
ไคเซกิ มื้อพิเศษนี้เพื่อพ่อ
ถึงวันพ่อแล้ว ลูกๆ หลายคนคงอยากจะมอบความรักสู่คุณพ่อด้วยของขวัญชุดพิเศษ
ถึงวันพ่อแล้ว ลูกๆ หลายคนคงอยากจะมอบความรักสู่คุณพ่อด้วยของขวัญชุดพิเศษ และถ้ากำลังมองหาอาหารมื้อพิเศษเพื่อตอบรักท่าน ผมว่าไม่น่าพลาดนะที่จะพาท่านมาลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นนามว่า ไคเซกิ เมนูเซตที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และมีความพิถีพิถันทั้งการเลือกสรรวัตถุดิบ และกรรมวิธีการปรุงอันประณีต
อันที่จริงแล้วชาวญี่ปุ่นก็ให้ความสำคัญกับวันพ่อกันมาอย่างยาวนานเหมือนกัน โดยในทุกๆ วันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือน มิ.ย. ซึ่งจะตรงกับวันพ่อแห่งชาติของชาวญี่ปุ่น ที่เรียกวันนั้นว่า Chichi No Hi โดยการกำหนดวันนี้เป็นวันพ่อก็คล้ายๆ กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เช่น สหรัฐ แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส อินเดีย จีน ฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ ซึ่งได้รับธรรมเนียมนี้มาจากสหรัฐตั้งแต่ช่วงปี 1950
ในประเทศญี่ปุ่นจะมีหน่วยงานดูแลเกี่ยวกับการจัดงานกิจกรรมวันพ่อโดยเฉพาะทีเดียวนะครับ โดยใช้ชื่อว่า Father’s Day Council, Japan หรือ FDC ซึ่งหน่วยงานนี้จะพยายามรณรงค์ให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นส่งมอบริบบิ้นสีเหลือง ที่สื่อความหมายถึง การอวยพรขอให้คนที่รักมีสุขภาพแข็งแรงและปลอดภัย อีกทั้งเป็นตัวตั้งตัวตีจัดอีเวนต์ต่างๆ อีกมากมาย หากใครไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงเดือน มิ.ย. จะสังเกตเห็นป้ายโฆษณาของขวัญวันพ่อ ติดอยู่ตามมุมต่างๆ มากมายจนลายตา
ในวันนี้เองลูกๆ ชาวญี่ปุ่นหลายครอบครัวจะช่วยกันทำอาหาร เพื่อแสดงความขอบคุณที่ผู้เป็นพ่อได้ดูแลมาจนเติบใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการพากันไปปิกนิก กินอาหารนอกสถานที่กันภายในครอบครัว
ทว่า ด้วยการดำรงชีพภายใต้ความเร่งรีบ จากมื้อพิเศษที่ปรุงเองภายในครอบครัว ระยะหลังชาวญี่ปุ่นจึงนิยมพาคุณพ่อและครอบครัวไปรับประทานอาหารนอกบ้าน และมื้อนั้นจะต้องเป็นมื้อที่สุดพิเศษจริงๆ จึงเลือกพาท่านไปลิ้มลองรสชาติของไคเซกิ เมนูเซตใหญ่ที่สุดพิเศษเพื่อสร้างความจดจำอันดีระหว่างกัน
โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ อาศัยช่วงเวลานี้ร่วมมอบความรักและความห่วงใยจากคุณลูกสู่คุณพ่อ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติของไทย ด้วยเมนูอาหารญี่ปุ่นชุดพิเศษสำหรับวันพ่อ ณ ห้องอาหารญี่ปุ่นยามาซาโตะ โดยเชฟฮิเงรุฮางิวาระ หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหารยามาซาโตะ ได้รังสรรค์เมนูมื้อค่ำสุดพิเศษตามแบบอาหารชุดญี่ปุ่นไคเซกิ ซึ่งมีให้ลิ้มลองกันถึง 7 รายการ ที่ผ่านฝีมือการปรุงอันประณีต และวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ และดีที่สุดในช่วงฤดูกาลนี้
เริ่มต้นบอกรักพ่อเบาๆ ด้วย สตาร์ทเตอร์ หอยนางรมสดของดีเลื่องชื่อจากฮิโรชิมา นำมาใส่ชีส มะเขือเทศ แล้วนำมาย่าง จนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ต่อด้วยซุปสูตรพิเศษ ที่ใช้ปลาคอดและไข่ปลาคอด พร้อมด้วยหัวไช้เท้า เห็ดชิเมจิ และแตงกวาญี่ปุ่น มาปรุงกับน้ำซุปสูตรพิเศษที่ดีต่อสุขภาพล้วนๆ
เมนูต่อมาเป็นเซตของซาชิมิ ประกอบด้วย โอโทโร่หรือปลาทูน่าส่วนท้อง ปลาหางเหลือง กุ้งหวานญี่ปุ่น หอยเชลล์ย่าง ตามด้วยปลาหิมะชั้นดีนำมาย่าง ปรุงรสด้วยพริกปาปริก้าและวาซาบิเพิ่มรสชาติจี๊ดจ๊าด
ตามมาด้วยเมนูสุขภาพ ปลาหิมะย่างราดด้วยซอสซูกินี่กับพริกปาปริก้า และซอสโชยุที่โรยด้วยต้นกระเทียมญี่ปุ่น รสชาติเข้มข้นแอบจัดจ้านนิดๆ
สำหรับอาหารจานหลักเป็นสเต๊กเนื้อมัตสึซากะ ซึ่งเนื้อที่นำมาใช้ในเมนูนี้จะเลือกมาตามฤดูกาลที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป แล้วนำไปย่าง เสิร์ฟพร้อมกับผักต้ม อย่างเห็ดและหน่อไม้ฝรั่ง เพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้ม 2 รส คือ พอนซึซอส และซอสซีอิ๊วญี่ปุ่น เพิ่มความจื๊ดอีกนิดด้วยวาซาบิ
ต่อด้วยข้าวผัดกระเทียมสูตรญี่ปุ่น ที่จะใช้กระเทียม 2 ชนิด คือ กระเทียมสด และกระเทียมที่ดองกับซีอิ๊ว ผัดเคล้ากับข้าวญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมผักดองเป็นเครื่องเคียง และมิโซะซุปแบบแดง
ก่อนตบท้ายด้วยขนมหวาน อย่างเต้าฮวยญี่ปุ่น ราดซอสด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาล และถั่วดำ เป็นการปิดท้ายมื้อที่น่าจดจำยิ่ง
บอกรักพ่อให้หนักแน่นกว่าเดิมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 7 ธ.ค. ณ ห้องอาหารยามาซาโตะ ตั้งอยู่ที่ชั้น 24 โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯโทร. 02-687-9000







