
ความลับในที่สาธารณะ
เมื่อก่อนมีคนมักบอกว่าความลับไม่มีในโลก ตอนนั้นก็คิดๆ เหมือนกันว่า “จะจริงเหรอ” เพราะถ้าคนกุมความลับรูดซิปปากซะอย่าง ยังไงบุคคลที่สอง สาม สี่ ห้า ก็ไม่มีทางรู้ แต่มาถึงตอนนี้ขอสารภาพตามตรงเลยว่าความลับ (แทบ) ไม่มีในโลกแล้วจริงๆ
เมื่อก่อนมีคนมักบอกว่าความลับไม่มีในโลก ตอนนั้นก็คิดๆ เหมือนกันว่า “จะจริงเหรอ” เพราะถ้าคนกุมความลับรูดซิปปากซะอย่าง ยังไงบุคคลที่สอง สาม สี่ ห้า ก็ไม่มีทางรู้ แต่มาถึงตอนนี้ขอสารภาพตามตรงเลยว่าความลับ (แทบ) ไม่มีในโลกแล้วจริงๆ
การที่ความลับไม่มีในโลกอาจมีอยู่หลายสาเหตุ เช่น เทคโนโลยีมีความทันสมัยมากขึ้น เห็นได้จากกรณีที่สมาร์ทโฟน เครื่องดักฟัง สามารถบันทึกความเคลื่อนไหวของคนที่มีชื่อเสียงได้ทุกกระเบียดนิ้ว เรียกได้ว่ารู้หมดว่าไปไหนกับใคร พูดอะไร นินทาใคร ทำให้นึกถึงข่าวคลิปถั่งเช่าที่เป็นที่ลือลั่นก่อนหน้านี้ เพราะเป็นเรื่องที่เขย่าการเมืองอยู่ไม่น้อย
แต่เอาจริงความลับที่มักไม่ค่อยเป็นความลับส่วนใหญ่อาจมาจาก “ผู้เป็นเจ้าของความลับ” เสียมากกว่า ขอยกตัวอย่างกรณีที่เจอมากับตัวสดๆ ร้อนๆ ก็แล้วกัน
เรื่องที่ว่านี้เกิดขึ้นระหว่างที่ผมเองกำลังนั่งรถแท็กซี่มาทำงาน ด้วยความใจดีของพี่คนขับแท็กซี่ก็ได้เปิดเพลงของคลื่นวิทยุดังคลื่นหนึ่งให้ฟัง เพื่อให้ผ่อนคลายจากวิบากกรรมรถติดมหาโหดในเมืองหลวง พอจบเพลงก็ถึงคราวที่ดีเจจะพูดกับผู้ฟัง แรกๆ ก็ชวนคุยเรื่องสารพันทั่วไปไม่มีอะไร แต่ไปๆ มาๆ ดีเจเอาเรื่องความขัดแย้งในบริษัทตัวเองมาเล่าให้ผู้ฟังได้สดับตรับฟัง
ดีเจใช้เวลากว่า 20 นาที ในการพูดถึงปัญหาภายในองค์กรตัวเอง จับใจความได้ว่าตัวเองเป็นคนร่วมกันวางรากฐานด้านเนื้อหาของรายการวิทยุแห่งนี้มานานกว่า 10 ปี จากที่ประชาชนผู้ฟังไม่เคยรู้จัก จนกลายเป็นมาคลื่นวิทยุชื่อดังแห่งหนึ่งในวงการ
แต่ระยะหลังมีคนในบริษัทไปบอกเจ้านายว่าดีเจคนนี้เป็นคนไม่มีผลงาน เธอเองพยายามจะเข้าไปชี้แจงต่อผู้ใหญ่ แต่ไม่มีโอกาส พอเป็นเช่นนี้ เธอจึงขอใช้พื้นที่ของรายการที่เธอจัดอยู่ระบายความอัดอั้นตันใจออกมา
นั่งฟังจนจบก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมดีเจต้องเอาเรื่องความขัดแย้งภายในที่จะว่าไปมันก็คือความลับอย่างหนึ่งมาเผยแพร่ผ่านสาธารณะอย่างนี้ เพราะผมเองก็คิดว่าผู้ใหญ่ในองค์กรคงไม่พอใจอยู่ไม่น้อย และน่าจะทำให้ปัญหาไม่จบและไม่ได้รับการแก้ไขในทางที่ดีสำหรับทุกฝ่าย
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเชื่อได้เลยว่าเรื่องแบบนี้บุคคลที่สามไม่มีทางได้รู้อย่างแน่นอน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่อย่างนั้น กลับกลายเป็นว่าความลับไปถูกนำเสนอสู่สาธารณะได้โดยง่าย
กรณีของดีเจท่านนี้ไม่ได้เป็นกรณีแรกและกรณีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีกรณีการเอาคลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ของดาราชื่อดังเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวมาเปิดเผยต่อสังคม
ความลับคงไม่มีในโลกแล้วจริงๆ แต่สังคมไทยในฐานะที่เป็นพื้นที่รองรับการระบายจะได้ประโยชน์อะไร







