posttoday
ภูมิคุ้มกันชีวิต ปิติพงศ์ ศรีตระกูล

ภูมิคุ้มกันชีวิต ปิติพงศ์ ศรีตระกูล

13 มิถุนายน 2553

เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ

ความรักความเข้าใจในบ้านเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด ทำให้ลูกเติบโต...แข็งแรง และมีชีวิตที่ดี มองย้อนกลับไปก็...พ่อนี่แหละ...คนดีที่หนึ่งเลย พอล หรือ ปิติพงศ์ ศรีตระกูล แบรนด์แมนเนเจอร์ นาฬิกาดำน้ำเทคโนรีนแห่งบริษัท ไกซริน วันนี้มาเล่าให้ฟังถึงความสัมพันธ์พ่อลูก สายใยแห่งความรักเคารพ ความเข้าอกเข้าใจ ทั้งหมดทั้งมวลที่พอลบอกว่านำเขามายังจุดที่ยืนอยู่

คุณพ่อ สุรพล ศรีตระกูล ทำงานอยู่ในวงการท่องเที่ยว บริหารจัดการเอเยนซีทัวร์ Jalpak ของสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส แม้ปัจจุบันจะอายุ 67 ปีแล้ว แต่ก็ยังรั้งตำแหน่งประธานกรรมการของ Jalpak รวมทั้งนายกสมาคมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การทำงานของพ่อเต็มร้อย เพราะพ่อทุ่มเทด้วยหัวใจ เป็นอย่างนี้และเห็นอย่างนี้มาตั้งแต่พอลยังเป็นเด็ก

“พ่อคือต้นแบบ อยากตื่นขึ้นมาทุกวันเพื่อทำงานให้ได้เหมือนพ่อ” พอล เล่า

พ่อพยายามเป็นพ่อที่ดี เต็มที่กับงานนอกบ้าน ขณะเดียวกันก็เต็มที่กับงานในบ้าน พ่อทำงานบ้านด้วย อย่างเรื่องเลี้ยงลูก ทั้งคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกเอง พ่อเข้มงวดในระดับของพ่อ คือไม่เข้มงวดเท่าคุณแม่ แต่เหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่ากรอบของพ่อตีเส้นไว้ตรงไหน ในความคิดของพอลแล้ว พ่อพยายามให้ลูกอยู่ในกรอบ พ่อพยายามทำให้ลูกนึกถึงความถูกความผิด ถ้าจะทำผิดลูกต้องห้ามตัวเองได้

วิธีสอนลูกของคุณพ่อคือไม่ห้าม การห้ามลูกไม่ใช่การออกคำสั่งห้าม แต่คือการให้ออปชัน ทางเลือก เอ บี ซี ดี แต่ละทางเลือกมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ชวนลูกคุย ชวนลูกคิด เรื่องใหญ่เรื่องเล็กให้ตัดสินใจเองตั้งแต่เด็ก จะเลือกเรียนอะไร เลือกใช้ชีวิตยังไง เรียนๆ อยู่แล้วอยากย้ายประเทศก็ย้ายไปเลย ถ้าลูกแน่ใจในทางเลือกที่เลือกเดิน

พ่อเป็นกำลังใจให้ทุกเรื่อง สมัยพอลเรียน กอร์ดอง เบลอ อยู่ต่างประเทศ พ่อพยายามทดลองกินอาหารฝรั่งนู่นนี่เพื่อจะได้ไว้คุยกับลูกชาย ต้องบอกว่าปลื้ม ตอนนี้กลับเมืองไทยหากมีเวลาก็ทำอาหารอร่อยๆ ให้คุณพ่อรับประทานเป็นการขอบคุณ จะทำอะไรพ่อก็ช่วยลุ้นสนับสนุน รวมทั้งช่วงนี้ที่ลูกรับบทแบรนด์แมนเนเจอร์นาฬิกาดำน้ำระดับโลก “เทคโนมารีน” อืมห์...เลยลืมถามว่าได้ซื้อให้คุณพ่อสักเรือนหรือยัง (ฮา)...พ่อเคยบอกว่าพ่ออยากได้ลูกที่ดีมากกว่าลูกที่เก่ง อย่าทำตัวไม่ดี อย่าคดโกง อย่าทำให้ใครบาดเจ็บ เคยฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แต่ถึงวันนี้ตอบได้เต็มปากว่าอยากเป็นคนดี อยากเป็นลูกที่ดี เพราะไม่อยากทำให้ “เขา” เสียใจ สุดท้ายก็เดินในกรอบที่พ่อวางไว้ “ขอบคุณครับพ่อ”

ดร.ปิยวลี ธนเศรษฐกร ผู้ประสานงานฝ่ายอนุบาลและประถมศึกษา อาจารย์ใหญ่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การเลี้ยงลูกแบบให้ลูกคิดและตัดสินใจเลือก หรือการเลี้ยงดูในแบบที่เรียกว่า Positive Discipline มีเทคนิคและหลักจิตวิทยาในการเลี้ยงดูที่ละเอียดอ่อน โดยการให้ตัดสินใจเลือกนั้น ไม่ใช่ให้เด็กเลือกหรือทำตามใจตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการอบรมเรียนรู้ไปพร้อมกันว่า ทุกการตัดสินใจมีผลตามมา และคนตัดสินใจต้องรับผิดชอบต่อผลแห่งการตัดสินใจนั้น

ดร.ปิยวลี กล่าวว่า คุณพอลนั้นต้องบอกว่าโชคดีที่คุณพ่อคุณแม่เอาใจใส่และอบรมเลี้ยงดูอย่างดี การเลี้ยงดูลูกให้รู้จักเลือกหรือตัดสินใจด้วยตัวเองมีข้อดีที่เด็กจะได้พัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมไปพร้อมกัน เชื่อว่าคุณพอลนั้นคงไม่ได้ตัดสินใจถูกไปเสียทุกครั้งหรอก แต่นั่นทำให้เด็กเรียนรู้ว่าทุกการตัดสินใจมีผล เด็กถูกสอนให้คิดและใคร่ครวญ เพื่อเลือกในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา หรือผลที่จะตามมาสำหรับเขา ก่อนตัดสินใจต้องคิดตรงนี้สำคัญ เทคนิคนี้ทำให้คุมแนวทางได้ว่าเด็กโตขึ้นแล้วจะเป็นคนแบบไหน

“คุณอยากให้ลูกเป็นคนแบบไหน คุณก็สร้างประสบการณ์ให้เขา เริ่มต้นจากในบ้าน เพราะเราสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้ อาจฝึกให้ลูกตัดสินใจจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปก่อน จากนั้นเขาจะกล้าขึ้น กล้าที่จะตัดสินใจ กล้าที่จะรับผิดชอบ” ดร.ปิยวลี กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท