
ใกล้วันพ่อ
ใกล้วันพ่อทีไรทุกคนก็มักจะกระตือรือร้นใส่ใจทำดีเพื่อพ่อหลวงกันอย่างเต็มกำลัง มันเป็นความภาคภูมิใจที่ยังมีพ่อให้กราบไหว้ไง คำสั่งสอนความคิดของพระองค์ท่านพ่อหลวงของเราเอามาปรับใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ใครดำเนินรอยตามท่านมักจะมีความสุขทั้งกายและใจ
ใกล้วันพ่อทีไรทุกคนก็มักจะกระตือรือร้นใส่ใจทำดีเพื่อพ่อหลวงกันอย่างเต็มกำลัง มันเป็นความภาคภูมิใจที่ยังมีพ่อให้กราบไหว้ไง คำสั่งสอนความคิดของพระองค์ท่านพ่อหลวงของเราเอามาปรับใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ใครดำเนินรอยตามท่านมักจะมีความสุขทั้งกายและใจ
ดูจากพวกพี่ๆ ชาวนาชาวไร่ทั้งหลายที่ตามรอยความคิดของพ่อหลวงเราสิ มักอยู่เย็นเป็นสุขไม่ทุกข์ร้อนเลย อย่างเช่นการอยู่อย่างพอเพียง ไม่โลภ อยู่อย่างเรียบง่าย ตามสถานภาพและธรรมชาติของตัวเอง ปลูกพืชไร่เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจหลายๆ อย่างในพื้นที่ ทดแทนกันไป อันไหนไม่ประสบความสำเร็จ อีกอย่างก็ต้องมาทดแทนกันได้ ใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์ สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ไม่ลำบาก ในขณะที่ชาวนาชาวไร่อีกหลายคนไม่เชื่อฟังหรือทำตามไม่ได้ก็มักจะมีแต่เรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ เงินทองไม่พอใช้ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม? ไม่ทำอย่างที่ท่านพร่ำสอน...(*_*;)
หลายชาติหลายประเทศเขาก็ยกย่อง และเอาแบบอย่างไปใช้เสียด้วยซำ้ไป ทั่วโลกรับรู้ว่าเมื่อถึงเดือน ธ.ค.ของทุกปี ชาวไทยมักจะรักสีเหลืองขึ้นมาทันทีเป็นอัตโนมัติ (>_<) เจ้าโอคนขายไอศกรีมและน้ำมะพร้าวในหมู่บ้านของปูเป็นชาวมอญอยู่ทางพม่า ที่เข้ามาทำมาหากินในประเทศไทย จะเห่อมาก ยังไม่ทันวันพ่อเลย พี่แกใส่เสื้อเหลืองได้ทุกวัน แล้วบอกอย่างภาคภูมิใจว่า “ใกล้วันพ่อแระ” ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงวันพ่อเลย อีกตั้งหลายวัน น่าภูมิใจนะที่เขารักในหลวงของเรามาก นั่นคือพ่อหลวงของเรา (*-_*).o0
สำหรับพ่อของชาวบ้านล่ะ บ้านไหนยังมีพ่อให้ห่วงใย ให้ทะเลาะ ให้ปรึกษา ก็จงดีใจเอาไว้เหอะ เพราะอีกหลายๆ ครอบครัวที่บ้านแตกสาแหรกขาดไร้พ่อและผู้นำ เขาก็คงอิจฉาอยู่ลึกๆ เช่นกัน ปูก็เป็นคนหนึ่งล่ะที่อิจฉาเพื่อนๆ ที่มีพ่อ เพราะตัวเองก็ไม่มีทั้งที่ตอนพ่อมีชีวิตอยู่เพราะพ่อมีหลายครอบครัว แล้วเราไม่ใช่ครอบครัวปัจจุบันของท่าน และตอนนี้ท่านก็ไปสบายแล้ว ก็เพราะส่วนใหญ่เวลาที่ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่แยกทางกัน แม่มักจะเป็นฝ่ายที่ได้เลี้ยงดูลูกๆ เสียมากกว่าไงล่ะ แต่พ่อบางคนก็สามารถเป็นได้ทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกันได้เหมือนกันนะจ๊ะ (^_,^) ก็แหม! พ่อบางคนถึงแม้ว่าจะไม่ได้แยกทางกับแม่ ก็ต้องมีหน้าที่เลี้ยงลูกทำงานบ้านอยู่แล้วยังไงล่ะ อิอิ จึงไม่ได้มีปัญหาถ้าหากขาดแม่ไป...(^_^)/
น้องยุทธคนส่งนมบ้านปู บอกว่าเขาจะเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกๆ เพราะเขาคือผู้นำของครอบครัว จะไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ให้ลูกเห็นเลย เวลาจะทะเลาะกับเมียก็จะไปทะเลาะกันไกลๆ ไม่อยากให้ลูกเห็นในภาคที่ไม่ดีของเขา อยากให้ลูกจดจำแต่สิ่งดีๆ เห็นแต่สิ่งดีๆ และจะเจียดเวลาแม้เพียงเล็กน้อยจากการทำมาหากินมาคุยกับลูกทุกวัน นั้นคือสิ่งที่เขาทำให้ลูกได้ (^_<)
นายพันข้าวขาหมู คนขยันนั้นก็อีกรายที่พยายามเป็นพ่อที่ดีของลูกในทุกๆ วัน จะพยายามเลี้ยงลูกเอง บอกว่าถ้าให้คนอื่นเลี้ยง ความผูกพันมันจะไม่เหมือนกัน ถึงตัวจะเหนื่อยจากการขายข้าวขาหมู พอกลับจากตลาดจ่ายของเสร็จต้องรีบมาทำกับข้าวให้ลูกกิน พาลูกไปโรงเรียนในขณะที่ไปส่งลูกก็จะคุยกับลูกในรถจะไม่ให้ลูกเล่นเกม ไอแพดหรือโทรศัพท์เลย ถ้าลูกอยากเล่นต้องมีกฎระเบียบคือเล่นได้หลังกินข้าวเย็นก่อนนอนวันละหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น (^^)นายพันบอกว่า คำว่า “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” นั้นยังใช้ได้ดีอยู่เสมอ เพราะการรักลูกด้วยการตามใจลูกกลับเป็นผลร้ายกลายเป็นการทำร้ายลูกมากกว่า
นายพันบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดของเขา คือพยายามสอนให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเองช่วยเหลือตัวเองได้แม้จะยังเล็กอยู่ก็ตาม ธรรมชาติของเด็กก็มักจะชอบถามคำถามเดิมๆ พ่อก็ต้องตอบทุกคำถามที่ลูกสงสัยถึงแม้มันจะเป็นคำถามเดิมๆ ก็ต้องตอบทุกวันด้วยการสอดแทรกคำสอนไปด้วยทุกครั้ง ถึงแม้ว่าจะขายอาหาร แต่ทุกๆ สัปดาห์ก็จะต้องมีวันหนึ่งให้กับครอบครัว ต้องมีเวลาให้กับครอบครัวตลอด
สิ่งที่พ่อค้าตัวเล็กๆ คนนี้ทำให้ลูกได้ ณ ตอนนี้ก็คือ “ทำให้ครอบครัวมีความสุข” เขาตอบอย่างภาคภูมิใจ และพ่อค้าข้าวขาหมูคนนี้ที่ปูชอบและนำความคิดและการเลี้ยงดูลูกๆ ของเขามาเล่าให้อ่านก็เพราะว่า เขามีความเชื่อว่า การที่เขาได้เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เชื่อฟังไม่ก้าวร้าวจะส่งผลมาถึงเขา ทำให้เขามีลูกที่ดีไม่ก้าวร้าว ไม่ถ่วงความเจริญไม่ทำให้เขาหนักใจ แม้แต่ไม่เจ็บป่วยต้องไปโรงพยาบาลให้เขาต้องขาดรายได้
จากการทำมาหากิน \(^ o ^)/







