
อร่อยระดับ 25 ดาว! ลัตเตอลิเยร์ กรุงเทพฯ
อุแม่เจ้า บรรดานักชิมถึงขั้นตาลุกวาว เมื่อหูกระดิกชื่อร้านอาหารลัตเตอลิเยร์ เดอ โชเอล โรบูชง กรุงเทพฯ
อุแม่เจ้า บรรดานักชิมถึงขั้นตาลุกวาว เมื่อหูกระดิกชื่อร้านอาหารลัตเตอลิเยร์ เดอ โชเอล โรบูชง กรุงเทพฯ (L’Atelier de Joel Robuchon, Bangkok) เชฟผู้เป็นเจ้าของมิชลินสตาร์มากที่สุดในโลก มาเปิดที่กรุงเทพฯ ณ มหานคร คิวบ์ งานนี้แฟนพันธ์ุแท้อาหารการกินย่อมไม่พลาด
สาขาที่ 9 อันเป็นสาขาล่าสุดของเจ้าของตำนาน “เชฟแห่งศตวรรษ” ผู้ครอบครองมิชลินสตาร์สูงสุดในประวัติศาสตร์ถึง 25 ดวง มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “ครัวเปิดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ” ให้ทุกๆ คนได้สัมผัสบรรยากาศการรังสรรค์อาหารระดับมืออาชีพของเชฟมิชลินสตาร์กันแบบจะจะ มีมุมสำหรับการโชว์ปรุงอาหาร เพื่อให้เห็นว่าเชฟเตรียมอาหารกันอย่างไร ท่ามกลางบรรยากาศราวกับสตูดิโองานศิลปะตามชื่ออัตเตอลิเยร์ (Atelier) ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสมีความหมายว่า Workshop หรือห้องปฏิบัติการนั่นเอง
ภายในร้านออกแบบตกแต่งอย่างสวยงาม ด้วยฝีมือ ปิแอร์-อีฟ โรชง นักออกแบบตกแต่งภายในระดับโลก เน้นใช้โทนสีดำและแดง เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับอาหาร โดยแบ่งพื้นที่ในร้านออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนลัตเตอลิเยร์ ได้รับการจัดวางรอบๆ ครัวเปิด ซึ่งลูกค้าที่มารับประทานอาหารจะได้นั่งที่เคาน์เตอร์ไฮบาร์ ชมการปรุงอาหารของเชฟที่อยู่ตรงหน้าอย่างสนุกสนานและใกล้ชิด
ด้าน ลา เทอเรซ จะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารแบบนั่งโต๊ะปกติทั่วไป โดยจะมีห้องส่วนตัว 2 ห้อง สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสงบ ผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัว
จากประสบการณ์ที่โชเอลเดินทางไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ด้านอาหาร และได้รับการถ่ายทอดเทคนิคจากเชฟญี่ปุ่นผู้มีฝีมือกว่าทศวรรษ ทำให้เขาเกิดความหลงใหลในดินแดนอาทิตย์อุทัยอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ผนวกกับการได้รู้จัก ทาปาส บาร์ ของประเทศสเปน ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจในการนำเสนอมุมมองใหม่ในการทำอาหาร และเกิดเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ของร้านอาหารอัตเตอลิเยร์ เดอ โชเอล โรบูชง นี้ขึ้นมา
ที่นี่จะไม่ยึดติดรูปแบบเดิมๆ แต่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพและสไตล์ นำเสนออาหารในรูปแบบที่สามารถเลือกได้ ทั้งอาหารจานเดียว หรือจะเป็นอาหารหลากหลายคอร์ส ที่แต่ละเมนูผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเชฟกับลูกค้า ท่ามกลางบรรยากาศการรับประทานอาหารที่มีชีวิตชีวาภายใต้คอนเซ็ปต์ ครัวเปิด (Open Kitchen) โดยลูกค้าจะได้ผ่อนคลายและดื่มด่ำไปกับอาหาร พร้อมชมเชฟรังสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษเบื้องหน้า
โดยเฉพาะลูกค้าในส่วนลัตเตอลิเยร์ จะได้รับการดูแลจากบริกรที่ทำหน้าที่คล้ายบัตเลอร์บริการเป็นรายบุคคล พร้อมทั้งเชฟโอลิวิเยร์ ลิมูแซง เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ กับเควนติน อาร์โนล ผู้จัดการร้าน จะแวะเวียนมาพูดคุยและคอยอธิบายเกี่ยวกับเมนูแต่ละจานอยู่ตลอดเวลา
ในวันเปิดตัวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เชฟโอลิวิเยร์ ลิมูแซง และทีมงานสร้างสรรค์เมนูเด็ดของลัตเตอลิเยร์ เดอ โชเอล โรบูชง ออกมาให้ได้ลิ้มลองกันมากมาย เริ่มตั้งแต่จานอมูสบุช ที่เชฟเสิร์ฟเมนูสุดสดชื่น Chilled green kale veloute with spicy tomato jelly ก่อนจะยกระดับสู่เมนูสุดหรู Salmon tartare with Imperial caviar
ยังหรูไม่เลิก ฤดูกาลนี้ต้องมีทรัฟเฟิลส์บ้างอะไรบ้าง กับ Glazed egg, white truffle, golden rice and shaved Parmesan รสชาติแสดงอิทธิพลของอาหารเอเชียมากจานนี้ ตามด้วยจาน Lobster served with Malabar sauce, baby spinach and coconut foam รสชาติสุดเข้มข้นของซอสมาลาบาร์สูตรเฉพาะ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง
ไฮไลต์อยู่ที่เมนคอร์ส อันเป็นซิกเนเจอร์ดิชของโชเอลที่ทุกคนต้องลอง คือ Free range quail stuffed with foie gras and potato pure ในจานมีนกกระทา 2 แบบ ชิ้นแรกเป็นส่วนอกซึ่งสอดไส้ด้วยฟัวกราส์ ทั้งชิ้นปรุงกำลังดีนุ่มแทบละลายในปาก อีกชิ้นเป็นส่วนขา ซึ่งนำไปเซียร์บนกระทะกับโซยาซอสชนิดหวาน ทำให้ได้รสชาติสุดกลมกล่อม ทว่าช็อตเด็ดของจานนี้อยู่ที่มันบด ซึ่งโชเอล โรบูชง เรียกว่า Potato Pure ไม่ใช่ Mash otatoes เนื่องจากหลังบดมันแล้วต้องไปผ่านตะแกรงเพื่อให้เนื้อเนียนละเอียดยิ่งขึ้น ก่อนจะไปผสมนมเนยและตีด้วยมือทุกครั้ง ทำให้ได้มันฝรั่งที่หอมมัน กินกันจนลืมอ้วนไปชั่วคราวกันเลยทีเดียวปิดท้ายด้วยของหวาน 2 จาน อันเป็นการเสิร์ฟแบบร่วมสมัย โดยพรีดีเซิร์ตเป็น Light sabayon with pineapple confit, aged rum granita and lemon sorbet จานจิ๋วแสนสดชื่น ขณะที่จานหวานตัวจริง Iced cranberry mousse, chestnut ice cream from Ardche นั้น สวยงามตามท้องเรื่อง โดยเฉพาะเทมเพอร์ ช็อกโกแลตแสนบางด้านบนที่ทำเป็นลายม้าลาย สุดจะบ่งบอกตัวตนความเป็นศิลปะบนจานอาหาร
ร้านอาหารลัตเตอลิเยร์ เดอ โชเอล โรบูชง กรุงเทพฯ (L’Atelier de Joel Robuchon, Bangkok) เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.30–14.30 น. และ 18.30–22.30 น. ณ ชั้น 5 อาคารมหานคร คิวบ์ ในโครงการมหานคร (สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี) โทร. 02-001-0698 หรือ Facebook.com/a’telier.bkk







