
ก้าวต่อไป... ทัพช้างศึก
นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการฟุตบอลไทย ที่ควรต่อยอดความสำเร็จ
โดย...มิวโกโตะ
ได้รับการต้อนรับสุดยิ่งใหญ่สำหรับขุนพลลูกหนังทีมชาติไทยชุดแชมป์ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014” ที่มีแฟนบอลแห่รับเนืองแน่นตั้งแต่สนามบินดอนเมือง และตลอดสองข้างทางกระทั่งถึงสนามศุภชลาศัย เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ซึ่งวันที่ 22 ธ.ค. จะเดินทางไปลงนามถวายพระพรที่โรงพยาบาลศิริราช
บุคคลสำคัญที่ปลุกกระแสบอลไทยฟีเวอร์คงหนีไม่พ้น “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทัพช้างศึก ที่ปลูกถ่ายความเป็นสุภาพบุรุษลูกหนัง จนนักเตะรุ่นน้องตั้งใจเล่นวิ่งสู้ฟัด กระทั่งทวงบัลลังก์เจ้าอาเซียนได้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี
“ขอขอบคุณทุกฝ่าย สื่อ สมาคมฟุตบอลฯ ที่จัดงานแห่ขึ้นมา มันแสดงให้เห็นว่าบอลไทยมันฟีเวอร์มากขนาดไหน ฟุตบอลเรียกศรัทธากลับได้จริงๆ ต่างจากปกติ ปกติแยกย้ายกลับบ้านหลังจากเสร็จงานทุกอย่าง ก็จะปล่อยให้นักฟุตบอลกลับสโมสรต้นสังกัด ส่วน ชัปปุยส์ เขาจะกลับสวิตเซอร์แลนด์ 23 ธ.ค.” ซิโก้ กล่าว
นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการฟุตบอลไทย ที่ควรต่อยอดความสำเร็จ นาทีนี้ทุกกระแสหนุนหลังให้ ซิโก้ นั่งแท่นกุนซือทีมชาติไทยเต็มตัว ซึ่งเจ้าตัวเปรยการจะพาทีม “ช้างศึก” ประสบความสำเร็จในระดับสูง ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน และแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน
“ผมต้องไปหารือกับ ‘บังยี’ วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อีกครั้ง ถึงแผนการเตรียมทีม เพื่อวางนโยบายในแต่ละชุดอย่างละเอียด เพราะบางรายการโปรแกรมตรงกัน คือ คัดฟุตบอลโลก กับ ซีเกมส์ ดังนั้นต้องมีการแบ่งงานกันว่าจะมอบหมายให้ใครคุมชุดใด” ซิโก้ เสริม
แม้จะยังไร้ข้อสรุปว่าจะรับบทบาทใดบ้าง ทว่าอดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทยจอมตีลังกา กลับเริ่มมองอนาคตทันที โดยแบ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้นคือ 3 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในปีหน้า ส่วนเรื่องความฝันอยากไปเล่นฟุตบอลโลก มั่นใจมีสิทธิเกิดขึ้นหากลงมือทำจริงจัง
“แน่นอนทุกอย่างต้องการการวางโครงสร้างที่ดี เราต้องสร้างทีมประมาณสามชุดขึ้นมาในอนาคต เพื่อให้เกิดความมั่นคงและต่อเนื่องในทีม ความยากปีหน้าอยู่ที่ รีโอลิมปิก รอบแรก เราร่วมกลุ่มกับ เกาหลีเหนือ, ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา จะต้องผ่านเข้ารอบให้ได้ เบื้องต้นจะให้ทีมปรีโอลิมปิก ซึ่งใช้ชุดอายุไม่เกิน 22 ปี กับซีเกมส์ที่ใช้อายุไม่เกิน 23 ปี ซ้อมร่วมกัน เพราะอายุใกล้เคียงกัน นักเตะที่ช่วงอายุสามารถเล่นได้แค่ซีเกมส์ก็ยังสามารถประคองรุ่นน้องในชุดปรีโอลิมปิกได้” กุนซือทัพช้างศึก กล่าว
พร้อมกันนี้ เฮดโค้ชวัย 41 ปี ยืนยันพร้อมให้โอกาสนักเตะทุกคนคัดเลือกทีมชาติ โดยไม่ต้องคำนึงถึงชื่อเสียง เนื่องจากไม่ต้องการคนที่เก่งที่สุด ขอเพียงคนที่มีความสามัคคี มีวินัย เพื่อพัฒนาไปสู่ทีมชาติไทย ในอนาคตเด็กอายุ 18-19 ปี ที่จบ ม.6 ถ้าเก่งจริง และเข้ากับระบบทีม ก็สามารถติดธงได้
ฟังบทสัมภาษณ์นี้แล้ว ยิ่งมั่นใจว่าวงการฟุตบอลไทยกำลังมาถูกทาง หากทุกภาคส่วนระดมแรง ช่วยกันจริงจังอย่างจริงใจ ถึงเวลานั้นต่อให้ผลการแข่งขันออกมาอย่างไร เราจะมีแต่คำว่า “ชนะ” แน่นอน







