
On The Way การเดินทางเพื่อบางสิ่ง
หลังจากเดินทางไกลจากบ้านเกิดอันเป็นที่รักตั้งแต่วัย 23 ปี เพื่อมุ่งมั่นทำงานศิลปะพิสูจน์ตัวเองอยู่ที่ประเทศเยอรมนีนานเกือบ 20 ปี เมื่อที่นั่นไม่หลงเหลืออะไรให้ต้องพิสูจน์ สมบูรณ์ หอมเทียนทอง จึงหวนกลับมาใช้ชีวิตในเมืองเชียงคานที่เขาหลงใหล เลือกที่จะปลีกวิเวกทำงานศิลปะที่เขารักเงียบๆ ณ ริมฝั่งโขง ยิ่งมีชีวิตที่แสนเรียบง่ายบนฉากชีวิตที่น่าลุ่มหลง ผลงานของเขาที่เป็นเอกในเรื่องของนามธรรมก็ค่อยๆ คลี่คลายให้ดูเรียบง่ายแต่ลุ่มลึก
หลังจากเดินทางไกลจากบ้านเกิดอันเป็นที่รักตั้งแต่วัย 23 ปี เพื่อมุ่งมั่นทำงานศิลปะพิสูจน์ตัวเองอยู่ที่ประเทศเยอรมนีนานเกือบ 20 ปี เมื่อที่นั่นไม่หลงเหลืออะไรให้ต้องพิสูจน์ สมบูรณ์ หอมเทียนทอง จึงหวนกลับมาใช้ชีวิตในเมืองเชียงคานที่เขาหลงใหล เลือกที่จะปลีกวิเวกทำงานศิลปะที่เขารักเงียบๆ ณ ริมฝั่งโขง ยิ่งมีชีวิตที่แสนเรียบง่ายบนฉากชีวิตที่น่าลุ่มหลง ผลงานของเขาที่เป็นเอกในเรื่องของนามธรรมก็ค่อยๆ คลี่คลายให้ดูเรียบง่ายแต่ลุ่มลึก
นิทรรศการล่าสุดอย่าง “On The Way” ก็ยิ่งย้ำชัดถึงความงามและเส้นสายที่สมบูรณ์ในงานของศิลปิน โดดเด่นและสงบงามอยู่บนเฟรม เมื่อได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของผลงาน สมบูรณ์บอกเล่าให้ฟังถึงวิธีคิดและการเริ่มต้นในงานชุดนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า ทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะความโหยหาและไกลห่าง ด้วยความคิดถึงความทรงจำที่ถูกทิ้งไว้ในประเทศไทยอยู่นาน เขาจึงอยากใช้ชีวิตลำพังเพื่อเดินทางเพื่อทำความรู้จักบ้านเกิด เหนือสุดใต้ ตะวันขึ้นสู่ตะวันลา เพื่อได้พบและเฝ้ามองความเปลี่ยนไปของประเทศไทยด้วยมอเตอร์ไซค์
“เมื่อเราคิดแล้วว่าพร้อมที่จะไปกับมอเตอร์ไซค์ทุกหนทุกแห่ง แรกเลยเราก็ไม่ได้คิดหลอกว่าเราจะเจออะไรบ้าง เราก็เดินทางลำพังไป-กลับอยู่แบบนั้น 3 ปี โดยใช้เส้นทางต่างๆ รอบเมืองไทย ก็ดูไปเรื่อยๆ ว่ามีพัฒนาการอะไรบ้าง จุดไหนที่เราสนใจก็บันทึกภาพเก็บไว้ก่อน จนระยะเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เราก็เริ่มตกผลึกอะไรบางอย่างแต่ภาพยังไม่ชัด แล้วช่วงเวลาที่เราเดินทางไกล เราได้พบกับทีมทีมหนึ่งที่เขียนรูปเหมือนอยู่ เราก็เห็นว่าพวกอาร์ติสต์ข้างถนนเขาน่าสนใจมาก จึงชักชวนมาร่วมงานกับเรา เพราะเราเห็นบางอย่างในลายเส้นของพวกเขา ก็เลยเริ่มเอารูปที่เราถ่ายไว้ตามจุดต่างๆ ให้พวกเขาเขียน”
ขณะที่ให้ศิลปินเขียนรูป ตัวสมบูรณ์เองก็พยายามแนะนำเทคนิคและปรับแก้ในแต่ละรูปอยู่นาน กับศิลปินที่เขาตั้งใจทำงานด้วยเกือบ 10 ชีวิต บางคนกับบางภาพตัวเขาเองต้องใช้เวลาปรับแก้ให้สมบูรณ์อยู่ถึง 2 ปี เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด ให้ภาพนั้นแสดงออกมาให้เห็นในทิศทางที่สมบูรณ์ต้องการ ช่วงเวลานั้นเองจึงเป็นเหมือนการจ้างงานและการฝึกงานให้กับศิลปินข้างถนนกลุ่มดังกล่าว ซึ่งต่อมาทั้งกลุ่มสามารถทำงานต่อยอดอีกหลายชิ้นที่ตัวของสมบูรณ์ต้องการสื่อสารออกไป นับเป็นการทำงานครั้งใหม่ที่แหวกแนวและฉีกขนบเดิมๆ ไปจนหมดสิ้น
“ศิลปะในแบบของเรา มันมีลักษณะที่เราคล้ายผู้ประพันธ์บทหรือเรียกว่าผู้กำกับก็ได้ เวลาที่เขาทำงานกลับมาให้เราชิ้นหนึ่ง เราก็ใช้เวลาพอสมควรเพื่อที่จะดูว่าแต่ละชิ้นเราควรจะนำองค์ประกอบอะไรเข้าไปรวมงานด้วย ส่วนตัวเราก็ทำงานเป็นแนวแอบสแทรกต์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราก็จะพยายามทำงานรวมด้วยจากภาพเหมือนที่ศิลปินเขียนมา ให้ออกมาเป็นผลงานที่ประสานกันระหว่างนามธรรมและรูปธรรม ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน เป็นเหมือนศิลปะส่องทางกันและกัน” ศิลปินอายุ 66 ปี กล่าวไว้เช่นนั้น
เรียกได้ว่าผลงานในครั้งนี้ของศิลปินมากฝีมือ คือการทำงานด้วยกระบวนการที่เป็นขั้นเป็นตอน โดยหลังจากมองเห็นเป้าหมาย เข้าเองได้ทำงานกับศิลปินมากมายผ่านรูปถ่ายในขณะเดินทางที่เป็นภาพสี และความยากประการแรก คือ การเขียนรูปขาวดำด้วยน้ำหนักความเข้มของสีและแสงแดดในบรรยากาศของภาพให้ออกมางดงามที่สุด เพื่อทำให้ผลงานในครั้งนี้ออกมาละเอียดอ่อนและได้อารมณ์ ผลงานในแต่ละชิ้นจึงใช้ระยะเวลาอย่างยาวนาน หากนับตั้งแต่เริ่มบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์จนตกผลึก และมีผลงานจัดแสดงอย่างที่เห็น นิทรรศการครั้งนี้ของสมบูรณ์กินระยะเวลานานกว่า 5 ปี
“พอเราเดินทางบ่อยๆ ช่วงหลังๆ เราก็เริ่มจับทางได้แล้วว่าจุดไหน คือมันคงเป็นประสบการณ์ที่ยาวนาน เป็นงานที่เรียกว่าเป็นการพัฒนาการทางความคิด งานเราแต่ละชุดจะทำไม่ซ้ำกัน งานของเราจะมีบุคลิกในตัวเองอยู่แล้ว โดยจะเป็นงานในแบบที่คนดูเขาเห็นตัวเขาเอง ผ่านสิ่งที่เราค้นคว้าศึกษาทางด้านของสุนทรียศาสตร์ เพื่อให้คนที่เข้ามาดูเข้ามาเติมหรือเพิ่มสิ่งที่เขาขาดด้วยตัวเอง ฉะนั้นงานผมต้องการให้คนดูเข้ามาเห็นด้วยตัวเอง เหมือนได้เดินทางไปกับงานของเรา นั่นคือสิ่งที่เราตั้งใจให้เป็นกับผลงานชุดนี้”
สมบูรณ์พูดถึงผลงานของเขาไว้เช่นนั้น แม้จะเป็นงานลักษณะที่เป็นทั้งนามธรรมและรูปธรรมประสานอยู่ในผลงานเดียวกัน แต่หากได้นิ่งมอง งานของสมบูรณ์กลับไม่ได้ซับช้อนจนเกินความเข้าใจ เป็นงานที่สามารถทำให้ผู้ชื่นชมผลงานเองเกิดการสังเกตฝึกฝนและพยายามหาคำตอบ โดยนิทรรศการ “On The Way” จะจัดแสดงเรื่อยไปจนถึงสิ้นเดือน ม.ค. 2558 ณ นําทอง แกลเลอรี่ ซอยอารีย์ 5 ฝั่งเหนือ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-617-2794







