
หงส์ตั้งเป้าจบท็อป4
ร็อดเจอร์ส หวังปีใหม่หงส์แดงเร่งโกยแต้ม พร้อมคัมแบ็กโควตาแชมเปี้ยนส์ลีก
ร็อดเจอร์ส หวังปีใหม่หงส์แดงเร่งโกยแต้ม พร้อมคัมแบ็กโควตาแชมเปี้ยนส์ลีก
เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือลิเวอร์พูล มั่นใจทีมสปิริตของนักเตะ “หงส์แดง” ยังมีลุ้นติดท็อปโฟร์และคว้าโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า แม้ล่าสุดทำได้เพียงเปิดแอนฟิลด์ตามตีเสมอ อาร์เซนอล 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. รั้งอันดับ 10 ของตาราง มี 22 แต้ม ตามหลัง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อันดับ 4 อยู่ 9 คะแนน
“แน่นอนที่สุด เรากำลังก้าวไปสู่ความท้าทาย ยังมีแต้มเหลือให้เก็บอีกมาก แต่เราต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถเดินหน้าคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่อง ฤดูกาลที่แล้วครึ่งปีหลังเราชนะถึง 11 เกม ความมั่นใจถือเป็นสิ่งสำคัญ” ร็อดเจอร์ส เผย
นอกจากนี้ นายใหญ่ถิ่นแอนฟิลด์ได้เผยถึงอาการบาดเจ็บของ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ โดยเวลานี้ดาวยิงหมายเลขหนึ่งของทีมเข้ารับโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่ที่เมืองบอสตัน สหรัฐ เชื่อหลังปีใหม่จะสลัดอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ต้นขา พร้อมกลับมาล่าตาข่ายให้ทีมอีกครั้ง
ขณะที่ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซนอล ผิดหวังหลังลูกทีมถูกลิเวอร์พูลที่เหลือ 10 คน ตีเสมอเอาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากลูกโหม่งของ มาร์ติน สเคอร์ เทล อย่างไรก็ตามมองว่าสกอร์ดังกล่าวเป็นผลการแข่งขันที่แฟร์
“มันเป็นผลการแข่งขันที่ยุติธรรม เราผิดหวังที่เสียประตูจากลูกโหม่งเตะมุมง่ายไป แต่ครึ่งแรกลิเวอร์พูลเล่นได้ดี เราเสียบอลเร็วมาก เมื่อคุณขึ้นนำ 2-1 และเหลือไม่กี่นาที คุณก็ต้องอยากเก็บชัยให้ได้ แต่ 2-2 ก็เป็นผลการแข่งขันที่แฟร์” เวนเกอร์ กล่าว
ด้าน มิชาเอล ซอร์ก ผู้อำนวยการ
ดอร์ตมุนด์ ออกโรงยันอีกรอบว่า สโมสรยังคงหนุนหลัง เจอร์เกน คลอปป์ กุมบังเหียนต่อไป แม้กุนซือวัย 47 ปี จะพา “เสือเหลือง” จบครึ่งซีซั่นในศึกบุนเดส
ลีกาด้วยอันดับ 17 แถมมีเพียง 15 คะแนน เท่าทีมบ๊วยไฟร์บวร์ก
“โยอาคิม วัตซ์เค (ซีอีโอ) คลอปป์ และผม นั่งคุยกันเพื่อวิเคราะห์ถึงความตกต่ำของทีม เราตัดสินใจว่าจะอยู่ช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ยากลำบากด้วยกันเช่นเดิม” ซอร์ก เผย
โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี เปรยสนใจกลับมาทำงานคุมทีมระดับสโมสรในอนาคต เนื่องจากรู้สึกอิ่มตัว หลังพาขุนพล “อินทรีเหล็ก” เป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา
“ผมจะไม่ปฏิเสธเรื่องคุมสโมสร ผมทบทวนอนาคตตัวเองทุก 2 ปี ในฐานะโค้ชผมรู้ว่าจะมีการตัดสินใจครั้งสำคัญทุกทัวร์นาเมนต์ ในปี 2012 อารมณ์ตอนนั้นแตกต่างจากปี 2010 มันเปลี่ยนแปลงมาตลอด เช่นเดียวกับปีนี้” เลิฟ กล่าว







