
หยุดความรุนแรง
ดูเหมือนว่าปัจจุบันมนุษย์ชอบความเท่าเทียมกันมากขึ้น ไม่ค่อยแบ่งแยกชายหญิงกันซะแล้ว ผู้หญิงก็ชอบคิดว่าฉันสามารถเป็นผู้นำเหมือนผู้ชายได้ ยังสามารถแกร่งและมีศักยภาพมากกว่าซะด้วย ในขณะที่ผู้ชายก็คิดว่าฉันสามารถละเอียดอ่อนโยนได้เหมือนผู้หญิงเหมือนกันนะยะ \(>_<)/ แต่ในอีกหลายๆ คนที่ยังคงมีความคิดแบบเดิมๆ ว่าผู้ชายต้องเป็นผู้นำ และต้องแข็งแกร่งกว่าผู้หญิงเท่านั้น ผู้หญิงนั้นต้องคล้อยตาม ถ้าไม่ก็จะต้องถูกกระทำให้เจ็บเนื้อเจ็บตัวและเจ็บใจ
ดูเหมือนว่าปัจจุบันมนุษย์ชอบความเท่าเทียมกันมากขึ้น ไม่ค่อยแบ่งแยกชายหญิงกันซะแล้ว ผู้หญิงก็ชอบคิดว่าฉันสามารถเป็นผู้นำเหมือนผู้ชายได้ ยังสามารถแกร่งและมีศักยภาพมากกว่าซะด้วย ในขณะที่ผู้ชายก็คิดว่าฉันสามารถละเอียดอ่อนโยนได้เหมือนผู้หญิงเหมือนกันนะยะ \(>_<)/ แต่ในอีกหลายๆ คนที่ยังคงมีความคิดแบบเดิมๆ ว่าผู้ชายต้องเป็นผู้นำ และต้องแข็งแกร่งกว่าผู้หญิงเท่านั้น ผู้หญิงนั้นต้องคล้อยตาม ถ้าไม่ก็จะต้องถูกกระทำให้เจ็บเนื้อเจ็บตัวและเจ็บใจ
ปูได้มีโอกาสไปร่วมในงาน "หยุดใช้ความรุนแรงในเด็กและสตรี" กับน้องตี้ สมเจตน์ และภรรยาของน้อง ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และได้มีโอกาสพูดคุยเสวนา และก็คงมีปู คนเดียวล่ะมั้งที่ดันมีความเห็นที่แตกต่างว่า...ไม่สามารถหยุดได้หรอก เพราะความรุนแรงมักเกิดจากการยั่วโทสะ และเมื่อตราบใดที่คุณผู้หญิงชอบกวนทีนใส่คุณผู้ชาย จู้จี้ขี้บ่นข่มสามี ลำเลิกบุญคุณ เจ้ากี้เจ้าการบ้าอำนาจ คิดว่าฉันแน่ แฮ่...! ใส่กันตลอด เมื่ออีกฝ่ายเกิดความกดดันจนทนไม่ไหวก็คงต้องมีบู๊ลงไม้ลงมือกันบ้างล่ะสิคร้า และในขณะเดียวกันถ้าคุณผู้ชายมีสติ สัมปชัญญะดี ไม่ติดเหล้าติดยา ก็ยังสามารถยั้งคิดยั้งมือได้ทันไงล่ะ สรุปแล้วคือ ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก ชิมิ ไอ้ที่มันเกิดเรื่องก็เพราะว่าร่วมด้วยช่วยกันยั่วโทสะยังไงล่ะจ๊ะ \(>_<)/
สมัยก่อนนานมาแล้ว มีเพื่อนในวงการบันเทิงนี่แหละคู่หนึ่ง ภาพลักษณ์ดูดีรักกัน ใครๆ ก็ส่งเสริมยินดีด้วย ไม่นานลายออกค่ะ คุณเพื่อนผู้หญิงมากองถ่ายใส่แว่นตาดำมาเป็นประจำ ตาเขียวปั้ด แขนขาช้ำเป็นจ้ำๆ ต้องรองพื้นกันนานเชียว พอถามก็บอกว่าหกล้มบ้างล่ะ ชนโต๊ะบ้างล่ะ คนในกองถ่ายก็เมาท์กันซิยะ ว่ามันล้มอีท่าไหนวะ โดนตรงเบ้าตาเป๊ะทุกที สุดท้ายผู้หญิงคงทนไม่ไหว แล้วด้วยความแรงของหล่อน ทำให้กล้าที่จะแฉผู้ชาย เพราะสมัยก่อนไม่เหมือนสมัยนี้นิ เอะอะอะไรก็แถลงเฟซบุ๊ก ไทม์ไลน์ อินสตาแกรมงี้ สมัยก่อนไม่มีใครอยากเป็นข่าวร้ายข่าวไม่ดี เพราะกลัวจะเสียภาพพจน์ กลัวไม่มีงานงี้ ผลปรากฏว่าเป็นข่าวใหญ่เลย เล่นเอาคุณผู้ชายสุดหล่อเสียสุนัขกันเลยล่ะ แล้วสายสืบอย่างนักข่าวย่อมซอกแซกอยู่แล้ว สืบจนรู้มาว่าล่าสุดที่คุณผู้หญิงแกไม่ยอมก็เพราะทะเลาะกันในลานจอดรถ กวนทีนกันไปมา สุดท้ายอีท่าไหนไม่รู้ผู้ชายจับหัวผู้หญิงโขกกับวิทยุในรถดังสนั่น จนคนในลานจอดรถเห็น ผู้หญิงคงจะอายมากเลยตัดสินใจแฉซะเลย สมัยก่อนไม่มีการถ่ายคลิปไง ไม่งั้นได้เห็นคลิปของนางว่อนเน็ตแน่ (*_-):... นักข่าวอะนะ เล่นต้องให้ถึงที่สุด ไปขุดประวัติคุณผู้ชายสุดหล่อได้ความว่ามีครอบครัวที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบนัก คือพ่อแม่ตีกันตลอด คงเห็นแล้วเกิดความเคยชิน เลยทำให้เขาไม่รู้สึกอะไรเวลาที่ตบตีผู้หญิง มันเป็นอัตโนมัติไงล่ะ อิอิ สรุปพอกันทั้งคู่ คนหนึ่งก็ท้าตีท้าต่อยท้าเลิก กวนทีนใส่เขา อีกคนก็รุนแรงโดยนิสัยและความเคยชินเลยกลายเป็นเรื่องไง แล้วอย่างนี้จะให้หยุดความรุนแรงได้ยังไงในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็จะเอาชนะกันอะ
แต่ก็มีนะ ไอ้ที่ถูกเขากระทำอะ ปูเคยเจอน้องสาวเพื่อนกำลังเดินข้ามสะพานลอยมาหาเพื่อนซึ่งอยู่กับพวกปูเนี่ยแหละ แต่พวกเราอะยืนเมาท์กันอยู่ฝั่งตรงข้าม ณ ตอนนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นน้องสาวเพื่อน เพราะเห็นจากไกลๆ ว่ามีผู้หญิงกับผู้ชายบนสะพานลอย กำลังตีกัน ฉุดกระชากลากถูกันอยู่ ไอ้พวกเราก็เมาท์กันมันส์เลยว่า "เฮ้ย! ดูดิผัวเมียตีกันว่ะ" สักพักไอ้เจ้าเพื่อนก็ตาโตทำท่าตกใจ แล้วตะโกนบอกว่า "นั่นมันน้องสาวฉันนี่ มันยังไม่มีแฟน แล้วใครล่ะ เฮ้ย...! โจรกระชากกระเป๋า" เท่านั้นแหละด้วยความตกใจพวกเราก็วิ่งขึ้นสะพานลอยกันเลย เพื่อนบางคนก็หยิบไม้เบสบอลติดมือไปด้วย วิ่งขึ้นไปหวังว่าจะไปช่วยน้องสาวเพื่อน โดยที่ไม่มีใครคิดที่จะข้ามถนนไปดักมันเลย ไอ้โจรมันก็เลยวิ่งหนีลงสะพานแล้วเรียกแท็กซี่หนีไป ดูดิ ก็เพราะความใจลอยมัวแต่เดินพูดโทรศัพท์ไง ไม่ทันระวัง โจรมันเห็นเผลอเลยตบเข้าที่บ้องหู โดนตุ้มหูของตัวเองเต็มๆ แทงเข้าที่หน้าเจ็บซิ พอรู้ตัวก็พยายามยื้อแย่งกระเป๋าและโทรศัพท์ แต่ด้วยความเจ็บหู เลยต้องปล่อยให้มันเอากระเป๋าไป บอกร้องขอความช่วยเหลือแล้ว แต่คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็ได้แต่มอง ก็คงคิดเหมือนพวกเราว่า ผัวเมียตีกันไง...หึหึ







