
จุลจักร จักรพงษ์ บทเพลงที่ลึกเข้าไปในหัวใจ
เราสองคนนั่งพูดคุยกันอยู่บริเวณริมถนนที่แสงไฟลอดผ่านมาไม่ถึง ระหว่างบทสนทนาเรื่องดนตรี ผมเห็นแต่เพียงแววตาที่ดูมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังเหลือเกิน
โดย..พงศ์ พริบไหว
เราสองคนนั่งพูดคุยกันอยู่บริเวณริมถนนที่แสงไฟลอดผ่านมาไม่ถึง ระหว่างบทสนทนาเรื่องดนตรี ผมเห็นแต่เพียงแววตาที่ดูมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังเหลือเกิน เมื่อเขากล่าวถึงการทำงานเพลงอัลบั้มใหม่ หลังจากไปโด่งดังที่ต่างแดน ทั้งยังได้เห็นอีกว่าสุภาพบุรุษรูปหล่อคนนี้ติดดิน เรียบง่าย แถมมีหัวใจพิเศษไม่เหมือนใคร…
“ในอัลบั้มนี้ผมทำงานเองทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การจัดการเลย และรวบรวมคนที่ไว้ใจมาทำเพลงด้วย จากนั้นก็ให้วอร์นเนอร์ มิวสิค จัดจำหน่าย”
ชายที่ผู้คนต่างรู้จักตัวตนของเขาในชื่อ ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ พูดเปิดบทถึงการเริ่มผลงานเพลงใหม่สั้นๆ ให้ฟัง หลังออกไปเผชิญโลกใบใหญ่ในตลาดเพลงสหรัฐ กับอัลบั้ม “Old Tyme Religion” ซึ่งมีเพลงดังอย่าง 99 Problems, Bread & Butter และ Wake Alone ที่ล้วนขึ้นแท่นเป็นเพลงชั้นดี และทำให้เจ้าตัวมีฐานแฟนเพลงอยู่ทั่วโลกโดยเฉพาะญี่ปุ่น สหรัฐ และเมืองไทย ซึ่งในอัลบั้มนี้เจ้าตัวได้กลับมาทำงานที่เมืองไทย แต่ยังคงทำเพลงเป็นภาษาอังกฤษเพื่อวางจำหน่ายทั่วโลกเหมือนเดิม
“ผมไม่เคยให้ความสำคัญกับคำว่า โกอินเตอร์ ผมแค่ไหลตามโอกาสที่มี มีโอกาสอะไรผมก็คว้า คือผมจะเป็นคนฉาบฉวย ก็เพื่อที่จะได้หล่อเลี้ยงการเล่นดนตรี สำหรับผมจะทำเพลงที่ไหนก็ได้ เพราะความจริงใจผมไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่าจะทำเพลงกับใคร คือผมจะจริงใจกับมัน ผมเอาตาย ความตั้งใจเท่ากันหมด ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน แล้วในอัลบั้มนี้ผมดีใจที่ได้ทำเพลงในเมืองไทย มันเป็นช่วงเวลาที่ดี รู้สึกว่าเรากำหนดอะไรได้มากขึ้น” ฮิวโก้ เล่า
เรียกได้ว่าในอัลบั้มใหม่ “Deep in the Long Grass” เป็นการทำงานต่อเนื่องจากเพลง 99 Problems ซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายของอัลบั้มที่ผ่านมา โดยชุดนี้จะเป็นการนำบทเรียนจากการทำงานในสหรัฐมาต่อยอด และบอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกของตัวเอง โดยบทเพลงทั้งหมดฮิวโก้คงเขียนเอง ซึ่งเมื่อไม่นานนี้ เพิ่งปล่อยเอ็มวี “Twitch and Tug” เปิดตัวอัลบั้ม เป็นเพลงที่มีกลิ่นอายแบบคันทรีร็อก ที่สอดแทรกความล้ำสมัยจากซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ ฟังรื่นหูทั้งยังรู้สึกได้ว่าเป็นเพลงที่เท่เหลือร้าย
ฮิวโก้ เล่าถึงการทำงานในอัลบั้มนี้ให้ฟังอีกว่า เขารู้สึกว่าสำหรับงานดนตรีไม่ต้องไปต่อสู้อะไรมากมายแล้ว คนที่ฟังเพลง คนที่ร่วมงานด้วย หรือร่วมธุรกิจกับเขา เข้าใจเขามากขึ้น “เข้าใจว่าผมทำงานศิลปะที่ดีงามที่ไม่ขัดแย้งกับธุรกิจและขัดแย้งกับคนฟัง ซึ่งมันมาจากที่ว่าผมไม่เคยเชื่อใครเลยว่า ต้องทำเพลงแบบนี้แล้วมันจะขายได้ ถ้ามีสูตรแบบนั้นจริงๆ ผมว่าใครๆ ก็ทำเพลงกันแล้วไม่มีชุดไหนเจ๊งเลย (ยิ้ม) ผมสัมผัสได้แค่ว่าเพลงจะเป็นแบบไหน ถ้าทำแบบตั้งใจ ทำประณีตกับมัน ก็จะมีสิทธิรุ่งและไม่ต้องเสียความเป็นศิลปะ
อย่างบทเพลงของผมในอัลบั้มนี้มันน่าจะเหมาะกับอายุในตอนนี้ แน่นอนมันไม่ใช่เรื่องอัลบั้มที่วัยรุ่นไฟแรงทำแล้ว แต่มันน่าจะอบอุ่นกว่าด้วยเสียงที่เลือกใช้ คือผมจะพูดถึงความรู้สึกที่ผมมีอยู่จริงๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องรอบตัว เรื่องครอบครัว เรื่องลูก ที่ไม่ได้ไกลห่างจนเกินไป แล้วพอมันออกมาผมก็คิดว่ามันสุดสำหรับผมแล้ว ผมมองว่ามันเป็นชิ้นงานที่สามารถกำหนดได้มากที่สุด แล้วคนที่ร่วมงานกันก็มองมุ่งไปทางเดียวกัน ซึ่งพอออกมาก็ค่อนข้างพอใจมาก”
ถามถึงผลงานด้านการแสดงดูบ้างหลังจากที่เล่นภาพยนตร์ เรื่อง “ยังบาว” ดูเหมือนว่าตัวเขาเองจะไม่ได้มีผลงานการแสดงให้เห็นอีกเลย ฮิวโก้บอกว่า ที่ผ่านมาก็ได้รับการชักชวนอยู่เสมอๆ แต่ก็คิดว่าช่วงเวลาเช่นนี้และด้วยวัยเขาเองคงไม่ค่อยเหมาะกับการแสดง ซึ่งมีหลายๆ อย่างที่ตัวเขาเองไม่พร้อมจะทำ ไม่เหมือนกับงานดนตรี ที่ถึงแม้เหนื่อยแต่เขาก็มีความสุขที่ได้ทำมัน และสำหรับเขายิ่งช่วงที่ดนตรีของเขากำลังเดินทาง มันยิ่งเป็นช่วงเวลาที่วิเศษเช่นที่เขาพูดให้เราฟัง
“คือผมคาดหวังว่าอัลบั้มนี้มันจะขายดีมากทั่วโลก ผมคาดหวังว่ามันจะเป็นที่ชื่นชอบ ผมคาดหวังว่ามันจะเป็นอัลบั้มที่คนต้องจำได้ว่าเขาซื้อมาฟังในช่วงนี้ของเขา ผมคาดหวังว่าจะเป็นอัลบั้มที่คนหยิบมาฟังแล้วไม่เบื่อ ผมคาดหวังว่าผมจะมีงานเป็นร้อยงานในอัลบั้มนี้ ไม่งั้นผมไม่ทำหรอก ผมไม่ได้มั่นใจนะแต่ถ้าไม่คาดหวังงั้นก็ไม่ต้องทำ คือใครที่บอกว่าไม่คาดหวังไม่ซีเรียสหรอกว่าคนจะซื้อไม่ซื้อ คือนั่นเขาโกหกอยู่ ไม่เขาก็คงทำเล่นๆ และมีงานอย่างอื่นทำ แต่ผมไม่มีงานอย่างอื่นทำ นี่คือชีวิตผม ผมทำมา 15 ปีแล้ว”
หลังจากได้ฟังเช่นนั้นก็ยิ่งแน่ใจว่า อัลบั้มใหม่ของฮิวโก้ที่กำลังจะวางจำหน่ายหลายประเทศในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ คงยอดเยี่ยมกว่าครั้งไหนที่เขาเคยก้าวไปถึง







