
ลูกแอบมีแฟน
สถานการณ์ เมื่อลูกสาววัยทีนเข้าสู่การเป็นวัยรุ่น เข้าสู่โหมดรักๆ ใคร่ๆ หัวใจเริ่มเป็นสีชมพู แน่นอนแม่ไม่เห็นด้วยความไม่เข้าใจระหว่างแม่กับลูกจึงเกิดขึ้น
สถานการณ์ เมื่อลูกสาววัยทีนเข้าสู่การเป็นวัยรุ่น เข้าสู่โหมดรักๆ ใคร่ๆ หัวใจเริ่มเป็นสีชมพู แน่นอนแม่ไม่เห็นด้วยความไม่เข้าใจระหว่างแม่กับลูกจึงเกิดขึ้น
ทางออก ต้องยอมรับว่าเด็กสมัยนี้โตเร็ว อีกทั้งยุคสมัยก็เปลี่ยนไป เครื่องมือสื่อสารต่างๆ เข้ามานำพาชักจูงเด็กวัยรุ่นถึงในบ้าน แม้ลูกไม่ได้ออกไปนอกบ้านแต่สิ่งต่างๆ ก็เข้ามาทางไลน์ ทางอินเทอร์เน็ต และเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งพ่อแม่คงยากที่จะดูแลสอดส่องให้ทั่วถึง และคนเป็นแม่ไม่ว่าลูกจะอายุเท่าไหร่ก็ยังมองว่าเป็นลูกน้อยของแม่ตลอดเวลา ดังนั้นแม่อย่ามัวตั้งคำถาม แต่ควรจะตั้งรับอย่างไรให้ลูกมีความรักอย่างสร้างสรรค์ ไม่เสียเวลาไม่เสียการเรียน ไม่เสียตัวก่อนวัยอันควร
สมัยนี้ต้องยอมรับว่าการเลี้ยงลูกให้โตเป็นเด็กดีมีคุณภาพ มีความนับถือศรัทธาในตัวเอง ไม่ใช่เรื่องง่าย แค่เลี้ยงให้โตนั้นไม่ยาก แต่เลี้ยงให้ได้ดีมีคุณธรรม รักดีรักงาม นั้นยากมาก พ่อแม่ย่อมอยากให้ลูกได้ดีเป็นคนดีทั้งนั้น จนวันนั้นมารู้ว่าลูกแอบมีแฟน คงทำให้แม่แทบช็อก เพราะไม่ใช่วัยที่ควรจะมีแฟน จะลงโทษด้วยการยึดโทรศัพท์ ห้ามเล่นคอมพิวเตอร์ คงเป็นการแก้ปัญหาได้เพียงระยะสั้นที่สำคัญจะบีบคั้นจิตใจผลักให้ลูกรู้สึกมีช่องว่างกับพ่อแม่มากขึ้นไปอีก
จิตแพทย์เคยแนะนำปัญหานี้ไว้ว่า พ่อแม่ต้องเปิดใจยอมรับและพยายามเดินสายกลาง ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป ที่สำคัญควรจะต้องสอนเรื่องเพศสัมพันธ์กับลูกอย่างปลอดภัย ให้ลูกรู้จักวางตัว รู้จักรักและนับถือตัวเอง มีเป้าหมายในอนาคต และยอมรับ (อย่างไม่เต็มใจ) หากลูกจะเริ่มคบแฟน ด้วยการให้เขาพามาให้รู้จัก ยอมให้แฟนมาบ้านได้เป็นครั้งคราวเพื่อเด็กๆ จะได้อยู่ในสายตาพ่อแม่ ถ้าลูกคิดว่าพ่อแม่พูดเปิดใจเรื่องนี้ได้ ปรึกษาได้เขาจะไม่ไปปรึกษาเพื่อน ถ้าบ้านเป็นที่ที่มีความสุข ลูกจะไม่ไปหาความสุขจากนอกบ้าน อย่าตั้งคำถามมากมายแต่ให้เฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ ถ้ามากไปค่อยๆ ดึงกลับมา พ่อแม่ต้องเข้าใจว่าลูกอยู่ในวัยฮอร์โมนว้าวุ่น เป็นเรื่องธรรมดา พยายามประคับประคองให้ลูกผ่านสถานการณ์ตรงนี้ไปให้ได้ หากรอดปลอดภัยไปจนถึงช่วงมหาวิทยาลัยเชื่อว่าเขาจะเริ่มรู้จักคิดมากขึ้น ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญคือช่วงมัธยมปลายนี้แหละ
บางทีลูกก็ไม่รู้แน่ชัดว่าตนเองต้องการอะไรจากพ่อแม่ คนเป็นพ่อแม่จำต้องตระหนักมากขึ้นครุ่นคิดมากขึ้น...เด็กเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามวัย พ่อแม่ก็ต้องเปลี่ยนแปลงปรับตัวตามลูกที่โตขึ้น การเลี้ยงลูกด้วยคำสอน คำสั่ง คำบ่น อาจเอาพฤติกรรมลูกอยู่...แค่เพียงวัยเด็ก แต่เมื่อลูกเริ่มเข้าวัยรุ่นพฤติกรรมต่อหน้าอาจเป็นฉากเพื่อให้เราหยุดบ่น
เมื่อลูกเข้ามัธยมต้นเราควรจะพูดน้อยลงและนั่งลงฟังลูกให้มากขึ้น ฟังอย่างตั้งใจ อย่างใส่ใจ ฟังสิ่งที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้น เข้าใจลูก ให้เวลาลูก รู้จักลูกและให้กำลังใจลูก เพราะนี่คือสิ่งที่ลูกต้องการมากที่สุด







