
หลงรสโฮมเมด ฐิติวัฒน์ สุวรรณลักษณ์
ชายลุคแนวๆ ที่ดูไม่เหมือนเชฟ ไปใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย เริ่มด้วยเรียนภาษา จากนั้นก็หางานทำ เป็นเด็กหลังครัวในร้านอาหารไทย
โดย...โจ-ลิฟวิ่ง
ชายลุคแนวๆ ที่ดูไม่เหมือนเชฟ ไปใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย เริ่มด้วยเรียนภาษา จากนั้นก็หางานทำ เป็นเด็กหลังครัวในร้านอาหารไทย เมื่อความเบื่อเข้าสิง เขาจึงย้ายไปหาประสบการณ์ที่ร้านอิตาเลียน โดยมีเจ้าของเป็นมาม่าคุกกิ้งคอยลับวิชาให้ พร้อมๆ กับลงเรียนวิชาทำอาหารปีครึ่งที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง จบออกมา โอกาสดีๆ วิ่งเข้าใส่ เขาก้าวสู่ตำแหน่งใหญ่เฮดเชฟ มีลูกน้องรายล้อม ทว่าความฝันอยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเองไม่เคยดับมอด เขาโบกมือลาทุกคนเพื่อไปสานฝันต่อ
“เคาท์ติ้ง ชีพ คอร์เนอร์” ณ เมืองซิดนีย์ คือผลผลิตแห่งความฝัน ร้านไม่ได้หวือหวาที่ตัวเมนูอาหาร ทุกอย่างดูเรียบง่ายและคงรสชาติตามต้นตำรับโฮมเมด ร้านไหนจะแฟชั่นจ๋า มาแบบอินเทรนด์ หรืออิงกับเซเลบริตี้เชฟ ขอโทษ ร้านนี้ไม่ตามใคร จานไหนก็จานนั้น จานเดิมเสิร์ฟทุกวี่วัน สูตรมาม่าคุกกิ้งเป็นยังไง เป๊ะๆ ตามนั้น ลูกค้าจำหน้ากันได้ เชฟก็ไม่ได้เข้าออกเป็นว่าเล่น มีแค่ตัวเขา “เชฟตุ้ย-ฐิติวัฒน์ สุวรรณลักษณ์” ดูแลความอร่อย เป็นหัวเรือใหญ่ที่ทำให้รสมือแบบโฮมเมดมัดใจผู้คน
“ที่นั่นผมร่วมหุ้นกับพาร์ตเนอร์คนอินโดนีเซีย เขาทำกาแฟ ผมทำอาหาร แบ่งหน้าที่ชัดเจนครับ แรกๆ ลำบากเหมือนกันครับ คือฝรั่งไม่เดินเข้าร้านผมเลย พวกเขาคงคิดว่ามาทำอะไรเนี้ย
กะเหรี่ยงสองคนนี้ (หัวเราะร่วน) ใช้เวลาประมาณเดือนกว่าครับถึงจะเข้าที่เข้าทาง”
ชีวิตเชฟตุ้ยและการเปิดร้านอาหารฟังดูก็ไม่ต่างกับพระเอกหนัง The Hundred-Foot Journey ต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวตนและรสชาติ (ในหนังพระเอกเปิดร้านอาหารอินเดียตรงข้ามร้านฝรั่งเศสมิชลินสตาร์) ปีที่แล้วเชฟตุ้ยตัดสินใจกลับบ้านเกิด พร้อมหอบหิ้วความฝันอันเมลืองใส่กระเป๋ามาด้วย
“ตอนที่อยู่ออสเตรเลียผมก็ไปลงเรียนปั้นเรียนวาด เป็นคอร์สสั้นๆ ส่วนผมชอบทำอะไรที่ใช้มือ ไม่ชอบนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ แก้วกาแฟผมก็ปั้นเอง เพราะมันมีเวลาไงครับ พอร้านปิดก็ไปทำอะไรที่ชอบได้ ตอนที่กลับมาเมืองไทย ผมก็ยังตั้งคำถามว่าจะเอาไงดี จะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่อาหารมั้ย แต่สุดท้ายผมก็ต้องเลือกที่จะทำอาหาร เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมชอบและรัก”
“เคาท์ติ้ง ชีพ คอร์เนอร์” ณ สุขุมวิท 61 เปิดโฉมจะครบ 1 ขวบ วันที่ 19 ธ.ค.นี้ ลูกค้าได้ลิ้มลองรสชาติอาหารสไตล์อิตาเลียน ขอย้ำว่า อิตาเลียนบ้านๆ สูตรโฮมเมด สูตรเดียวกับที่ขายที่ซิดนีย์ และเป็นสูตรที่เขาได้รับการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมมาจากมาม่าคุกกิ้ง
“ผมบอกได้เลยว่า อาหารของผมไม่ได้แฟนซี บ้านๆ นี่ละครับ คนมากิน กินอิ่มก็จ่ายสตังค์ ผมขายอาหาร อาหารที่อร่อย คนกินที่เข้ามาร้านผม คือคนที่อยากมากินอาหารอร่อย ไม่ใช่อย่างอื่น หน้าตาอาหารอาจจะเป็นแค่องค์ประกอบหลัก แต่สุดท้ายหัวใจมันคืออาหารต้องอร่อย ผมอยากให้คนที่มาเหมือนมานั่งกินข้าวบ้านเพื่อน ไม่ต้องทำตัวลีบ หรือทำตัวเกร็ง เดินเข้ามาแบบสบายๆ ทุกคนมาเป็นเพื่อนกันจริงๆ ทั้งๆ ที่พวกไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม โต๊ะเต็มก็แชร์โต๊ะกันได้ นั่งร่วมโต๊ะกันได้
เมื่อก่อนคุณแม่ก็จะมาช่วยทำอาหารไทยทุกวันอังคาร แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ เพราะท่านทำไม่ไหวละ แกก็ทำมาจากบ้านแล้วส่งมาที่ร้าน ใครสั่งก็เสิร์ฟเลย ทุกคนชอบมาก ผมก็มีความคิดว่าอยากจะเอาอาหารที่แม่ทำมาทำบ้าง ก็พยายามแกะสูตรอยู่ครับ ซึ่งผมว่ามันน่าจะก็เป็นส่วนเสริมให้อาหารโฮมเมดแบบมาม่าคุกกิ้งดูน่าสนใจยิ่งขึ้นจากเดิมที่มีแค่อาหารอิตาเลียน”
มองไกลไปอีก 2 ปีข้างหน้า เชฟตุ้ยยืนยันยังจะทำอาหารโฮมเมดในแบบที่เขาชอบและรักต่อไป แม้โลกจะหมุนไปอย่างไร เขาก็เชื่อว่าอาหารโฮเมดไม่มีวันตาย
“ความเป็นโฮมเมดมันคือการใส่ใจครับ วัตถุดิบและขั้นตอนการทำ บางอย่างมันต้องใช้เวลานาน นานนิดหนึ่งกว่าจะได้กิน สโลว์คุก มันก็ต้องสโลว์คุกจริงๆ ไม่ใช่อาศัยตัวช่วย ซึ่งหลังๆ ก็เริ่มมีคนเลือกวิธีนี้เยอะนะ เพื่อย่นระยะเวลาขั้นตอนการทำ สำหรับผม ผมมองว่ามันไม่ใช่ ทำไมเมื่อก่อนอาหารมันโคตรจะซูเปอร์อร่อยโดยที่ไม่ต้องมีตัวช่วย ผมเลยชอบอะไรบ้านๆ และชอบและรักที่จะทำอาหารบ้านๆ มากกว่าครับ”
ก่อนลาจากเชฟตุ้ยฝากสูตรสองจานอร่อยสไตล์โฮมเมดให้แฟนๆ กินดื่มไปลองทำกินที่บ้าน ส่วนเราน่ะ เหรอ ชิมมาแล้ว อร่อยสมราคา (คุย)
Nicoise Salad
ส่วนผสมมิกซ์กรีน/ร็อกเกต/มะเขือเทศ/มะกอกดำ/ไข่ต้ม/แองโชวี่/บลูฟินทูน่า
วิธีทำ- อบทูน่าประมาณ 20 นาที พักไว้- หั่นมะเขือเทศ ไข่ต้ม มะกอกดำส่วนผสมน้ำสลัดวินิการ์/เมเปิ้ล ไซรัป/น้ำมันมะกอก/ไวน์ขาว/กระเทียม/พริกไทยดำ/เกลือ
วิธีทำ- นำส่วนผสมทั้งหมดตีรวมกัน พักไว้
วิธีเสิร์ฟ- จัดส่วนผสมที่เตรียมไว้ทั้งหมดใส่จานให้ ตามด้วยน้ำสลัด ราดให้ ชุ่มฉ่ำ พร้อมรับประทาน
Vongola White Wine Sauce
ส่วนผสมเส้นสปาเกตตี (เบอร์ 3)/กระเทียม/พริกขี้หนูแดง/ใบโหระพา/เนื้อหอยลาย/หอยตลับ/พาเมซานชีส/ไวน์ขาว/น้ำมันมะกอก/เกลือ/พริกไทยดำ
วิธีทำ
- ต้มเส้นสปาเกตตีประมาณ 8 นาที พักสะเด็ดน้ำ
- ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันมะกอก ผัดกระเทียมกับพริกขี้หนูให้หอม จากนั้นใส่เนื้อหอยลายและหอยตลับ
- ปรุงรสด้วยเกลือกับพริกไทยดำ เหยาะไวน์ขาว ปิดไฟใส่ใบโหระพาและโรยชีส ตักใส่จาน เสิร์ฟร้อนๆ







