกฎตั้งออกมาว่า ดีต้องทำตามแบบนี้ ประหนึ่งบทเพลง “เด็กเอ๋ย เด็กดี ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน…” ที่เด็กๆ ร้องท่องกันได้ขึ้นใจ แม้กระทั่งจวบถึงวัยเติบใหญ่ก็ยังคุ้นชินกับบทเพลงนี้กันอยู่
“พอย้อนไปดูมัน แบบเรียนเก่ามันตอบได้เยอะผมสนใจเรื่องคนดีมานานแล้ว เราได้ยินคำว่า อยากให้ทุกคนเป็นคนดี เป็นเด็กดี ผมสงสัยมานานว่า ไม้บรรทัดอันไหนวัดว่า อะไรคือคนดีไม่ดีคนดีคือคนเข้าวัด ไม่กินเหล้า แต่ชอบแซงคิวทำให้คนอื่นมีปัญหา ผมอยากรู้ว่า ก่อนที่จะเป็นคนดี ต้องเป็นเด็กดีมาก่อน เด็กดีในหนังสือแบบเรียนคืออะไร ซึ่งเป็นต้นตอของหลายๆ เรื่อง ผมก็สรุปความคิดได้ประมาณหนึ่ง มันถูกปลูกฝังมาเลยว่า คนดีต้องเป็นแบบนี้ ผมก็ย้อนไปดู ส่วนหนึ่งผมมองว่า ชนชั้นปกครอง เขาก็ฟรีดเด็กไว้แบบนี้ตลอด ต่อให้เป็นเด็กยุคใหม่ ยังมีกฎของเด็กดี ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปขนาดไหน แต่เขาก็สร้างเป้า เมื่อก่อนร้องเพลงมีสิบข้อ ตอนนี้ก็เพิ่มมาอีกสองข้อ โดยส่วนตัวผมคิดว่า เขาไม่อยากให้พวกเราโตขึ้นให้เราโลดเล่น แต่ให้เราเป็นมานะ มานี ผมดูละครก็เหมือนกัน
สตอรี่ก็สอดรับกับหนังสือเรียน เป็นขาวเป็นดำ ไม่มีอะไรเทา มีตัวเอกตัวโกง”
ผลงานชุดนี้ทำความเข้าใจให้กับผู้ชมได้ทันที แต่คำตอบว่าเด็กดี ดีอย่างไรนั้น ผู้ชมต้องทำความเข้าใจเอาเอง “ปกติผมทำงานจาก&O5532;การวาดรูปจากรูปถ่าย มีรูปต้นแบบใช้มัน 80% 50% หรือนิดหน่อย ไม่ได้วาดรูปจากจินตนาการ ผมชอบมีแบบมา อย่างงานนี้ผมใช้แบบประกอบจากแบบเรียน ก็ค่อนข้างวาดให้เหมือนอยู่ ดูก็รู้ว่ามาจากไหน และมีรูปจากยูทูบ เวลาผมหารูปมักจะใช้รูปที่เป็นพับลิกอยู่แล้ว เป็นรูปที่ทุกคนเข้าถึงได้ อย่างมานี มานะ เป็นสิ่งที่ใกล้ตัว ผมคิดว่ามันดีที่สุด ดีกว่าที่เราไม่รู้อะไร ไม่แน่ใจแล้วเราทำ” ตะวัน กล่าวทิ้งท้าย
กว่า 10 ปี ที่ประเด็นทางสังคมการเมืองได้สร้างแรงบันดาลใจแก่ "ตะวัน วัตุยา" เขาได้พัฒนาเทคนิคการวาดภาพสีน้ำอย่างหาตัวจับยาก ทุกวันนี้อาจเรียกได้ว่าตะวันเป็นศิลปินไทยที่มีเอกลักษณ์ที่สุดคนหนึ่ง งานของเขาได้ถูกแสดงไปอย่างกว้างขวางในประเทศไทย สิงคโปร์ ปักกิ่ง ปารีส นิวยอร์ก และที่อื่นๆ







