posttoday
ปลุกฝัน บันดาลใจ

ปลุกฝัน บันดาลใจ

21 ธันวาคม 2557

“คุณเล่นฟุตบอลเพื่ออะไร???” คือคำถามต่อยอดจากแคมเปญ What do you play for...?

“คุณเล่นฟุตบอลเพื่ออะไร???” คือคำถามต่อยอดจากแคมเปญ What do you play for...? ที่คุณพิพัฒน์ หล่อไกรเลิศ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) นำมาขบคิดร่วมกับทีมงาน หลังแบรนด์รถยนต์ค่ายดังสัญชาติอเมริกันเซ็นสัญญาเป็นผู้สนับสนุนหลักกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยาว 7 ปี ก่อนได้คำตอบว่าสุดท้ายแล้วทุกคนกำลัง “เล่นเพื่อฝัน”

“เชฟโรเลตเลือกเป็นพันธมิตรกับแมนฯ ยู ด้วยเหตุผลที่ว่า สโมสรแห่งนี้เต็มไปด้วยทีมสปิริต ตราบใดที่ยังไม่สิ้นเสียงนกหวีด นักเตะปีศาจแดงไม่เคยยอมแพ้ ส่วนที่มาลงเอยเป็นฟุตบอล เพราะเป็นกีฬาอันดับหนึ่งของโลก เราจึงพยายามคิดโครงการเพื่อช่วยเหลือวงการฟุตบอลบ้านเรา” คุณพิพัฒน์ กล่าวเปิดหัว

ปลุกฝัน บันดาลใจ

 

สำหรับโครงการ Play for dream หรือเล่นเพื่อฝัน เปิดโอกาสให้นักเตะระดับเยาวชนอายุ 10-13 ปี ที่มีฝีเท้าโดดเด่นจากทั่วภูมิภาคของประเทศไทยเข้ามาทดสอบ ลีลา เลี้ยง ส่ง โหม่ง ยิง โดยมุ่งหวังให้เยาวชนที่มีใจรักลูกหนังร่วมเดินทางตามความฝัน ซึ่งผู้ชนะโครงการ 5 คนสุดท้ายมีโอกาสบินลัดฟ้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เพื่อชมเกม “แดงเดือด” ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ ลิเวอร์พูล ณ สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ผลคือ “เรด เดวิลส์” ถล่มคู่อริขาดลอย 3-0 เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.

หัวเรือด้านการตลาด เชฟโรเลตไทย เชื่อว่ารากฐานที่ดีสามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้ โครงการนี้จึงให้โอกาสนำน้องผู้ชนะโครงการ ประกอบด้วย ด.ช.ณัฐกิตติ์ ศรีสมบัติ (โรงเรียนพระแม่มารี สาธุประดิษฐ์ กรุงเทพฯ) ด.ช.พบธรรม วันดี (โรงเรียนปรินส์รอยัลวิทยาลัย จ.เชียงใหม่) ด.ช.จักรพงษ์แสนมะฮุง (โรงเรียนชุมชนดงมะไฟศิลป์เจริญ จ.สกลนคร) ด.ช.ณัฐวุฒิ เหลืองบริสุทธิ์ (โรงเรียนท่าข้ามพิทยาคม จ.ชลบุรี) และ ด.ช.ณัฐภัทร สิทธิสุวรรณกุล(โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ลำนารายณ์ จ.ลพบุรี) ไปสัมผัสคำว่านักเตะระดับโลก เพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจ

ปลุกฝัน บันดาลใจ

 

“โปรเจกต์ของเราเป็นอะไรที่หลายประเทศอยากทำตาม เพราะเป็นเหมือนการวางรากฐานวงการฟุตบอล ต้องขอบคุณพี่ซิโก้ (โค้ชทีมชาติไทย) ที่สละเวลาเข้ามาช่วย ทางเชฟโรเลตไม่ได้สนใจว่าใครจะทำอะไรบ้าง เราเพียงขอเป็นส่วนหนึ่งช่วยยกระดับวงการเท่านั้น โครงการนี้มันตอบโจทย์ตรงที่น้องๆ จากต่างจังหวัดได้รับโอกาส โชคดีของเราอีกด้วยที่ได้ทีมคัดเลือกและสต๊าฟหลายคนจากทีมชาติชุดปัจจุบัน” คุณพิพัฒน์ เสริม

ไม่เพียงแค่พาเด็กผู้ชนะโครงการทั้ง 5 คนไปเติมแรงบันดาลใจเท่านั้น แต่งานนี้เชฟโรเลตได้ใช้สายสัมพันธ์ของการเป็นพาร์ตเนอร์หลักกับสโมสร ด้วยการมอบโอกาสให้เด็กไทยหนึ่งคนจูงมือนักเตะ “ปีศาจแดง” ลงสนามในเกมแดงเดือด ซึ่งผู้โชคดีได้แก่ น้องตะกร้อ ด.ช.ณัฐกิตติ์ ขอบอกเยาวชนลูกหนังทุกคนต้องอิจฉาโอกาสสุดพิเศษนี้แน่นอน

ปลุกฝัน บันดาลใจ

 

“ตอน เวย์น รูนีย์ เรียกผมมาจับมือ เขาชี้มาที่รองเท้าผม จากนั้นเขาก็พาไปแตะมือกับนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูลครบทุกคน เสร็จแล้วผมก็เดินไปหากรรมการตอนโยนเหรียญ ตื่นเต้นมากครับ อยากลงเตะจริงๆ เลย ตอนวิ่งพื้นสนามลื่นมากด้วย เห็นแล้วผมอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ กลับไปผมจะตั้งใจซ้อมมากขึ้น” น้องตะกร้อ เด็กไทยผู้จับมือศูนย์หน้าหมายเลขหนึ่งทีมชาติอังกฤษ กล่าว

ขณะที่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผู้ฝึกสอนทัพช้างศึกที่ปลุกกระแสฟุตบอลไทยในเวลานี้ กล่าวฟันธงในฐานะพี่ใหญ่ผู้คัดเลือกน้องๆ 20 คนสุดท้ายในโครงการเล่นเพื่อฝัน ว่า เยาวชนกลุ่มนี้มีศักยภาพเพียงพอจะติดทีมชาติในอนาคต เพราะทักษะทุกคนล้วนไม่ธรรมดา ขอเพียงมุ่งมั่นตั้งใจและมีวินัยไม่แตกแถว พร้อมกันนี้ยังเสริมจุดอ่อนน้องๆ ผ่านผู้ปกครอง เพื่อช่วยเพาะพันธุ์เมล็ดฝันให้สมบูรณ์

“เด็กกลุ่มนี้มีของทุกคน ทักษะที่ผมเห็นทำให้แอบหวังเห็นบอลไทยขยับเข้าใกล้ฟุตบอลโลกในอนาคต สิ่งที่ผมห่วงที่สุดคือ กลัวพวกเขาขยันไม่พอ มันเป็นจุดอ่อนนักเตะไทย ส่วนเรื่องสรีระ วิธีการเล่น ผมแจงรายละเอียดเป็นข้อๆ ผ่านผู้ปกครองไปแล้วว่าใครต้องทำน้ำหนัก ต้องลดน้ำหนัก หรือใครต้องการปรับรายละเอียดการเล่นอย่างไรบ้าง” ซิโก้ กล่าว

ปลุกฝัน บันดาลใจ

 

สอดคล้องกับคุณพิพัฒน์ที่พยายามปลูกฝังให้น้องๆ กลุ่มนี้หันมาใส่ใจองค์ประกอบของการเป็นนักกีฬาอาชีพควบคู่กับการฝึกทักษะในสนาม พร้อมให้สัญญากับเด็กๆ ที่พลาดร่วม หรือตกรอบไม่ผ่าน 20 คนสุดท้ายให้เตรียมตัวให้ดี เพราะปีหน้าเชฟโรเลตมีโครงการลูกหนังดีๆ มามอบให้เช่นเคย ส่วนรูปแบบใดกำลังอยู่ในขั้นตอนหารือ สำหรับโครงการนี้นับว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากได้เสียงตอบรับจากเด็กๆ และผู้ปกครองเป็นอย่างดี แม้เพิ่งจัดปีแรก

“ผมบอกน้องๆ ไปแล้ว ไม่ใช่แค่เล่นอย่างเดียว โภชนาการสำคัญมาก อาหารต้องกินให้ถูก คุณต้องหาวิธีการเล่นและพัฒนาควบคู่กับทักษะ ขอเน้นย้ำเรื่องวินัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และพยายามเรียนรู้ที่จะอยู่กันเป็นทีม เพราะฟุตบอลไม่สามารถเล่นคนเดียวได้ ซึ่งตลอดเวลาที่เข้าแคมป์ของโครงการ เราพยายามปลูกฝังตลอด หวังว่าการมาเห็นนักเตะระดับโลกเล่นกันจะช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจให้น้องๆ ล่าฝันกันต่อไป”

ปลุกฝัน บันดาลใจ

 

“สำหรับโครงการในปีหน้า เรากำลังเบรนสตรอมกันอยู่ เรื่องรูปแบบอาจแตกต่างออกไป มีแนวโน้มว่าอาจใช้เป็นระบบลีกทั่วประเทศ จำกัดอายุถึงระดับไหนยังไร้ข้อสรุป ส่วนน้องๆ ที่ไม่ได้อยู่โรงเรียนดังๆไม่ต้องกลัว เพราะหากใช้ระบบลีกแข่งจริง เราจะตั้งเป็นทีมแมวมองขึ้นมาคัดเลือกดาวรุ่งฝีเท้าดีที่ตกรอบ และมอบโอกาสที่ดีต่อไป สุดท้ายขอเรียนว่า ทุกโครงการเล่นเพื่อฝันที่เชฟโรเลตทำ มาจากความฝันที่เราอยากเห็นคนไทยยิ้มเวลานั่งชมทีมชาติแข่งนั่นเอง” พิพัฒน์ กล่าว

ด้าน พุธผ่อง แสนมะฮุง ผู้ปกครอง ด.ช.จักรพงษ์ หรือ “น้องโอ๊ต” ที่เดินทางมาพร้อมกับลูกชายจาก จ.สกลนคร กล่าวขอบคุณโครงการ Play for dream จากเชฟโรเลต ทั้งยังเชื่อประสบการณ์ที่บุตรหลานได้รับครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้เด็กๆ มุ่งมั่นตามความฝันบนถนนสายลูกหนังต่อไป

ปลุกฝัน บันดาลใจ

 

“นับเป็นโครงการที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนได้ลุกออกมาพัฒนาฝีเท้าเพื่อสานฝันของตัวเอง นั่นคือการเป็นนักเตะอาชีพที่มีคุณภาพของประเทศ ดังนั้นจึงอยากให้มีโครงการนี้ต่อไป เพราะหากทุกคนมีความพยายามและมุ่งมั่น ก็เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจ” ผู้ปกครองน้องโอ๊ต เผย

ส่วนตัวในฐานะผู้ติดตามโครงการและได้เห็นฝีเท้าน้องๆ ยังรู้สึกว่าไม่ธรรมดา ขอชื่นชมเชฟโรเลตที่สนับสนุนวงการกีฬา เพราะนี่คือสิ่งที่ควรจะเป็น หากทุกภาคส่วนช่วยกันคนละไม้คนละมือ วางรากฐานให้เยาวชนอย่างถูกต้อง ผมเชื่อว่าอนาคตวงการกีฬาไทยจะทำเรายิ้มแก้มปริ และตะโกนเชียร์จนเสียงแหบแน่นอน....

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน