
แรงบันดาลใจ อยู่รอบตัวเรา
การหาแรงบันดาลใจในการทำงาน ในการใช้ชีวิต หรือในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อาจดูเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ทุกวัน หรือเป็นเรื่องที่คนสร้างสรรค์เก่งๆ เท่าน้ั้นที่จะทำได้ แต่ทราบไหมคะว่า สมองของเรานั้นมีศักยภาพในการมองหาสิ่งใหม่ๆ ที่กระตุ้นสมองเองตลอดเวลา ดังนั้นสมองที่เบื่อจึงเป็นสมองที่ผิดปกติ และการที่เรา “เบื่อ” จึงเป็นเรื่องผิดธรรมชาติสำหรับสมอง
การหาแรงบันดาลใจในการทำงาน ในการใช้ชีวิต หรือในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อาจดูเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ทุกวัน หรือเป็นเรื่องที่คนสร้างสรรค์เก่งๆ เท่าน้ั้นที่จะทำได้ แต่ทราบไหมคะว่า สมองของเรานั้นมีศักยภาพในการมองหาสิ่งใหม่ๆ ที่กระตุ้นสมองเองตลอดเวลา ดังนั้นสมองที่เบื่อจึงเป็นสมองที่ผิดปกติ และการที่เรา “เบื่อ” จึงเป็นเรื่องผิดธรรมชาติสำหรับสมอง
หากเรารู้สึกเบื่อๆ หรือสังเกตว่าช่วงนี้พูดคำว่า “เบื่อจัง” บ่อยๆ แปลว่าเรากำลังอยู่ในภาวะที่สมองไม่ได้ถูกสร้างมาให้เป็นแล้วละค่ะ ลองสังเกตดูสิคะว่า สมองเราชอบโดนกระตุ้นหรือชอบความแปลกใหม่น่าตื่นเต้นแค่ไหน นึกย้อนกลับไปถึงสมัยเป็นนักเรียนประถมหรือนักเรียนมัธยม หากคุณครูหน้าชั้นเริ่มพูดน่าเบื่อแล้วละก็ เราจะเริ่มหันไปเล่นกับเพื่อนบ้าง แอบวาดรูปบ้าง พับเครื่องบินกระดาษบ้าง หรือส่งโน้ตแปลกๆ กวนๆ ถึงกัน โดนจับได้บ้างโดนจับไม่ได้บ้าง แต่ถ้าเป็นเด็กสมัยนี้ก็อาจจะแอบเอามือถือขึ้นมาเล่น แอบออนไลน์ อัพเดทสเตตัสไปเรื่อย นี่ละค่ะคือหลักฐานสำคัญที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าและสัมผัสได้ด้วยตัวเราเองว่า สมองไม่ชอบความเบื่อจริงๆ เจออะไรที่น่าเบื่อสมองก็จะพยายามหาอะไรที่ไม่น่าเบื่อมาชดเชยจนได้
ถ้าเป็นคนวัยทำงานก็คงต้องยกตัวอย่างเวลาที่เรารถติดนานๆ เป็นชั่วโมงว่ามันน่าเบื่อขนาดไหน และสิ่งที่สมองกระตุ้นให้เราทำคือ หาอะไรทำฆ่าเวลาที่ไม่น่าเบื่อ สิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับคนในปัจจุบันคือ หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเล่น แต่หลายคนอาจเลือกวิธีฟังเพลงหรือหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านรอ แต่อย่างไรก็ตามหากเราไม่ผิดปกติจริงๆ แล้วละก็ เราคงไม่สามารถนั่งเฉยๆ มองฝาผนังสีขาวๆ อยู่ได้เป็นชั่วโมงๆ แน่นอน
การใช้ชีวิตไปวันๆ แค่เรียนและแค่ทำงานไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้วางแผนให้เรา “มีชีวิต” นอกห้องเรียนและห้องทำงานนั้นเป็นชีวิตที่ไม่ได้กระตุ้นสมองให้ทำงานได้ดีถึงที่สุด แม้เราจะได้เรียนในสาขาที่รักที่สุดหรือได้ทำงานในฝันของเราแล้วก็ตาม เพราะชีวิตประกอบด้วยอะไรมากไปกว่าแค่งานดีๆ และสาขาวิชาเรียนที่ถูกใจชีวิตที่เป็นมิตรกับสมองคือชีวิตที่เต็มไปด้วยพลังและแรงบันดาลใจ เพราะการที่สมองถูกกระตุ้นด้วยเรื่องราวหรืองานอดิเรกที่น่าตื่นเต้นจะทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตนี้น่าอยู่จริงและมีอะไรให้เรารอคอยคาดหวังด้วยความตื่นเต้นสดใสตลอดเวลา
เราจะรู้ได้เมื่อไรว่า สมองก้อนนี้ถูกกระตุ้นด้วยพลังสดใส... สำหรับหนูดีแล้ว มันคือการที่เราเข้านอนด้วยความตื่นเต้นว่า “ไม่อยากรอให้ถึงวันพรุ่งนี้เลย” เพราะเราได้วางแผนชีวิตเราให้มีแต่เรื่องที่เรารอไม่ไหวที่จะตื่นขึ้นมาทำ และไม่เคยกลัววันจันทร์เลย เพราะเป็นวันที่เราได้ก้าวกลับเข้ามาสู่โลกการทำงานที่เราเลือกแล้วว่าเหมาะกับเราที่สุดอีกครั้ง ส่วนเสาร์อาทิตย์ก็เต็มไปด้วยการพักผ่อนหรือกิจกรรมที่เราเองเลือกแล้วว่าเหมาะกับเรา ชีวิตไม่จำเป็นต้อง “ลงตัวเป๊ะ” เราจึงจะมีความสุขได้ทุกๆ วัน ขอแค่เพียงเราเข้าใจสมองและรู้ว่าทำอย่างไรสมองของเราจึงจะไม่เบื่อและมีพลังงานสดใสหลั่งมาเรื่อยๆ เป็นประจำ
สำหรับหนูดีแล้ว มันคือการมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ทุกวัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงอะไรเลย และยิ่งใครเป็นนักธุรกิจหรืออยากลาออกมาเป็นนายของตัวเอง การสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองเสมอเป็นเรื่องจำเป็นที่แทบขาดไม่ได้เลยทีเดียว
แรงบันดาลใจใหม่ๆ หาได้จากไหน หนูดีพบมันในที่เหล่านี้ค่ะ
พูดคุยกับคน - หนูดีพบว่า การพูดคุยไม่ว่าจะเป็นคุยจริง คุยเล่น คุยซีเรียส คุยสอบถาม นั้นช่างเปิดโลกให้หนูดีจริงๆ เวลาที่เราถามถึงอาชีพเขาซึ่งมักเป็นอาชีพที่คนละเรื่องกับเรา เราถามถึงชีวิตเขา ถามถึงมุมมองแนวคิดของคนที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ได้มานั่งติดกันด้วยเหตุอะไรก็ตาม มันทำให้โลกใบเล็กๆ ของหนูดีใหญ่ขึ้นอีกนิดและน่าตื่นเต้นขึ้นอีกมาก ถ้าหนูดีอัดรายการหนูดีก็จะคุยกับช่างแต่งหน้า และมักพบว่ามันช่างเป็นอาชีพที่น่าอิจฉาจริงๆ ได้รับเงินสดได้เดินทาง ได้สร้างความสุขแบบทันควันให้ลูกค้า หรือถ้าไปบรรยายให้บริษัทขุดเจาะน้ำมันก็ได้คุยกับวิศวกรที่ทำงานบนแท่นขุดเจาะ ฯลฯ แต่หากไม่ได้ทำงานเจอใครเวลาหนูดีไปเรียนปลูกผัก เรียนทำอาหารก็คุยกับเขาไปเรื่อย เป็นคนชอบคุยกับคนและพบว่าเราได้เปิดสมองของเราจริงๆ บางครั้งคุยไปคุยมาได้ไอเดียหนังสือเล่มใหม่เฉยเลย เพราะเป็นมุมมองของคนอ่านจริงๆ ที่บอกหนูดีว่าเขาอยากรู้อะไรเรื่องสมอง
อ่านหนังสือดีๆ ทุกวัน - หนูดีเป็นหนอนหนังสือค่ะ และมั่นใจว่าความสำเร็จเกินกว่าครึ่งในชีวิตนี้ของตัวเองเป็นผลมาจากการเป็นนักอ่าน เพราะเวลาอ่านเท่ากับว่าเราได้เจาะเข้าไปในสมองของนักคิดระดับโลกหรือระดับประเทศ ที่ปกติแล้วเขาคงไม่มีเวลามาพูดคุยกับเราหรือเขาอาจตายไปแล้วก็ได้ เช่น หนูดีเป็นแฟนคลับของเฮนรี่ เดวิด โธโร เกิดไม่ทันเขา แต่ว่าได้ความคิดเขามาเป็นแนวทางชีวิตตัวเองเยอะมาก หนูดีได้พบกับเขาเพียงในตัวอักษร แต่เขาเป็นแรงบันดาลใจอันดับต้นๆ ของหนูดีเลยทีเดียว
เดินทางแบบชนพื้นเมือง - หนูดีเป็นคนไม่ชอบเที่ยวค่ะ แต่ “ชอบไปอยู่” คือไปประเทศไหนก็ตามจะไม่ไปจุดถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวแล้วเอาแค่ภาพกลับมา ส่วนใหญ่หนูดีจะไปอยู่เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ไปอยู่ไปกินแบบชนพื้นเมือง ไปถามไปคุยกับเขา ไปก๊อบปี้ชีวิตเขาระยะสั้นๆ เหมือนเราได้หนีไปจากความเป็นตัวเราชั่วคราว และกลายเป็นคนอีกคนช่วงเวลาหนึ่ง มันช่างเป็นอิสระยิ่งนักจนหนูดีเลิกเป็นนักท่องเที่ยวแต่ขอเป็น “ชนพื้นเมืองชั่วคราว” ของทุกประเทศที่ไปถึง ไปแบบนี้ได้แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบใหม่ๆ กลับมามากมาย ทำให้เรารู้ว่า “ความสุขไม่ได้มีได้แบบไทยๆ ของเราแบบเดียว”
แรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่สร้างได้ในทุกๆ วัน ที่สำคัญแรงบันดาลใจแรกของหนูดีเริ่มที่ก่อนนอน หนูดีอธิษฐานเสมอ ขอให้นอนหลับลึกอย่างมีคุณภาพและตื่นขึ้นมาวันรุ่งขึ้นอย่างสดใส และเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วหนูดีจะยิ้มให้ตัวเองทันทีบนเตียงนอนเลย และกระโดดลุกจากเตียงโดยไม่นอนแช่ พร้อมเริ่มวันใหม่อย่างสดใสและรับแรงบันดาลใจใหม่ๆ ของวันที่กำลังจะมาถึงค่ะ







