posttoday
เชฟแฟรงค์ สิทธิปรีดานันท์ สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ด้วยใจรัก

เชฟแฟรงค์ สิทธิปรีดานันท์ สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ด้วยใจรัก

28 พฤศจิกายน 2557

เชฟหนุ่มหน้าตาดี ขาวตี๋ รูปร่างสูงใหญ่แห่งร้านไฮแฮท ซูชิบาร์ (High Hat Sushi Bar) นี้ นอกจากมีใจรักการทำอาหารเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

โดย...ภาดนุ

เชฟหนุ่มหน้าตาดี ขาวตี๋ รูปร่างสูงใหญ่แห่งร้านไฮแฮท ซูชิบาร์ (High Hat Sushi Bar) นี้ นอกจากมีใจรักการทำอาหารเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขายังเรียนจบปริญญาตรีทางด้านการทำอาหารและการโรงแรมจากวิทยาลัยมีชื่อในสหรัฐอีกด้วย เส้นทางชีวิตก่อนที่จะมาเป็น Chef de Cuisine ของร้านนั้นเป็นอย่างไร เชฟหนุ่มผู้รักการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ อยู่เสมอจะมาพูดคุยให้เราฟัง...

“ผมชอบทำอาหาร และมักจะทำอาหารกินเองเป็นประจำ ตั้งแต่ไปเรียนมัธยมปลายที่แคนาดาในปี 1995 แล้วครับ พอนึกอยากกินเมนูไหนก็จะทำกิน
เองบ่อยๆ เมื่อจบมัธยมปลายผมก็มาเรียนต่อปริญญาตรีทางด้าน Information System ที่มหาวิทยาลัย De Paul University ในเมืองชิคาโก สหรัฐ พอเรียนจบแล้วผมได้ทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งตามสาขาที่เรียนมาอยู่ประมาณปีกว่าๆ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่อาชีพที่เรารักจริงๆ ผมจึงตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาตรีทางด้านการทำอาหารและการโรงแรม จาก Kendall College เพิ่มอีก 1 ใบ”

การเรียนด้านทำอาหารและการโรงแรมนี้เอง ที่ทำให้เชฟแฟรงค์มีโอกาสได้ไปฝึกงานและทำงานที่ร้านอาหารในเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส เป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งที่นี่จะเน้นการทำอาหารฝรั่งเศสแท้ๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่อาหารชาติอื่นก็เป็นสิ่งที่เชฟหนุ่มเรียนรู้และทดลองทำเป็นประจำ

ข้อดีของหลักสูตรนี้ก็คือ จะสอนให้รู้จักวิธีคัดเลือกวัตถุดิบ ขั้นตอนในการปรุงอาหาร รวมทั้งเคล็ดลับต่างๆ ที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำอาหาร ดังนั้นเมื่อเรียนจบไปจึงสามารถนำความรู้ไปปรับใช้เพื่อทำอาหารได้ทุกชาติเลยก็ว่าได้

เชฟแฟรงค์ สิทธิปรีดานันท์ สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ด้วยใจรัก

 

“พอเรียนจบปริญญาตรีทางด้านการทำอาหาร ผมก็ได้เข้าทำงานเป็นเชฟที่โรงแรมโซฟิเทล วอเตอร์ฟร้อนท์ ที่ชิคาโกอยู่ประมาณ 2 ปี จากนั้นจึงย้ายไปทำงานเกี่ยวกับการครีเอทเมนูใหม่ๆ ในธุรกิจเคเทอริ่งของ บริษัท Food for Thought อยู่ 2 ปี โดยหน้าที่หลักของผมคือ ต้องครีเอทเมนูใหม่ๆ หลายสิบเมนูให้ลูกค้าได้ทดลองชิม ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจเลือกบริษัทของเราในการดูแลเรื่องเคเทอริ่งในงานเลี้ยงต่างๆ ผมทำงานนี้อยู่ประมาณ 2 ปีจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย และร่วมหุ้นเปิดร้านไฮแฮท ซูชิบาร์ กับเพื่อนๆ ที่ซอยโรงพยาบาลกรุงเทพ (ซอยศูนย์วิจัย) นี้ครับ”

เชฟแฟรงค์บอกว่า อาหารที่เขาชอบที่สุดก็คืออาหารไทย แต่เมนูที่ทำกินเองบ่อยๆ ตอนที่เรียนและทำงานอยู่เมืองนอกก็คืออาหารเม็กซิกัน เพราะหาวัตถุดิบได้ง่าย อีกอย่างตัวเขาก็อาศัยอยู่ในย่านของคนเม็กซิกันด้วย การหาเครื่องปรุงต่างๆ จึงไม่ใช่ปัญหา วันนี้เชฟแฟรงค์จึงถือโอกาสโชว์ฝีมือในการครีเอทเมนูอาหารเม็กซิกันให้เราได้ชิมกัน แถมด้วยเมนูญี่ปุ่นฟิวชั่นอีกด้วย เดี๋ยวรอดูกันว่าเป็นเมนูอะไร

เมื่อถามว่ามีการวางแผนอนาคตไว้อย่างไรบ้าง เชฟหนุ่มตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ถ้าเป็นเรื่องร้านอาหาร ผมคิดไว้ว่าอยากจะสรรหาวัตถุดิบดีๆ อย่างผักออร์แกนิก เนื้อปลาปลอดสารพิษ และอื่นๆ มาเป็นส่วนประกอบของทุกเมนูในร้านเพื่อให้ลูกค้าได้กินอาหารดีๆ เพราะเดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่ค่อนข้างห่วงใยเรื่องสุขภาพกันเยอะ ผมเองก็เริ่มหันมาดูแลสุขภาพแล้วเหมือนกัน ซึ่งในอนาคตเราก็คงพัฒนาเมนูของร้านนี้ให้หลากหลายขึ้น รวมทั้งเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้นด้วยครับ”

ความฝันอีกอย่างสำหรับเชฟหนุ่มก็คือ อยากมีรีสอร์ทที่อยู่ในทำเลดีๆ เช่น ที่เขาใหญ่ ที่ จ.น่าน หรือที่ จ.เชียงราย สักแห่งหนึ่ง ขอแบบที่บรรยากาศชิลๆ อยู่แล้วสบายใจ มาพักแล้วรู้สึกว่าได้พักผ่อนจากสังคมเมืองอย่างแท้จริง ซึ่งผู้มาพักที่รีสอร์ทแห่งนี้ก็ต้องได้กินอาหารเมนูใหม่ๆ หลากหลายเมนูที่เชฟแฟรงค์เป็นคนครีเอทให้ได้ลิ้มลองด้วยแน่นอน

เชฟแฟรงค์ สิทธิปรีดานันท์ สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ด้วยใจรัก

Pinata Guacamole

ส่วนผสม

- ฮอกไกโด สแกลลอป 1 ตัว (30 กรัม)

- มะเขือเทศ ครึ่ง ลูก

- มะนาว ครึ่ง ลูก

- อโวคาโดสุก 1 ลูก

- หอมแดง ครึ่ง หัว

- พริกเม็กซิกัน เม็ด

วิธีทำ

1. นำส่วนผสมทั้งหมดมาหั่นเต๋า หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ยกเว้นมะนาวครึ่งลูกไม่ต้องหั่น

2. นำส่วนผสมทั้งหมดที่หั่นเรียบร้อยแล้วมาใส่ชามกระเบื้อง บีบน้ำมะนาวครึ่งลูกลงบนส่วนผสมทั้งหมดให้ทั่ว

3. จากนั้นคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับแป้งคอร์น ตอร์ติลล่า ชิปส์ สำหรับกินคู่กัน เคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้อยู่ที่รสชาติเปรี้ยวนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ ซึ่งรสชาติจะคล้ายๆ กับเมนูยำบ้านเรา (อาจจะแซ่บน้อยกว่านิดนึง) แต่ก็เป็นเมนูที่อร่อยแปลกใหม่ดี

เชฟแฟรงค์ สิทธิปรีดานันท์ สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ด้วยใจรัก

 

Tiger Almond

ส่วนผสม

- กุ้งลายเสือ 3 ตัว

- ไข่ไก่ 1 ฟอง

- แป้งสำหรับชุบทอด 1 ถ้วยตวง

- อัลมอนด์สไลซ์ 2 ถ้วยตวง

- เกลือและพริกไทยขาว

วิธีทำ

- แกะเปลือกแข็งด้านนอกของกุ้งออกให้เรียบร้อย

- ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยขาว พักให้เครื่องปรุงซึมเข้าตัวกุ้ง

- จากนั้นนำกุ้งที่ปรุงแล้วไปชุบในแป้งที่ผสมกับไข่ไก่และอัลมอนด์สไลซ์ไว้แล้วให้ทั่วตัวกุ้ง

- นำกุ้งลงไปทอดในน้ำมันร้อนอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นาน 3 นาที แล้วตักตัวกุ้ง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

ไวท์ วาซาบิ ซอส

ส่วนผสม

- วาซาบิ 1 ช้อนโต๊ะ

- โยเกิร์ต ครึ่ง ช้อนโต๊ะ

- ซอสญี่ปุ่น ครึ่ง ช้อนโต๊ะ

- หอมใหญ่ซอย 1 ช้อนโต๊ะ

- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

- เกลือและพริกไทยขาว

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมให้เนียนจนเป็นเนื้อเดียวกันเพื่อให้ได้รสชาติที่ดี จากนั้นเสิร์ฟไวท์ วาซาบิ ซอส พร้อมกับกุ้งทอด ก็จะช่วยเพิ่มความอร่อยเด็ดให้กับเมนูนี้มากยิ่งขึ้น

เกร็ดเล็กๆ เกี่ยวกับเชฟ

แม้เชฟแฟรงค์จะชอบคิดสร้างสรรค์และทดลองทำอาหารเมนูใหม่ๆ จากประเทศต่างๆ อยู่เสมอ แต่เชฟแฟรงค์บอกว่า อาหารที่เขาชอบที่สุดก็ยังคงเป็นอาหารไทยอยู่ดี เพราะนอกจากรสชาติของความอร่อยหลากหลายจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลกแล้ว อาหารไทยยังมีส่วนผสมของเครื่องปรุงที่เป็นสมุนไพรอยู่ในทุกเมนูเลยก็ว่าได้ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น นี่แหละถือว่าเป็นภูมิปัญญาของคนไทยที่ชาวต่างชาติไม่สามารถเลียนแบบได้

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69