posttoday
จารุจิต-พิมพ์เลิศ ใบหยก

จารุจิต-พิมพ์เลิศ ใบหยก

27 ธันวาคม 2557

ด้วยวัยที่ห่างกันเพียง 3 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ บุ๋ม จารุจิต และ บุ๊ค พิมพ์เลิศสองสาวจากบ้านใบหยกจะสนิทกันในระดับมากถึงมากที่สุด คุยกันได้ทุกเรื่อง

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา / ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

ด้วยวัยที่ห่างกันเพียง 3 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ บุ๋ม จารุจิต และ บุ๊ค พิมพ์เลิศสองสาวจากบ้านใบหยกจะสนิทกันในระดับมากถึงมากที่สุด คุยกันได้ทุกเรื่อง จนกลายเป็นคู่พี่น้องที่ใครหลายคนเห็นแล้วต้องอิจฉา ยิ่งได้นั่งคุยถึงความรักและความผูกพันที่ทั้งคู่มีต่อกัน ยิ่งสัมผัสได้ถึงความสนิทสนมของสองศรีพี่น้อง ที่วันนี้เรียกได้ว่าเป็นทั้งพี่น้อง ทั้งเพื่อน และทุกๆ อย่างของกันและกันไปแล้ว 

น้องบุ๊ค คือ กระจกเงาคู่กาย

บ้านนี้มีพี่น้อง 4 คน มีพี่ชายคนโต พี่สาวบุ๋มเป็นลูกคนที่ 3 และมีบุ๊คเป็นน้องนุชสุดท้องของบ้าน ถามว่าบุ๋มสนิทกับน้องเล็กในบ้านเป็นพิเศษมั้ย คำตอบคือไม่ พี่น้องสี่คนสนิทกันหมด แต่อาจเพราะทั้งคู่มักออกงานสังคม ออกสื่อ คู่กันบ่อยๆ เลยกลายเป็นทั้งคู่จะดูสนิทสนมกันเป็นพิเศษ

“สมัยก่อนพี่น้อง 4 คน นอนห้องเดียวกันนอนเรียงกันเลย จนกระทั่งมีบ้านใหม่ พี่น้องเริ่มแยกย้ายไปมีห้องส่วนตัว ยกเว้นบุ๊คยังนอนกับคุณแม่ พี่น้องบ้านนี้สนิทกันหมด เพราะเรียนโรงเรียนเดียวกันที่สาธิตจุฬาฯ เพื่อนฝูงที่คบหาก็แทบจะเป็นกลุ่มเดียวกัน เพื่อนบุ๋มก็เหมือนเพื่อนบุ๊ค เพื่อนบุ๊คก็เหมือนบุ๋ม ไปไหนมาไหนด้วยกันได้โดยไม่อึดอัด”

อย่างที่บอกว่าด้วยความที่พี่น้องเรียนโรงเรียนเดียวกัน มีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเพื่อนของบุ๋มจะรักและเอ็นดูน้องสาวของเธอ (บุ๊ค) ประหนึ่งเป็นน้องของตัวเอง

“จำได้ว่าตอนบุ๊คอยู่ ป.1 งอแงประสาเด็กไม่อยากมาโรงเรียน ร้องไห้จนอาเจียนใส่เสื้อตัวเอง คุณครูก็มาบอกบุ๋มเพื่อให้ไปดูน้อง บุ๋มก็ไปกับเพื่อน ปรากฏไปถึงบุ๋มให้เพื่อนช่วยเอาเสื้อน้องไปซักแทน (หัวเราะ) คิดย้อนไปก็ตลกดี”

ถามว่ามีเรื่องไหนที่ห่วงน้องสาวคนนี้เป็นพิเศษ บุ๋มบอกว่า เรื่องเพื่อนบุ๋มไม่ห่วง เพราะอย่างที่บอก เพื่อนน้องกับเราก็กลุ่มเดียวกัน เรารู้จักหมด แต่จะห่วงเรื่องการใช้คำพูด การแสดงสีหน้าของบุ๊คมากกว่า

“บุ๊คไม่ค่อยเก็บอารมณ์ รู้สึกยังไงแสดงออกหมด กับคนสนิทรู้นิสัยก็ไม่เป็นไร แต่กับคนอื่นอาจถูกมองว่าไม่ดี เพราะถ้าบุ๊คหน้านิ่งๆจะดูไม่เป็นมิตรเลย ยิ่งสายตาสั้นอีก บางทีเจอคนรู้จักก็ไม่ได้ทักทาย หลายคนบอกว่าบุ๊คดูเข้าถึงยาก แต่จริงๆ บุ๊คไม่มีอะไร เราก็ไม่อยากให้คนอื่นมองน้องในแง่ไม่ดี”

แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นสาวสังคม ชอบแต่งตัวเหมือนกัน เรื่องแฟชั่นเป็นอีกเรื่องที่พี่น้องคุยกันได้ไม่รู้จักเบื่อ แม้ว่าบุ๋มจะออกตัวว่าเธอกับน้องสาวแต่งตัวกันคนละสไตล์

“อย่างบุ๊คจะมีความเซอร์มากกว่า แต่บุ๋มจะมีความเป็นคุณนายอยู่ (หัวเราะ) แต่เราก็แชร์เสื้อผ้ากันใส่ได้ ยิ่งเสื้อผ้าบุ๊คบางส่วนก็มาเก็บในตู้บุ๋ม จะใส่ตัวไหนก็ยืมกันได้ ไม่มีหวง บางทีก็เป็นกระจกให้กัน ช่วยดูว่าชุดนี้ใส่แล้วสวยมั้ย บางทีก็ปรึกษากันว่าเอาตัวไหนมาแมตช์กับตัวไหนตามประสาผู้หญิงบ้างเหมือนกัน”

ส่วนบุ๋ม ถ้าให้เปรียบเทียบน้องสาวที่รักเป็นสิ่งของสักชิ้น บุ๋มบอกว่า บุ๊คคือกระจกที่สะท้อนภาพตัวเอง มองน้องในวันนี้ก็เหมือนมองย้อนตัวเองในอดีตว่าเราเป็นยังไง

“กระจกบานนี้ยังเป็นตัวแทนสะท้อนตัวตนของเราในบางครั้ง คือเราสองคนชอบไม่ชอบอะไรเหมือนกัน ดังนั้นบางทีเห็นอาการบุ๊คจะเหมือนสะท้อนความรู้สึกของเราเหมือนกัน”

จารุจิต-พิมพ์เลิศ ใบหยก

พี่บุ๋ม คือ กุหลาบสวยแต่มีหนาม

น้องนุชสุดท้องอย่างบุ๊คบอกว่า ตอนนี้เธอกับพี่สาวยิ่งสนิทกันมากขึ้น เพราะต้องมาทำงานด้วยกัน ช่วยพี่สาวดูแลโรงแรมหัวช้าง บุ๊คบอกว่า กับพี่สาวเหมือนเป็นทั้งพี่และเพื่อน ตอนที่เข้ามาทำงานด้วยกัน พี่บุ๋มจะไม่ดุ ใจดี จะทำงานไปด้วยกัน เรียนรู้ไปด้วยกัน ถามว่าใกล้ชิดกันมากๆ แบบนี้ มีไม่ถูกใจกัน งอนกันบ้างมั้ย บุ๊คบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา

“แต่เราโกรธกันไม่เกิน 1 วินะ ส่วนใหญ่พอพูดเริ่มไม่ถูกหูกัน ต่างฝ่ายจะเงียบ ถ้าอยู่ในรถก็หันไปมองข้างนอก สักพักก็ลืม ต่อเรื่องใหม่ที่จะคุยกันแล้ว”

บุ๊คเฉลยถึงเหตุผลที่ทั้งคู่เลือกจะเงียบเวลาไม่ลงรอยกันเพราะรู้นิสัยของกันและกันว่าเป็นคนแรงทั้งคู่ ถ้ายิ่งเถียงกันเรื่องจะไปกันใหญ่ ดังนั้นถ้าเงียบแล้วปล่อยให้เรื่องที่ไม่ถูกใจกันผ่านไปจะดีที่สุด

“บุ๊คเป็นคนพูดตรงมาก ตรงจนบางทีเตือนตัวเองว่าอันไหนไม่ควรพูดอย่าพูดดีกว่า เช่น เพื่อนไปซื้อของถามเราว่าสวยมั้ย ด้วยความที่เป็นคนตรง บุ๊คจะบอกเราไม่ชอบ พอพูดไปแล้วก็มาคิดว่าเราน่าจะมีวิธีพูดที่นิ่มนวลกว่านี้ แต่ถ้ากับคนในบ้าน บุ๊คถือว่าเราจริงใจ ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบ”

ถามว่ามีเรื่องไหนที่ห่วงพี่สาวคนนี้เป็นพิเศษ “ห่วงที่พี่บุ๋ม ชอบคิดอะไร ทำอะไรคนเดียว ยกตัวอย่างมีครั้งหนึ่งอยู่ดีๆ ตื่นมาพี่บุ๋มไปต่างประเทศเลยคนเดียวไม่บอกใครที่บ้าน เพราะพี่บุ๋มจะเป็นแนวอยู่กับตัวเอง คิดเอง ทำเองซึ่งในฐานะน้องเราก็ห่วง”

สนิทกันขนาดนี้ เมื่อต้องห่างกันช่วงที่พี่สาวไปเรียนต่อปริญญาโทที่เกาหลีใต้ คิดถึงกันขนาดไหน บุ๊คตอบเสียงดังฟังชัดว่า “ไม่ห่างกันเลย เพราะพี่บุ๋มกลับบ้านบ่อยมาก ประกอบกับช่วงที่พี่บุ๋มไปเรียน บุ๊คเรียนจบปริญญาตรีพอดีเป็นช่วงว่าง พักผ่อน ก็เลยบินไปอยู่กับพี่บุ๋มทีหลายอาทิตย์ บางทีเป็นเดือน

“พี่บุ๋มเป็นลูกคนแรกที่ได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ ตอนนั้นเราเชียร์ให้ไปฝรั่งเศส เพราะรู้อยู่แล้วว่าเราต้องบินไปหาบ่อยๆ ปรากฏสุดท้ายพี่บุ๋มตัดสินใจไปเรียนต่อที่เกาหลีใต้ก็แอบเซ็งนิดๆ แต่ก็โอเค”

เราสองคนชอบแต่งตัวเหมือนกัน คุยกันสนุกมากเรื่องนี้โดยเฉพาะถ้าเรื่องรองเท้านะ เราชอบเหมือนกัน แต่แชร์กันใส่ไม่ได้ เพราะขนาดเท้าต่างกันมาก ดังนั้นเลยต้องต่างคนต่างซื้อ แต่จะมีใจตรงกันบ้างก็ซื้อเหมือนกัน คนละขนาดไป

“มีหลายคู่มากที่ชอบตรงกัน ซื้อเหมือนกัน บางทีจะไปงานก็ยังใจตรงกัน จะใส่คู่ด้วยกันก็มี ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็ใส่เหมือนกันไปงาน ไม่มีใครต้องถอย”

สุดท้าย ถ้าให้เปรียบเทียบบุ๋มเป็นสิ่งของสักชิ้น บุ๊คขอเวลาคิดอึดใจ ก่อนจะตอบว่า ขอเปรียบพี่สาวคนสวยเป็นดอกกุหลาบ

“พี่บุ๋มเหมือนดอกกุหลาบ คือมีความสวยงาม ทุกคนชื่นชม แต่มีเงื่อนไขว่าต้องจับดอกกุหลาบดอกนี้อย่างเหมาะสมเพราะถ้าจับไม่ดีจะเจออีกด้านของพี่บุ๋มที่เปรียบเหมือนหนามของดอกกุหลาบ ถ้าเผลอไปล้ำเส้นก็อาจจะเจ็บเพราะหนามแบบเลือดซิบได้ (หัวเราะ)

จารุจิต-พิมพ์เลิศ ใบหยก

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท