posttoday
Cookool Dreamy Bakery

Cookool Dreamy Bakery

30 พฤศจิกายน 2557

ในช่วงเริ่มปลายฤดูใบไม้ร่วง ย่างๆ ใกล้ๆ เทศกาลขอบคุณพระเจ้าที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน พ.ย.

ในช่วงเริ่มปลายฤดูใบไม้ร่วง ย่างๆ ใกล้ๆ เทศกาลขอบคุณพระเจ้าที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน พ.ย. อากาศเริ่มหนาว ใบไม้ร่วงกราว เป็นช่วงปลายๆ ของผลไม้อย่างแอปเปิ้ลอร่อยๆ บางครั้งสุกคาต้นเก็บไม่ทันกิน เป็นผลไม้ชาวอเมริกันสมัยก่อนนู้น เขาจึงนำมาคั้นแบบบดอัดเป็น Apple Cider หรือน้ำแอปเปิ้ลสดๆ ต้มระเหยเข้มข้นเอาไว้ผสมน้ำกิน เอามาหมักเป็นน้ำส้มสายชู เรียก Apple Cider หรือหมักเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในรัฐที่ปลูกแอปเปิ้ลเยอะๆ อย่าง นิวยอร์ก เมน เวอร์จิเนีย หรือแมสซาชูเซตส์ เเม้แต่แคลิฟอร์เนียหรือวอชิงตัน ต่างมี Cider House ใหญ่เล็กมากมาย

พอเข้าฤดูกาลนี้ ร้านอาหาร เครื่องดื่มหลายๆ ร้าน แม้กระทั่งสตาบัคส์ คอฟฟี่ จึงมีเมนู Hot Apple Cider ไว้ให้สั่ง นี่แหละช่วงเวลาโปรดของผู้เขียน บางร้านต้มสดๆ ในร้านส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ไม่ใช่หอมน้ำแอปเปิ้ลที่หอมมากๆ อยู่แล้วเท่านั้น ไซเดอร์ร้อนอร่อยๆ ต้องเติมพวกอบเชย ลูกจันทน์เทศป่นลงไปด้วย ที่สำคัญ คอขนมหวานต้องกรี๊ด เพราะไม่ใช่แค่นั้น ของดีจริงๆ ต้องใส่คาราเมลลงไปด้วยจึงจะถูกต้องตามตำรา จินตนาการสภาพอากาศเย็นยะเยือก แต่ในมืออุ่นได้ด้วยแก้วแอปเปิ้ลไซเดอร์ร้อนๆ ค่อยๆ จิบๆ ดมๆ เป็นแรงจูงใจให้เดินฝ่าความหนาวไปเรียนหนังสืออย่างไม่ยากเย็น

กลับมาบ้านเราเมืองไทยเมืองที่ปลูกแอปเปิ้ลไม่ได้ แต่ทำอย่างไรดี ใจนึกอยากชิมแอปเปิ้ลไซเดอร์เหมือนครั้งกระนู้น เลยไปเดินหาแอปเปิ้ลไซเดอร์ หวังจะเหมือนอย่างในอเมริกาที่พอจะมีแบบแกลลอนวางขายตามตู้แช่นม บางครั้งวิลล่ามาร์เก็ตมีขายแบบนำเข้ามาขวดเล็กๆ เกือบ 200 บาท แพงเอาการ ไม่พอเลี้ยงทั้งครอบครัว ครั้นจะใช้น้ำแอปเปิ้ลใสๆ ก็ไม่ถูกต้องตรงตามตำรา แม้ว่าบางร้านจะโมเมว่าเหมือนกันก็ตาม ด้วยอันที่จริงแล้ว ไซเดอร์ต้องเป็นน้ำแอปเปิ้ลคั้นสดๆ ผ่านความร้อนแค่พาสเจอไรซ์ ไม่ผ่านกระบวนการตกตะกอน ลักษณะอาจดูไม่น่าดื่ม เพราะมีสีน้ำตาลเข้มเเละขุ่นๆ คล้ายมีตะกอน ส่วนน้ำแอปเปิ้ลสีเหลืองใสนั้นเรียกเป็น Apple Juice กลิ่นรสแตกต่างกัน ความอร่อยขอไม่เทียบให้ฟัง เนื่องจากชมไซเดอร์มาเยอะแล้ว

เห็นที่บ้านมีเครื่องแยกกากเลยลองเอาแอปเปิ้ลแดงชนิดที่ใกล้เคียงกับที่เขาใช้ทำไซเดอร์มาลองคั้นดู ลองทำตามขั้นตอนคล้ายใน Cider House ทุกอย่างตั้งแต่คั้น ต้ม แต่งกลิ่นด้วยอบเชย กานพลู และลูกจันทน์ป่น ดีใจสุดขีดที่ตัวเองค้นพบวิธีเข้าใกล้ความคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ หน้าหนาวโหดๆ อีกครั้ง ในราคาที่เป็นมิตรเเละมีสาระพอจะนำมาแชร์ให้คุณผู้อ่านลองนำไปทำชิมดู เพราะไม่ยากเลยและอร่อย

อีกเช่นกัน บ้านเราถึงแม้ฤดูกาลจะไม่ชัดเจน อุณหภูมิน่าป่วยเเละปวดหัว ผู้เขียนว่ามันมีข้อดีตรงที่เราจะกินอะไร ดื่มอะไร ธรรมชาติสรรค์สร้างมาให้เรามีกินมีใช้ตลอดทั้งปี แถมจะดื่มไซเดอร์ก็ดื่มได้ทั้งแบบร้อน เมื่ออยู่ในห้องแอร์และถ้าอยากชื่นใจก็แค่เติมน้ำแข็งลงไป

จึงอยากมอบเมนูเครื่องดื่มอมตะในความคิดผู้เขียนอีกเมนูใส่ไว้ใน Cookool Dreamy Bakery ในฉบับนี้กันค่ะ

Cookool Caramel Apple Cider

สำหรับสูตรนี้เหมาะสำหรับดื่มร้อนก็ได้และเย็นก็ดี หากคุณผู้อ่านชอบรสจางกว่านี้สักนิดสำหรับการดื่มร้อนๆ แนะนำให้เติมน้ำสะอาดลงไปต้มพร้อมกับเครื่องเทศต่างๆ สักประมาณ 1 ถ้วยตวง จะทำให้รสชาติเบาบางขึ้น แต่ถ้าดื่มเย็นๆ สามารถทำตามสูตรได้เลยค่ะ หลายคนชิมแล้วต้องบอกว่ารสชาติคล้ายกำลังกิน Apple Crumble เลย

Apple พันธุ์สีแดง เช่น Gala Fuji Ambrosia   8 ลูก

ก้านอบเชย ขนาดประมาณ 2-4 นิ้ว                 1 ก้าน

ผงลูกจันทน์ป่น                                         2 เหยาะ

กานพลู                                                  1 ก้าน

วิปครีมสำหรับเสิร์ฟ

ส่วนผสมสำหรับซอสคาราเมล

น้ำตาลทราย                                        150 กรัม

น้ำสะอาด                                           30 กรัม

กลูโคส                                              50 กรัม

นมข้นหวาน                                         50 กรัม

วิปปิ้งครีม                                           50 กรัม

น้ำแอปเปิลขวด หรือที่คั้นไว้                     50 กรัม

เนยจืด                                               30 กรัม

วานิลลาเพลส                                     ครึ่งช้อนชา

- คั้นน้ำแอปเปิ้ลด้วยเครื่องแยกกาก หรือเครื่องบดอัดคั้นแรงดันต่ำ จะได้น้ำแอปเปิ้ลประมาณ 3 ถ้วยตวง ใส่หม้อเคลือบ หรือหม้อสเตนเลส หลีกเลี่ยงการใช้หม้ออะลูมิเนียม

- เริ่มทำคาราเมล โดยการผสมน้ำตาลทราย กลูโคส และน้ำสะอาด ตั้งไฟโดยไม่คนเลยจนน้ำตาลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีอำพัน เหลืองทอง เขย่าหม้อโดยวนเป็นวงกลมเพื่อให้สีเริ่มกระจายตัว ถ้าชอบรสขมหน่อยๆ ให้ตั้งไฟต่อไปอีกสักนิดเพื่อให้ได้น้ำตาลไหม้ขึ้น

- เติมนมข้นหวาน วิปปิ้งครีม เเละน้ำแอปเปิ้ล ลงไปตั้งไฟอ่อนๆ คนให้เข้ากันและเคี่ยวต่อไปอีก 5 นาที ยกออกจากเตา เติมเนยจืดและวานิลลาลงไป พักให้เย็นสนิท

- นำน้ำแอปเปิ้ลตั้งไฟอ่อน คนไปเรื่อยๆ สำหรับผู้ที่ชอบหวาน หรืออยากดัดแปลงสูตรสำหรับเครื่องดื่มเย็น แนะนำให้เพิ่มน้ำตาลทรายแดงลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

- ใส่กานพลู ลูกจันทน์ และอบเชยลงไป เคี่ยวน้ำแอปเปิ้ลต่อไปประมาณ 8-10 นาที ไฟอ่อนเพื่อไม่ให้ระเหยมาก

- ตักน้ำแอปเปิ้ลใส่ถ้วยเสิร์ฟ แต่งหน้าด้วยวิปครีม จากนั้นบีบซอสคาราเมลลงไป อาจเหยาะด้านบนด้วยลูกจันทน์ป่นหรืออบเชย เสิร์ฟทันที เวลารับประทานไม่ต้องคนให้เข้ากัน แต่ใช้วิธีค่อยๆ ดื่มละเลียดวิปครีมทีละน้อยค่ะ

Tips เนื่องจากแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบโฮมเมดนี้มีความเปรี้ยว และอาจยังมีเอนไซม์บางชนิดหลงเหลืออยู่ หลังจากที่เติมวิปครีมแล้วทิ้งไว้นานเกินไป จะทำให้เกิดการตกตะกอนของนมได้ รสชาติจะไม่อร่อยค่ะ ต้องรีบทำรีบดื่มทันทีจะอร่อยที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท