posttoday
‘คอมม์วอลท์’ดันไทย ศูนย์กลางดาต้าอาเซียน

‘คอมม์วอลท์’ดันไทย ศูนย์กลางดาต้าอาเซียน

04 ธันวาคม 2557

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเร่งผลักดันให้เกิดดิจิทัล อีโคโนมี หรือเศรษฐกิจ ดิจิทัล เพราะจะส่งผลดีอย่างมหาศาล หากประเทศไทยได้เป็นศูนย์กลางดาต้าแห่งอาเซียน พร้อมรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ซึ่งประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่โดยเฉพาะกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม จะต้องเลือกไทยเป็นฐานทางด้านดาต้า เนื่องจากต้นทุนไทยถูกกว่าเมื่อเทียบกับสิงคโปร์และมาเลเซีย

สมุจจ์ ถนัดสร้าง ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท คอมม์วอลท์ ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการเก็บรักษาข้อมูลและการสำรองข้อมูล เปิดเผยว่า พร้อมสนับสนุนแนวนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี ของรัฐบาล ซึ่งหากสามารถทำได้เป็นรูปธรรม จะส่งผลดีต่อภาพรวมอย่างมาก ทั้งในแง่ของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และไอที รวมไปถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ มองว่า ดิจิทัล อีโคโนมี จะสร้างโอกาสให้เกิดขึ้นอย่างมหาศาล โดยเฉพาะหลังเปิดเออีซี ซึ่งประเทศไทยได้เปรียบในเรื่องของการมีโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ดี มีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการและการป้องกันข้อมูล (ดาต้าเซ็นเตอร์) ของภูมิภาคอาเซียนได้

ขณะนี้จึงอยากเห็นภาครัฐและเอกชนหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยีคลาวด์มากขึ้น เพื่อจะสร้างศักยภาพการบริหารจัดการข้อมูลและป้องกันข้อมูลให้เทียบเท่ากับประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากทั้งสองประเทศมีเป้าหมายที่จะต้องการเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในส่วนของดาต้าเซ็นเตอร์

ดังนั้น หากไทยให้ความสำคัญกับการลงทุนเทคโนโลยีคลาวด์ จะสร้างความได้เปรียบและดึงให้ประเทศเพื่อนบ้านมาใช้บริการการจัดการข้อมูลและป้องกันข้อมูลในไทย พร้อมกันนี้ยังส่งผลให้เกิดการเติบโตของธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

“เราเล็งเห็นถึงทิศทางการใช้งานที่กำลังมุ่งหน้าไปสู่ระบบคลาวด์คอมพิวติ้งมาตั้งแต่ต้น ทางคอมม์วอลท์จึงได้ลงทุนและหาพันธมิตรที่จะทำให้มีความสามารถในการรองรับความหลากหลายของชุดตัวเลือกในการจัดเก็บแบบระบบคลาวด์ภายในซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มของคอมม์วอลท์ ซึ่งปัจจุบันมีพันธมิตรที่ทำเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งอยู่ 3 รายใหญ่ ได้แก่ อเมซอน ไมโครซอฟท์ และแล็บสเปซ” สมุจจ์ กล่าว

ปัจจุบัน คอมม์วอลท์ในประเทศไทย มีอัตราการเติบโตที่สอดคล้องกับคอมม์วอลท์ทั่วโลก โดยกลุ่มลูกค้าหลักเป็นอุตสาหกรรมการผลิต ปิโตรเคมี และองค์กรภาครัฐ ในปีหน้าจะขยายไปกลุ่มลูกค้าประเภทธุรกิจสุขภาพอย่างโรงพยาบาล ที่มีข้อมูลดิจิทัลที่เกิดขึ้นจำนวนมาก รวมไปถึงลูกค้ากลุ่มสายการบิน

ขณะที่คอมม์วอลท์ทั่วโลก ปัจจุบันมีลูกค้าที่ใช้บริการ 1.8 หมื่นล้านราย มีพนักงาน 1,600 คน รายได้รายรวมสำหรับไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2557 ของบริษัทอยู่ที่ 156.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 4,704 ล้านบาท ส่วนตรายได้รวมของปีก่อนอยู่ที่ 586.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.75 หมื่นล้านบาท

คอมม์วอลท์ได้ดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาตั้งแต่ปี 2546 ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคนี้ที่สิงคโปร์ โดยในเดือน มิ.ย. 2557 ได้เปิดดำเนินการครบ 18 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย บังกลาเทศ จีน กวม อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลาว มาเลเซีย พม่า นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม โดยจุดมุ่งหมายสำคัญของคอมม์วอลท์ คือ กระตุ้นให้ภาครัฐใช้เทคโนโลยีทางด้านไอที มาช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท