
เก็บตก
ถ้านึกถึง จ.เชียงใหม่ ต้องนึกถึงช่วงหน้าหนาว ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
ถ้านึกถึง จ.เชียงใหม่ ต้องนึกถึงช่วงหน้าหนาว ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ อะไรประมาณนั้น แต่หากหน้าหนาว อากาศยังไม่หนาวสักที เราก็ยังมีของเด็ดของดีของ จ.เชียงใหม่ มาฝาก ซึ่งของเด็ดของดีที่ว่านี้ เป็นของดีที่เราไปเก็บตกมาจากเทศกาลงานออกแบบครั้งแรกในประเทศไทย Chiang Mai Design Week 2014 ที่ได้รวบรวมผลงานเชิงสร้างสรรค์มากกว่า 51 โชว์เคส 26 เวิร์กช็อป และ 25 งานบรรยาย ร่วมกับกว่า 100 แบรนด์ดังในท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ มาจัดแสดงทั่วเมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6-14 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ว่ากันว่า นี่เป็นการจัดงานที่เป็นสะพานเชื่อมโยงศักยภาพนักออกแบบและนักสร้างสรรค์สู่โอกาสในตลาดดีไซน์สากล ที่ในอนาคตอาจทำได้ดีไม่แพ้งานดีไซน์วีกระดับโลกอย่าง London Design Festival, Tokyo Designers Festival, Milan Design Week ก็เป็นได้
เมื่อสบโอกาสได้พูดคุยกับ อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ก็ได้พบว่า ด้วยศักยภาพของ จ.เชียงใหม่ ที่มีต้นทุนเดิมเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและทักษะฝีมือพื้นถิ่นอย่างมากมาย เมื่อผนวกเข้ากับความรู้และความคิดสร้างสรรค์ นี่จะเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองตามแนวทางของเมืองสร้างสรรค์ (Creative City) ได้ต่อไป
“ผมคิดว่า การจัดเทศกาลงานออกแบบ หรือดีไซน์วีกนี้ เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยรวบรวมสินทรัพย์เดิม ทั้งต้นทุนทางวัฒนธรรม งานออกแบบ และศิลปะ มาบวกเข้ากับการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมจากทั้งภาครัฐและเอกชน การสนับสนุนจากผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ และสตูดิโอออกแบบในพื้นที่ เพื่อผลักดันให้เป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เกิดการยกระดับภาคธุรกิจสร้างสรรค์ในท้องถิ่น สร้างรายได้หมุนเวียน และต่อยอดการเติบโตของนักออกแบบท้องถิ่นไปสู่ตลาดดีไซน์สากล”
ในฐานะนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง เมื่อได้มีโอกาสมาร่วมงานนี้ เลยถือโอกาสค้นหาแรงบันดาลใจผ่านงานดีไซน์ของศิลปินมากหน้าหลายตา โดยแหล่งที่ตั้งในการจัดแสดงผลงาน อยู่บริเวณย่าน ถนนเจริญราษฎร์ (อยู่ติดแม่น้ำปิง) และบ้านไม้ตระกูลนิมมานเหมินท์
เราเริ่มต้นเดินชมผลงานดีไซน์กันที่ The Meeting Room Art Caf ร้านกาแฟสุดเก๋ที่ด้านหน้าร้านได้จัดแสดงผลงานเซรามิกของ อ.สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินเซรามิกชาวเชียงราย ผู้ก่อตั้งแบรนด์ดอยดินแดง ศิลปินท่านนี้บอกกับเราว่า หลังจากเห็นว่าพื้นดินในแถบ จ.เชียงราย มีดินสีแดงคุณภาพดี เหมาะแก่การทำงานเซรามิก จึงได้นำดินดีเหล่านี้มาสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ
“ที่นี่ยังมีไม้ แกลบ ใบไม้ ขี้เถ้าฟาง ขี้เถ้าไม้ไผ่ ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบเคลือบผิวให้เกิดสีสันได้โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี ผมจึงได้สร้างผลงานศิลปะทำมือที่ผสมผสานศิลปะดั้งเดิมเข้ากับศิลปะร่วมสมัยที่มีกลิ่นอายของไทยและญี่ปุ่น เพื่อสะท้อนฝีมือช่างชั้นสูงครับ”
เมื่อพิจารณาถึงแนวคิดและอารมณ์ของศิลปินท่านนี้ จะค้นพบว่า เมื่อมันได้แปรสภาพออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ มันมีที่สวยงาม มีคุณค่าทั้งด้านประโยชน์ใช้สอย และการเป็นงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์
หลังจากชื่นชมผลงานเซรามิกอันแสนเก๋ เราก็ได้เดินลัดเลาะไปตามถนนเจริญราษฎร์ จนมาถึงที่ตั้งอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ Sala Lanna Boutique Hotel ที่ได้จัดแสดงผลงานของ ศรัณย์ อยู่คงดี ผู้มีความโดดเด่นในเรื่องกระบวนการค้นคว้าทดลองเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ประโยชน์จากวัสดุธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของชุมชน มาผสมผสานกับเทคโนโลยีการผลิตและการออกแบบสมัยใหม่ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่
“สำหรับผลงานที่ผมนำมาจัดแสดงในครั้งนี้เป็นผลงานที่มีชื่อว่า Chiang Mai : Square โดยผมได้เลือกค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงสี่เหลี่ยมและเมืองเชียงใหม่ ทั้งในบริบทด้านสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และการวางผังเมือง ผมคิดว่ารูปทรงเรขาคณิตนี้ สามารถสร้างความแตกต่างและความน่าสนใจได้ไม่มากก็น้อยครับ”
เมื่อเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ จนมาถึงสี่แยกไฟแดง เราได้ค้นพบบ้านเก่าหลังงาม ซึ่งเป็นบ้านไม้ตระกูลนิมมานเหมินท์ ที่ซึ่งจัดแสดงผลงานดีไซน์ของหลากหลายศิลปินไว้ที่นี่ หลังจากรื่นรมย์กับกาแฟเย็น 1 แก้ว ก็ถือโอกาสเดินเข้าไปในบ้านอย่างผู้ที่กำลังค้นหาแรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะ
และแล้วก็ได้ค้นพบผลงานของนักออกแบบเครื่องประดับที่มีพื้นความรู้ด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เขาคือ อานุภาพ ลอยฟ้า
“ผลงานของผม เน้นการออกแบบสินค้าตกแต่งบ้านจากโลหะผสมตะกั่วครับ ในแง่ของการออกแบบ ผมนำเสนอความร่วมสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายของความคลาสสิกไว้ได้อย่างสมดุล ในงานนี้ ผมได้นำเสนอคอลเลกชั่น ‘Yarning for forbidden beauty’ เกิดจากแรงบันดาลใจแห่งอารมณ์และความงามที่ต้องห้าม ความเย้ายวนใจอันน่าปรารถนาแห่งสรีระของอิสตรีที่ไม่อาจเข้าถึงครับ”
หลังจากชื่นชมผลงานของศิลปินท่านนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ เราค้นพบว่า ผลงานในคอลเลกชั่นนี้ถ่ายทอดและผสมผสานออกมาได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ใช้สอย หรืออารมณ์ความรู้สึก
เพื่อให้ต่อเนื่องทางอารมณ์ความรู้สึก เราได้แวะเวียนไปดูผลงานการออกแบบของ จิรัฏฐ์ บุญทา เจ้าของแบรนด์ Jaritt (จริต) แบรนด์เครื่องแต่งกายสำหรับผู้หญิงภายใต้เครือ Harnn
“สำหรับคอลเลกชั่นที่ผมได้นำมาเสนอนี้ มีชื่อว่า “สังขาร-วิญญาณ” (Constitution and Consciousness) เป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้าผู้หญิงที่ทำจากผ้าไทย อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าชาวเขา ผ้าฝ้ายย้อมคราม ผนวกกับผ้ากิโมโน ที่นำมาตัดเย็บและตกแต่งบนโครงเสื้อให้สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการสวมใส่และการใช้งานได้ และยังนำไปประกอบกับไอเท็มอื่น เพื่อสร้างสรรค์งานดีไซน์ที่แปลกตา ทั้งรูป ฟอร์ม และ
รายละเอียด อีกทั้งยังสะท้อนถึงแรงบันดาลใจในเรื่องของสังขารและวิญญาณ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ถูกปรุงแต่งขึ้น หรือประกอบขึ้นจากเหตุปัจจัยและมีความไม่แน่นอนครับ”
หลังจากชมของสวยๆ งามๆ ก็ถึงเวลาของผลงานที่ผ่านการสร้างสรรค์แบบ “Nook Nook (นุ้ก หนุก)” ของเล่นทำมือที่ใช้เทคนิคการต่อผ้า โดย สายพิณ วาณิชย์มงคล ผู้ซึ่งได้นำความคิดสร้างสรรค์ของทีมช่างฝีมือและทักษะอันเชี่ยวชาญของกลุ่มชาวเขา ผสมผสานจนออกมาเป็นของเล่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสร้างรอยยิ้มและมอบความสุขให้แก่เด็กๆโดยเฉพาะตุ๊กตาผ้าและตุ๊กตาหุ่นมือ
“เรายังมีสินค้าประเภทกระเป๋าเงิน กระเป๋าสะพาย พวงกุญแจ เครื่องประดับ ซึ่งล้วนแต่ได้แรงบันดาลใจมาจากสัตว์นานาชนิด เช่น ช้าง กวาง หมี กระต่าย สุนัข อีกด้วยค่ะ ทำให้ผู้ใช้งานได้สนุกไปกับคอลเลกชั่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเชียงใหม่ อย่างดิสเพลย์ตุ๊กตาชาวเขาที่ถูกนำมาผสมผสานกับแนวคิดน่ารักของฟาร์ม เกษตรกรรมและผลงานแฮนด์เมดที่เป็นเอกลักษณ์ของเราเอง”
และเมื่อเราได้มาทำความรู้จักกับชายหนุ่มชาวอเมริกัน เคร็ก แอนเซโลวิตซ์ นักออกแบบผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านและของขวัญฝีมือ เจ้าของรางวัลจากหลากหลายเวที มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งในยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่น ผู้มีภรรยาเป็นชาวญี่ปุ่น ที่มาอยู่อาศัยที่ จ.เชียงใหม่ เป็นเวลาหลายปีแล้ว
“ผมชอบออกแบบผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านที่ทำจากเทคนิคงานถักสาน ผสมกับงานเซรามิก และเครื่องไม้ครับ ผมเชื่อว่าการผสมผสานระหว่างงานศิลปะ การออกแบบ และหัตถกรรม มันให้คำตอบกับชีวิตของเราได้อย่างมากมายมหาศาล ยิ่งเราใส่ลูกเล่น เทคนิค และรายละเอียดที่ซับซ้อน แต่กลับดูมีชีวิตชีวาและเรียบง่าย มันยิ่งทำให้เราค้นพบว่า ท้ายที่สุด ความเรียบง่ายคือสิ่งที่สวยงามที่สุด”
แม้เทศกาลงานออกแบบครั้งนี้จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังตกหล่นอยู่ในใจ เป็นคำกล่าวของอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ที่กล่าวไว้ว่า “งานออกแบบที่ดี ซึ่งเกิดจากการสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพ อาจยังไม่พอสำหรับการสร้างให้งานออกแบบเป็นตัวช่วยทางเศรษฐกิจ เว้นว่า ถ้าเมื่อใดมีเวทีให้ชิ้นงานออกแบบได้แสดงความโดดเด่น ย่อมหมายถึงการปูทางให้ผลงานออกแบบนั้นเดินออกไปได้ไกลกว่าแค่โรงรถที่ปลุกปั้นงานออกแบบสักชิ้น เพื่อเดินไปสู่จุดหมายในห้องรับแขกของใครสักคนในประเทศใดประเทศหนึ่งนั่นเอง”







