
ม้ามืดตัวจริง เดอะวอยซ์ คนที่ 3 ‘สมศักดิ์ รินนายรักษ์’
ในที่สุดตำแหน่งเแชมป์เดอะวอยซ์ ประเทศไทยคนที่ 3 ก็กลายเป็นของ “หนุ่ม-สมศักดิ์ รินนายรักษ์”
ในที่สุดตำแหน่งเแชมป์เดอะวอยซ์ ประเทศไทยคนที่ 3 ก็กลายเป็นของ “หนุ่ม-สมศักดิ์ รินนายรักษ์” ผู้เข้าประกวดที่หลายคนยกให้เป็นม้ามืดแห่งปี
เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ หนุ่มไม่ใช่ตัวเต็งจ๋าในบรรดาผู้เข้าประกวดซีซั่นนี้ แต่เขาก็มีดีที่ “ความซื่อ” “ความน่ารัก”ยิ่งมาบวกกับเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เด่นชัดคือรูปลักษณ์ที่ไม่หล่อเพอร์เฟ็กต์ขั้นพระเอก นั่นละตัวตน “หนุ่ม เดอะวอยซ์”
หนุ่มทิ้งทวนการประกวดรอบชิงด้วยเพลงซึ้งความหมายดี “สักวันต้องได้ดี” ซึ่งเนื้อหาเพลงนี้มีความสำคัญต่อชีวิตเขามาก “อย่างน้อย สิ่งที่เรานั้นทำลงไป ไม่คิดอะไร ก็แค่ภูมิใจที่เป็นคนดี อย่างน้อย ก็บอกตัวเองหนทางยังมี แม้ว่าวันนี้ มันช่างโหดร้าย ก็ยังคงทำดีไม่เคยหวั่น รู้ว่าสักวัน ต้องได้ดี”
“ตั้งแต่ร้องเพลงในรายการนี้มา เพลงนี้ตรงกับผมมากที่สุดครับ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แน่นอน เพลงนี้มัดใจผู้ชมทั้งประเทศที่พร้อมใจโหวตให้เขาเป็นผู้ชนะ 43% เหนือ 3 ผู้เข้าประกวด “อิมเมจ-สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ” (ที่ 2) “บิว-จรูญวิทย์ พัวพันวัฒนะ” (ที่ 3) “บอม-ปัญจพลธรรมสอน” (ที่ 4)
หลังชื่อถูกประกาศให้เป็นแชมป์เดอะวอยซ์ ดูเหมือนหนุ่มจะยังงงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น เขายอมรับอย่างซื่อๆ ไม่คิดว่าจะเป็นตัวเองที่ครองตำแหน่งชนะเลิศ หนุ่มยืนกลางวงล้อมสื่อให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้านิ่งเฉย น้ำเสียงไม่สั่นเครือ แต่รู้เลยว่าในใจเขาไม่ได้เป็นเยี่ยงนั้นหรอก
“ตอนที่พี่เขาประกาศก็ยังนึกว่าซ้อมอยู่เลยครับ (หัวเราะ) ไม่คิดว่าจะเป็นตัวเอง หวังมั้ย หวังครับ แต่ไม่คิดว่าจะได้ถึงแชมป์ ผมไม่รู้ว่าผมชนะใจคนทั้งประเทศเพราะอะไร เสียงดีมั้ย ผมว่าคนอื่นเสียงดีกว่าผมซะอีกนะครับ หรืออาจจะเป็นเพราะความมึนๆ งงๆ ของผมนี่ละครับที่ทำให้ผมชนะ (ยิ้ม)”
จากเด็กต่างจังหวัด บ้านเกิดอยู่ที่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย เรียนชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย กว่าจะได้มาซึ่งแชมป์เดอะวอยซ์ คนที่ 3 เส้นทางการประกวดของหนุ่มอาจไม่ง่าย บ้านเขาไม่ได้ร่ำรวย พ่อแม่ทำงานรับจ้าง ที่นาไม่มี ที่สวนที่ไร่อย่าได้ถามหา แต่เขากลับมุ่งมั่นที่จะไล่ล่าฝัน พาตัวเองเข้าเมืองกรุงเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเดอะวอยซ์
“ตอนแรกผมคิดว่าเดอะวอยซ์คือเวทีที่ใหญ่มากสำหรับผม ดูทางทีวี โห!!! มันสุดยอดมาก แต่พอได้มาประกวดมันก็ยังใหญ่อยู่ครับ แล้วมันก็ไม่ง่ายและสบายเหมือนที่เห็นกันในจอ มันตื่นเต้น มันไม่เหมือนที่คิดไว้เลย ก่อนมาผมไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยครับ ก็มาแบบบ้านๆ นี่ละ”
ตามประสาเด็กต่างจังหวัด หนุ่มไม่เคยเรียนร้องเพลงมาก่อน ทุกอย่างเกิดจากการฝึกฝน ร้องในแบบฉบับตัวเอง ผิดถูกเขาเองก็ไม่เคยรู้ แต่เขารู้แค่ว่าเขาชอบร้องเพลง ร้องเพื่อความสนุกและมีความสุขที่จะร้อง จนวันหนึ่งเขาก็เริ่มมองภาพการเป็นนักร้องชัดขึ้น
“ผมไม่เคยประกวดเวทีไหนมาก่อนเลยครับ ครั้งแรกในชีวิตครับ มาก็ขึ้นเวทีใหญ่เลย ตัวผมอยากมาเองครับ ไม่มีใครชักชวน เคยดูตั้งแต่ซีซั่นแรก เขาเอาแต่เสียง ไม่ได้คัดหน้าตา ก็เลยอยากลองมาประกวด ปีแรกไม่ทันครับ เพราะมันเพิ่งมาแล้วผมก็เพิ่งรู้ว่ามีประกวด ปีที่สองก็ยังไม่ได้มาอีก เพราะติดเรียน”
ซีซั่น 3 หนุ่มวัย 22 ปี จากเชียงรายก็ไม่พลาด เขาไปออดิชั่นไกับเพื่อนที่เชียงใหม่ ปรากฏว่าเขาเข้ารอบ แต่เพื่อนไม่ผ่าน พอผ่านหนุ่มต้องนั่งรถทัวร์เข้ากรุง ไปกลับอย่างนี้ตลอด เหนื่อยหนัก ทว่าเขาก็ไม่เคยหยุดสานฝัน ยังเดินหน้าต่อ จนกระทั่งวันนี้หนุ่มสมใจกับฝันอันยิ่งใหญ่ พร้อมเงินและของรางวัลร่วม 4.5 ล้านบาท
“ความจนไม่เป็นอุปสรรคครับ ไม่ว่าจน ไม่ว่ารวย ผมว่าทุกคนมีโอกาสเท่ากันครับ อยู่ที่ว่าคุณจะไขว่คว้ามันหรือเปล่า ขอให้ลองทำมันดูครับ”







