
ในเสียงมีพลังดึงดูด คิมบรา
วันนี้ “คิมบรา” ไม่ใช่แค่น้องนางจากนิวซีแลนด์อันไกลโพ้นคนหนึ่ง แต่เธอเป็น “ซัมบอดี้” ที่ไปไหนมาไหนใครๆ ก็เรียกว่า ศิลปินรางวัลแกรมมี่
วันนี้ “คิมบรา” ไม่ใช่แค่น้องนางจากนิวซีแลนด์อันไกลโพ้นคนหนึ่ง แต่เธอเป็น “ซัมบอดี้” ที่ไปไหนมาไหนใครๆ ก็เรียกว่า ศิลปินรางวัลแกรมมี่
เสียงของ คิมบรา เป็นที่คุ้นเคยของคนทั่วโลกจากเพลงสุดฮิตของปี 2011 คือ Somebody That I Used To Know โดย โกตีเย ซึ่งทำให้พวกเขาได้รับรางวัล Record of the Year และ Best Pop Duo/Group Performance จากแกรมมี่อะวอร์ดส ครั้งที่ 55 ซึ่งประกาศผลเมื่อต้นปี 2013
ห้วงเวลาเดียวกับที่เพลง Somebody That I Used To Know โด่งดังอยู่นั้น คิมบราเองก็มีชื่อเสียงอยู่แล้วในวงการดนตรีอินดี้ของออสเตรเลีย หลายเพลงจากอัลบั้ม Vows งานชุดแรกของเธอเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ กลุ่มหนึ่ง และเพลงเหล่านั้นก็มีสีสันที่แตกต่างไปจากเพลงซึ่งเธอร้องร่วมกับ โกตีเย อย่างมากมาย
นักวิจารณ์ดนตรีบางคนเรียกงานของคิมบราว่าเป็นอิเล็กโทรป๊อป ที่มีแจ๊ซผสมผสาน เพลงของเธอมีสีสันสดใสแบบบับเบิ้ลกัมป๊อปและลีลาเรโทรที่ละม้ายงานเพลงปี 1960 ตัวเธอเองก็ยอมรับว่า ได้รับอิทธิพลในการสร้างสรรค์ผลงานจากศิลปินหลากหลายผู้คนและแนวทางตั้งแต่ มาร์วิน เกย์, พรินซ์ ไปจนถึง บียอร์ค เมื่องานชุด Vows นำออกจำหน่ายในสหรัฐก็สามารถไต่ถึงอันดับที่ 14 ใน Billboard 200 เมื่อปี 2012
ปีนี้ คิมบรา ในวัย 24 ปี กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มอันดับที่ 2 The Golden Echo โดยศิลปินสาวมีเครดิตร่วมโปรดิวซ์กับ ริช คอสตีย์ ที่เคยทำงานร่วมกับ ไนน์ อินช์ เนลส์, มิวส์, ฟิโอนา แอปเปิ้ล และ อินเตอร์โพล มาก่อน
เพลงชุดนี้เหมือนเป็นการสาดสีหลากหลายลงไปบนผืนแคนวาส โดยแก่นแกนดนตรีเป็นอิเล็กโทรป๊อปเจืออารมณ์เรโทร (หนึ่งในเพลงอัลบั้มนี้ชื่อว่า 90s Music) มีอาร์แอนด์บีคละเคล้าเซอร์เรียลในเสียงโปรเกรสซีฟหรือไซคีเดลิคและแจ๊ซ
ดนตรีของงานชุดนี้ถูกแย่งความสนใจด้วยเนื้อหา จากเทพปกรณัมกรีกเรื่องของ นาร์ซิสซัส ผู้หลงรักเงาของตัวเองเป็นต้นเรื่อง ทำให้คิมบราครุ่นคิดถึงอีโก้และความสับสนวุ่นวายภายในจิตใจ ก่อนจะกลายมาเป็นเนื้อเพลงแห่งการสำรวจเบื้องลึกของตัวตน และการเงียบเพื่อฟังเสียงของโลกรอบตัว เพลงเด่นอัลบั้มนี้รวมถึง Carolina, Miracle, Madhouse และ Nobody But You
ถ้าใครเคยดูคลิปการแสดงหรือเอ็มวีของคิมบรา ก็จะพบว่า สาวคนนี้มีประกายแสงที่ดึงดูดใจ โชว์ของเธอน่าชม เหนือสิ่งอื่นใดเธอมีเสียงทรงพลัง ไม่ใช่เสียงสวยๆ แต่ก็เก๋ไก๋อย่างที่เราได้ยินได้ฟังใน The Golden Echo ซึ่งนับเป็นอัลบั้ม “โกลเด้น ป๊อป” ที่สามารถฟังและโยกตัวตามจังหวะได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน แม้จะเหนื่อยอยู่บ้างกับการปรับตัวปรับหูให้ตามติดสีสันเพลงซึ่งเปลี่ยนไปมาอย่างกระตือรือร้นทั้งอัลบั้ม







