
เมืองที่คนมีฝันแค่ 2 อย่าง
เมื่อสัก 10 กว่าปีก่อน ฟรีทีวีช่องหนึ่งเอาเพลงการ์ตูนเรื่องมารูโกะมาแปลงเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทย
เมื่อสัก 10 กว่าปีก่อน ฟรีทีวีช่องหนึ่งเอาเพลงการ์ตูนเรื่องมารูโกะมาแปลงเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยเชื่อว่าน่าจะฮิตติดหูคนเกือบทุกเพศทุกวัย
เพลงดังกล่าวมีเนื้อร้องท่อนฮุกว่า “ฝันแล้วก็อยากจะฝันอีก อยากชวนเธอไปเดินอยู่ในความฝัน แล้วพากันไป” สะท้อนถึงยุคที่ผู้คนยังมีความฝันเต็มไปหมด
เรื่องน่าเสียดายคือ เนื้อหาของท่อนฮุกเพลงดังกล่าว ดูจะไม่สื่อความสอดคล้องกับสังคมเมืองยุคปัจจุบันเสียแล้ว
ทุกท่านเคยสังเกตไหมครับ สมัยก่อนคนเรามีอาชีพที่ใฝ่ฝันอยากจะทำ อยากจะเป็นกันมากมาย เป็นหมอ เป็นครู เป็นตำรวจ เป็นทหาร หรือแม้กระทั่งเป็นนายกรัฐมนตรี เรียกว่าเป็นยุคที่มีความฝัน
หลากหลาย แตกต่างจากยุคนี้ที่ผมจะขอจำกัดความว่า คนรุ่นใหม่จำนวนมากเหลือความฝันอยู่แค่ประมาณ 2 อย่างเท่านั้น
ฝันที่หนึ่งคืออยากเป็นนักร้อง ฝันที่สองคืออยากเป็นเจ้าของร้านเครื่องดื่ม (โดยเฉพาะร้านกาแฟ) เล็กๆ ของตัวเอง
อยากให้ทุกท่านเข้าใจตรงกันก่อนว่า ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับคนที่ฝันอยากจะเป็น 2 อาชีพนี้ ทั้งสองอาชีพล้วนเป็นอาชีพสุจริตและเป็นอาชีพที่ดีเฉกเช่นอาชีพอื่นๆ สิ่งที่ผมอยากจะชวนทุกท่านมาคิดไปด้วยกันคือ ทำไมคนยุคใหม่จำนวนมากถึงอยากเป็นแค่ 2 อาชีพนี้
เริ่มจากอาชีพนักร้อง ปัจจุบันมีรายการประกวดประเภท “ค้นฟ้า ปิดตา คว้าไมค์” เกิดขึ้นจำนวนมากมีทั้งรายการเจาะตลาดครอบครัว ตลาดเด็ก ตลาดวัยรุ่น ตลาดทุกเพศทุกวัย ตลาดบน ตลาดกลาง-ล่างตลอดจนตลาดคนถนัดร้องเพลงเฉพาะทาง
รายการเหล่านี้มีลักษณะคล้ายคลึงกันครับ ทุกรายการมักจะมีสโลแกนที่บอกให้คนรู้สึกว่า ถ้าคุณเป็นแชมป์ร้องเพลงของรายการ คุณคือผู้ที่คว้าฝันได้สำเร็จ คุณคือนักร้องตัวจริง คุณคือที่หนึ่งในใจของประชาชนทั้งประเทศ ระหว่างแข่งขันก็เปิดโอกาสให้ทุกคนแต่งตัวหล่อๆ สวยๆ เมื่อจบการแข่งขัน ผู้ชนะและผู้เข้ารอบลึกๆ จะได้รางวัลเป็นการเซ็นสัญญากับค่ายเพลง บางรายการการันตีรายได้ให้ด้วย
ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่จำนวนมากจึงรู้สึกว่านี่แหละคืออาชีพที่ดี อาชีพที่ทำให้ฉันดูดี อาชีพที่รายได้ดี อาชีพที่ทำงานแล้วมีความสุข เป็นอาชีพที่ฉันใฝ่ฝันจริงๆ
สำหรับความฝันอยากเปิดร้านเครื่องดื่ม มักมาทีหลังความฝันอยากเป็นนักร้องครับ ความฝันนี้มักไม่เกิดขึ้นกับประชากรวัยเด็ก แต่จะเริ่มปรากฏในประชากรวัยใกล้เรียนจบและประชากรวัยทำงานออฟฟิศมาได้ระยะหนึ่ง สาเหตุหลักของคนที่ฝันเช่นนี้ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมาจากเรื่อง “เบื่องานออฟฟิศ” หรือ “อยากเป็นนายของตัวเอง”
คำถามคือธุรกิจมีให้เลือกตั้งมากมาย จะเปิดร้านขายลูกชิ้น ขายก๋วยเตี๋ยว ขายท่อน้ำ ก็ได้เป็นเจ้าของธุรกิจเองทั้งนั้น ทำไมต้องเป็นร้านเครื่องดื่มโดยเฉพาะร้านกาแฟเล็กๆ ของตัวเอง
คำตอบก็คือ เพราะร้านกาแฟและร้านเครื่องดื่มอื่นๆ ทั้งแบรนด์ไทยแบรนด์นอกที่มีสาขาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า ธุรกิจนี้สามารถประสบความสำเร็จได้ เป็นธุรกิจกำไรดี (สังเกตว่ารายใหญ่สามารถขายได้ราคาแก้วละเป็น 100 บาท) ที่สำคัญคือ มีภาพลักษณ์ที่ดูดีกว่าเปิดร้านเล็กๆ ขายอย่างอื่น ทุกวันนี้เราจึงเห็นร้านเครื่องดื่มเล็กๆ ผุดขึ้นทุกมุมถนนไปจนถึงมุมซอย
ทั้งหมดนี้คือหลักฐานว่า 2 อาชีพนี้สามารถแสดงข้อดีของอาชีพตัวเองออกมาได้อย่างเด่นชัด จนทุกคนใฝ่ฝันอยากจะเป็น ขณะเดียวกันก็สะท้อน “ความล้มเหลว” ของอาชีพอื่นๆ จำนวนมากที่ไม่สามารถแสดง “เสน่ห์” ของตัวเองออกมาได้ จนบางอาชีพถึงขั้นขาดแคลน
นอกจากบางอาชีพจะไม่ได้แสดงภาพลักษณ์ด้านดีของตัวเองออกมาแล้ว หลายครั้งบุคคลตัวแทนในอาชีพนั้นๆ ยังทำให้ผู้คนรู้สึกว่าอาชีพเหล่านั้นเป็นอาชีพที่ไม่ดีอีกด้วย เช่น อาชีพนักการเมือง
ตอนนี้ถึงเวลาแล้วครับ ที่บรรดาผู้คนในแต่ละสายอาชีพจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดี สะท้อนเสน่ห์ของอาชีพตัวเองออกมาให้คนทั่วไปตระหนักและกลับมาใฝ่ฝันอยากจะเป็นอีกครั้ง
ก่อนที่เมืองของเราจะเหลือแค่นักร้องและเจ้าของร้านกาแฟ







