
มา ‘เติบโตแบบสีเขียว’ กันเถอะ...
โดย เพียงออ วิไลย [email protected]
เมื่อเช้านี้ใช้กระดาษทิชชู กดน้ำทิ้งไปเท่าไรนี่ ... อุ๊บบ ฟังแล้วเป็นคำถามที่ไม่ค่อยจะสุภาพเลย แต่ในเกาหลีกลายเป็นคำถามที่มีความหมาย ขนาดที่ต้องยอมให้
“ผู้คุมกฎในบ้าน” บุกไปเช็กถึงในห้องน้ำซะแล้ว เกาหลีกำลังรณรงค์ลดการใช้พลังงานจากซากฟอสซิล ลดโลกร้อน ลดการล้างผลาญต้นไม้กันอย่างขะมักเขม้น เพราะคำว่า “Green Growth เติบโตทางเศรษฐกิจแบบสีเขียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับโลก” สะท้อนประกายแสงสีเขียวเจิดจ้า กลายเป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จ ดังนั้น แม้แต่การใช้ทิชชูในบ้านยังต้องเฝ้าระวัง ...จากการสำรวจล่าสุดเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ข้อมูลอาจเก่าแก่สักหน่อยแต่ก็เป็นตัวเลขที่น่าตกใจจริงๆ...
“คนเกาหลีใช้กระดาษทิชชูยาวถึง 179 กิโลเมตร ต่อคนต่อปี” และ ต้องตัดต้นไม้ประมาณ 100 ล้านต้นต่อปี จึงสามารถรองรับปริมาณการใช้กระดาษในเกาหลีได้ โอ้...เกาหลีมีต้นไม้มากมายขนาดนั้นเชียวหรือ...เปล่าหรอกค่ะ พื้นที่ป่าไม้ที่ปลูกไว้เพื่อรองรับอุตสาหกรรมกระดาษของเกาหลีแทบจะไม่มีเลย เกาหลีเป็นลูกค้าผลิตภัณฑ์กระดาษของโลกที่เนื้อหอมมากที่สุดชาติหนึ่ง คือ ใช้เยอะ สิ้นเปลืองเยอะ ...ก็เป็นธรรมดาของประเทศที่พัฒนาแล้วมีกำลังซื้อมากที่มักใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมัน ไม้ แร่ธาตุ กันอย่างฟุ่มเฟือย ถึงแม้ว่าทรัพยากรนั้นจะไม่สามารถผลิตได้เองในประเทศก็ตามที่จริงความตื่นตัวในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ป่าไม้ และภาวะโลกร้อนของเกาหลีที่มีต่อโลก ได้เริ่มต้นมานาน 14 ปีก่อนหน้านี้ ในกลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นองค์กรอิสระชื่อว่า Green Korea United ซึ่งได้เริ่มรณรงค์ในภาคเอกชน ให้นำกระดาษกลับมาใช้ใหม่เพื่อปกป้องผืนป่าของโลก สำนักพิมพ์
“Small is beautiful” ซึ่งเป็นพันธมิตรในกลุ่มได้พิมพ์หนังสือขายโดยใช้กระดาษรีไซเคิลทั้งหมด และเมื่อ 2 ปีก่อน ยังได้สิทธิพิมพ์หนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่ม 7 ซึ่งขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ก็ใช้กระดาษรีไซเคิลพิมพ์ทั้งหมดเช่นกัน ...เคยได้ยินคำว่า
“SINGG” (Seoul Initiative Network on Green Growth) ไหมคะ “SINGG” เป็นคำที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือในระดับนานาชาติที่เกาหลีเป็นผู้จุดประกาย เมื่อปี 2005 รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของเกาหลีได้เสนอในที่ประชุมสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาของคณะรัฐมนตรีอาเซียนและแปซิฟิกครั้งที่ 5 (MECD 2005) ให้มีการวางแผนที่จะสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิก และเมื่อ ประธานาธิบดี อี มยอง ปาค ประกาศนโยบาย “Low Carbon Green Growth” ในที่ประชุมอาเซียนที่เกาหลีได้เข้าร่วมลงนามความร่วมมือด้วยเมื่อปีที่แล้ว จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในวงการสำนักพิมพ์เกาหลี คือ กระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเกาหลี ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ได้ตัดสินใจกำหนดให้ตำราเรียนของนักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายต้องพิมพ์ด้วยกระดาษรีไซเคิล มีผลตั้งแต่ปี 2010 นี้เป็นต้นไป เรื่องนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนและสำนักพิมพ์ทั้งหลายเป็นอย่างดี นับเป็นความก้าวหน้าของเกาหลีอีกขั้นหนึ่งที่จะเป็นตัวอย่างให้แก่ภาคธุรกิจอื่นๆ ในโลกหากจะมองดูพัฒนาการของการปกป้องสิ่งแวดล้อมของโลกแล้ว ในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนแนวทางไปจากเดิม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในอดีตมักจะมุ่งเน้นใน การลดมลพิษที่เกิดจากจากกิจกรรมต่างๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม บ้านเรือน หรือเครื่องยนต์ แต่ปัจจุบันหันมาเน้นการค้นคิดวิธีการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะทำให้สามารถทำกิจกรรมการผลิตได้เหมือนเดิม สามารถใช้ชีวิตได้ดีกว่าเดิม แต่ใช้วัตถุดิบ หรือพลังงานทางเลือกอื่น ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโลก...
“Green Growth” จึงเป็นนโยบายต้นแบบของการพัฒนาประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิกให้เติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กับการรักษาโลก ลดการใช้พลังงานที่จะมีผลกระทบต่อดาวสีฟ้าดวงนี้ ปัจจุบันประเทศที่เป็นสมาชิก United Nation’s Economic and Social Commission of Asia and the Pacific (UNESCAP) ถึง 52 ประเทศที่ได้นำแนวทาง “การเติบโตแบบสีเขียว” ไปใช้ในประเทศตน ...ในส่วนเกาหลีเอง ภาครัฐได้ตัดสินใจลงทุนมหาศาลในโครงการฟื้นฟูแม่น้ำหลัก 4 สาย และทำข้อตกลงกับภาคเอกชนซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มุ่งเน้นการวิจัยเพื่อพัฒนาทางเลือกใหม่ๆ ทางด้านพลังงานและสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในวันศุกร์ที่ 18 มิ.ย. 2553 นี้ ศูนย์เกาหลีศึกษา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และกองเอเชียตะวันออก 4 กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ จะได้ร่วมกันจัดสัมมนาเรื่อง
“ยุทธศาสตร์การเติบโตแบบสีเขียว (Green Growth) ของเกาหลี” ทางเลือกและโอกาสของไทย โดยการสัมมนาจะนำเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและการใช้เทคโนโลยีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และโอกาสทางธุรกิจ ที่นักธุรกิจไทยอาจจะสามารถขายทั้งคาร์บอนเครดิต อุปกรณ์ เครื่องมือ หรือวัตถุดิบ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ประเทศอื่นได้ การสัมมนาจัดขึ้นระหว่างเวลา 12.4516.00 น. ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ ค่ะ ท่านผู้อ่านที่สนใจสามารถเข้าร่วมรับฟังได้ฟรีค่ะ






