
กฤตรินทร์ ลิ้มราบรื่น เป้าหมายคือสิ่งสำคัญในการบริหาร
กฤตรินทร์ ลิ้มราบรื่น หรือ มิ้ง ผู้บริหารสาวเก่งรุ่นใหม่ ผู้รั้งตำแหน่ง กรรมการบริหาร บริษัท สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ (หรือเบนซ์สวนหลวง)
กฤตรินทร์ ลิ้มราบรื่น หรือ มิ้ง ผู้บริหารสาวเก่งรุ่นใหม่ ผู้รั้งตำแหน่ง กรรมการบริหาร บริษัท สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ (หรือเบนซ์สวนหลวง) ผู้แทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ไม่ได้ตำแหน่งผู้บริหารมาง่ายๆ ถ้าไม่ใช่เพราะความสามารถและวิสัยทัศน์กว้างไกลที่มีอยู่ในตัวเอง
“ธุรกิจขายรถยนต์เป็นธุรกิจที่ครอบครัวดิฉันทำต่อเนื่องกันมา 30 ปีแล้วค่ะ เป็นธุรกิจของครอบครัวคนจีน ซึ่งพี่น้องของคุณพ่อจะแบ่งกันดูแลบริหารโชว์รูมเบนซ์ตามสาขาต่างๆ ซึ่งตอนนี้เราก็เป็นดีลเลอร์รถยนต์ 4 ยี่ห้อหลักๆ คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มิตซูบิชิ ฮอนด้า และฮีโน่ โดยมีทั้งหมด 8 โชว์รูมทั่วกรุงเทพฯ”
ก่อนที่จะเข้ามาบริหารงานที่สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ มิ้งเคยทำงานด้านมาร์เก็ตติ้ง โดยเป็นแบรนด์ ซัพพอร์ต แมนเนเจอร์ ดูแลเรื่องสินค้าประเภทผงซักฟอกและสบู่ให้ยูนิลีเวอร์มาแล้ว 2 ปี ประกอบกับช่วงนั้นคุณพ่อของเธอเริ่มที่จะวางมือจากการบริหารงานเพราะอายุที่มากขึ้น เธอจึงเข้ามารับหน้าที่ดูแลบริหารงานที่สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ แทน
“หลายปีที่ผ่านมานี้ ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ เยอรมนีซึ่งเป็นบริษัทแม่ ได้มีการปรับเปลี่ยนการทำงานค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรฐาน เรื่องการนำซอฟต์แวร์ต่างๆ เข้ามาใช้ ซึ่งคุณพ่อก็อาจจะไม่ค่อยทันเทคโนโลยีใหม่ๆ แล้ว ดิฉันจึงต้องเข้ามารับหน้าที่บริหารงานแทนคุณพ่อ ปีนี้ก็เป็นปีที่ 8 แล้วที่ได้ทำงานที่นี่”
แรกเริ่มเข้ามาทำงานที่นี่ มิ้งดูแลเกี่ยวกับภาพรวมและดีลเลอร์โดยโฟกัสไปที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นหลัก หลังจากนั้นก็ดูแลเรื่องบริการหลังการขาย การซ่อมรถ เซลส์และมาร์เก็ตติ้ง รวมถึงฝ่ายบุคคลด้วย เรียกว่าบริหารงานแบบครบวงจรเลยทีเดียว แม้เรียนจบมาทางด้านการตลาด แต่เพราะความสามารถที่หลากหลายและรักที่จะเรียนรู้กระบวนการทำงานทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น ทำให้เธอสามารถดูแลบริหารงานได้ทุกฟังก์ชั่น
“การทำงานบริษัทอื่นที่เคยทำมา ดิฉันขอเปรียบตัวเองว่าเป็นเสมือนกับนักดนตรีที่เล่นอยู่ในวง เราแค่ต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดและเล่นดนตรีให้เข้ากับคนอื่นได้เป็นพอ แต่การเข้ามาทำงานที่นี่ ดิฉันขอเปรียบตัวเองว่าเป็นเสมือนกับคนควบคุมวงดนตรี เราต้องรู้ว่าทุกคนในวงเล่นดนตรีถูกโน้ตหรือเปล่า มีจุดบกพร่องตรงไหนบ้าง มีอุปสรรคตรงไหนที่ต้องแก้ไขบ้าง เรียกว่าถ้าถามถึงความรับผิดชอบคือจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เวลาที่ต้องตัดสินใจอะไร ดิฉันจึงจำเป็นต้องคิดให้รอบคอบก่อนเสมอ”
มิ้งบอกว่า ทุกวันนี้การขายรถยนต์ทั้ง 4 ยี่ห้อในเครือบริษัท มุ่งเน้นไปที่ความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งเบนซ์สวนหลวงเองก็เน้นทั้งการขายและบริการหลังการขาย ดูแลลูกค้าอย่างดีจากต้นทางไปยังปลายทาง ซึ่งถูกวัดผลอย่างใกล้ชิดโดยบริษัทแม่ที่ติดตามลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในโชว์รูมเบนซ์เลยทีเดียวว่าได้รับการต้อนรับที่ดีมั้ย เมื่อตัดสินใจซื้อรถแล้วพนักงานดูแลลูกค้าอย่างไร
ฝ่ายขายจะถูกวัดผลจากดีลเลอร์ทั่วประเทศ แล้วจึงนำคะแนนมาเปรียบเทียบกัน ซึ่งเบนซ์สวนหลวงก็ได้รับรางวัลที่ 1 ต่อเนื่องกันมาทุกปี เป็นรางวัลที่ชื่อว่า The Marque of Distinction Award ซึ่งเป็นการวัดความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่มาซื้อเบนซ์จากดีลเลอร์นั้น ส่วนฝ่ายบริการหลังการขายก็ได้รางวัลเหมือนกัน ชื่อว่า Service Excellent Award ซึ่งเป็นรางวัลศูนย์บริการดีเด่นในเรื่องการซ่อมที่ลูกค้ามีความพึงพอใจสูงสุด และอีกหลายรางวัลที่ได้รับมา
“งานของเราเป็นงานที่ต้องใช้คนในเรื่องการบริการค่อนข้างเยอะ ดังนั้นหลักในการบริหารงานของดิฉันก็คือ พนักงานต้องทำงานอย่างมีความสุขก่อน เมื่อมีความสุขแล้ว เซอร์วิสมายด์หรือใจรักในการให้บริการก็จะออกมาเอง ดิฉันจะใช้หลักในการเอาใจเขา (ลูกน้อง) มาใส่ใจเรา (เจ้านาย) ซึ่งเป็นอานิสงส์มาจากการที่ตัวเราเองเคยไปทำงานเป็นพนักงานที่บริษัทอื่นมาก่อน
ดิฉันจึงเข้าใจว่าในฐานะพนักงานคนหนึ่งนั้น เขาต้องการอะไร เขารู้สึกยังไง ทุกคนไม่ได้ทำงานเพื่อเงินเดือนอย่างเดียวหรอก แต่มันมีเรื่องของความสุขทางใจ หรือต้องการการยอมรับจากผู้อื่น เมื่อทำดีก็ต้องมีคนชม ทำผิดก็ต้องให้โอกาสในการแก้ไข ที่สำคัญยังต้องการความก้าวหน้าด้วย ดิฉันเข้าใจตรงจุดนี้ดี จึงพยายามบริหารงานให้ดีที่สุดเพื่อให้ทุกคนแฮปปี้ที่สุดค่ะ”
มิ้งบอกว่า นิยามความสำเร็จสำหรับเธอก็คือ การทำงานในทุกๆ วันต้องมีเป้าหมายว่าต้องทำอะไรบ้าง และตั้งเป้าหมายในแต่ละปีว่าปีนี้อยากทำอะไร ถ้าสามารถทำได้ตรงตามเป้าหมาย นั่นคือความสำเร็จแล้วล่ะ สำหรับตัวเธอแล้ว ความสำเร็จของปีนี้ก็คือรากฐานของความสำเร็จในปีหน้านั่นเอง
“เมื่อตอนเข้ามาทำงานที่นี่ ตอนนั้นดิฉันยังอายุไม่เยอะค่ะ พนักงานบางคนก็เห็นเรามาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อก็ไม่เคยกดดันว่าดิฉันจะต้องทำได้ถึงเป้าหมายตรงนั้นตรงนี้ แต่ดิฉันเองนี่แหละที่กดดันตัวเอง ดังนั้นในช่วง 2-3 ปีแรกที่เข้ามาทำงาน ดิฉันจึงต้องสร้างการยอมรับจากพนักงานให้ได้ก่อน จากนั้นก็เป็นเรื่องของการสร้างความแตกต่าง โดยเราพยายามเปลี่ยนแปลงเบนซ์สวนหลวงให้ดูทันสมัยขึ้น ก้าวให้ทันโลกมากขึ้น และในอนาคตก็อยากทำให้เบนซ์สวนหลวงกลายเป็นดีลเลอร์อันดับ 1 ของเมืองไทยให้ได้ค่ะ”
ทิ้งท้ายกับสไตล์การแต่งตัวของเธอบ้าง มิ้งบอกว่า เธอชอบแต่งตัวสไตล์โททัลลุค คือจะชอบใส่เสื้อผ้าที่เป็นชุดเดียวไปเลย เช่น จัมพ์สูท ชุดแซ็ก เพราะง่ายดี ไม่ต้องคิดมาก เสื้อผ้าที่ใช้อยู่ก็มีไม่กี่สีคือ ดำ ครีม เทา น้ำเงิน ซึ่งดูฟอร์มอลและดูสุภาพดี ซึ่งเธอจะไปให้ความสำคัญกับการคัตติ้งของเสื้อผ้าเสียมากกว่า
“ถ้าเป็นเสื้อผ้าชุดทำงาน แบรนด์ที่ชอบก็คือ คาลวิน ไคลน์ แต่ถ้าเป็นชุดที่ใส่ในวันหยุดจะชอบเสื้อผ้าแบรนด์ไทย อย่างดิษยา เครื่องประดับที่ใส่ประจำและซื้อบ่อยๆ ก็คือต่างหู ส่วนกระเป๋าและรองเท้าแบรนด์โปรดก็คือ ดิออร์กับชาแนล ซึ่งเป็นสองแบรนด์ที่ดิฉันใช้อยู่เป็นประจำค่ะ”







