
ศิรินันท์ สุทัศน์ศรีสมบัติ ทำธุรกิจก็อย่าลืมทำเพื่อสังคม
แม้ว่าฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ แต่เราก็ฝ่าสายฝนไปสัมภาษณ์สาวเก๋หุ่นดี ศิรินันท์ สุทัศน์ศรีสมบัติ
โดย...อณุศรา ทองอุไร
แม้ว่าฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ แต่เราก็ฝ่าสายฝนไปสัมภาษณ์สาวเก๋หุ่นดี ศิรินันท์ สุทัศน์ศรีสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการสร้างแบรนด์ บริษัท สยามวู๊ดแลนด์ (SW) เจ้าของธุรกิจทำไม้วีเนีย ทำจากธรรมชาติเพื่อมาสร้างบ้าน ที่บริษัทก่อตั้งมา 20 กว่าปี โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นบริษัทตกแต่งภายในและกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง รองลงมาคือเจ้าของบ้านตั้งแต่
ระดับไฮเอนด์ ซึ่งบริษัทของเธอมียอดขายเป็นผู้นำในตลาดของกลุ่มไม้วีเนีย
ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์...
ด้วยความที่เป็นคุณแม่ลูกสองของหนูน้อยวัย 3 ขวบและ 7 เดือน เธอจึงต้องบริหารจัดการเรื่องเวลา เพื่อจะให้การทำงานและการให้เวลากับครอบครัว สมดุลไปด้วยกันทั้ง สอง ทาง เธอเล่าว่าลูกยังเล็กอยากให้เวลากับลูกให้มากที่สุดในช่วงนี้ แต่งานก็ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เธอจึงมีคอมพิวเตอร์พกพาติดตัวไว้ตลอดเวลา
“โชคดีนะที่เทคโนโลยีมันอำนวยความสะดวกให้เราได้มาก ตอนนี้บางครั้งไปส่งลูก หรือไปรับลูกระหว่างนั่งรอก็ทำงานไปด้วย ไม่ให้เสียเวลา เลยได้ทั้งงานกับได้ใกล้ชิดลูกด้วย เพราะพยายามจะรับส่งลูกเองให้ได้เกือบทุกวัน ช่วงลูกเล็ก 3-4 ขวบ นี่ถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญ เขาต้องการความใกล้ชิดกับพ่อแม่มาก แต่พอ 10 ขวบไปแล้ว เด็กๆ จะมีสังคมของตนเอง มีโลกส่วนตัวมากขึ้น เขาจะเริ่มต้องการพ่อแม่น้อยลง ช่วงนี้เลยพยายามให้เวลากับลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้ครึ่งวันเช้าคือส่งลูกและรอรับกลับเพราะเขาเรียนแค่ครึ่งวัน พอช่วงบ่ายก็เข้าออฟฟิศทำงาน ให้ความสำคัญเท่าๆ กันระหว่างเรื่องลูกและเรื่องงาน” เธอกล่าวด้วยความมุ่งมั่น
หลักในการทำงาน...
เชื่อว่าผลงานที่ดีเกิดจากทีมงานที่มี Enthusiasm ในงาน ไม่ต้องถึงกับ Passion ก็ได้ เพราะฉะนั้นปรัชญาในการทำงานหลักๆ เลยคือ “มีความสุขและสนุกกับงานที่ทำ” เมื่อไหร่ทำงานแล้วรู้สึกเครียดให้หยุด เพราะนั่นหมายความว่าเรากำลังเดินมาผิดทาง และเมื่อเรามีความสุข ความรู้สึกนั้นจะส่งผ่านไปยังทีมงานของเราเอง สรุปว่า หากเรารักและมีความสุขในงานที่ทำ เราจะรู้สึกว่าเราไม่ได้ทำงานอีกต่อไป
เมื่อเจอปัญหา...
เธอเข้าใจความจริงของชีวิตที่ว่า ทุกชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สุขทุกข์เป็นของคู่กัน ทุกคนมีสิทธิจะต้องเจอปัญหาอุปสรรคกันบ้างทุกช่วงของการทำงานและใช้ชีวิต ตัวเธอเองก็เช่นกัน ดังนั้นเมื่อเจอปัญหาเธอจะหยุดคิดและทบทวนสิ่งที่มีปัญหาว่าเกิดจากอะไร ความผิดพลาดเริ่มตรงไหน และค่อยๆ แก้ไปทีละจุด และจำสิ่งที่ผิดพลาดไว้เป็นครู บางครั้งก็เอาธรรมะมาเป็นตัวช่วยด้วยการไปนั่งสมาธิ เพื่อให้ได้หยุดจดจ่อกับเรื่องของตัวเองและเตรียมแก้ไข
“จะพยายามจัดเวลาให้ได้ไปนั่งสมาธิปฏิบัติสักปีละครั้ง 3-5 วันเป็นการไปดีทอกซ์จิตใจ ร่างกายยังต้องอาบน้ำทำความสะอาด จิตใจก็เช่นกันควรจะได้ไปชำระล้างให้เบาสบายคลี่คลายลงไปบ้างเช่นกัน ความจริงการปฏิบัติธรรมถ้าเรามีวินัยมีสมาธิที่เข้มแข็งฝึกฝนปฏิบัติที่ไหนก็ได้ แต่การไปวัดมีความสงบเปิดโอกาสให้เราฝึกได้ง่ายและดีขึ้น” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ผู้บริหารที่ดี...
เธอตอบว่าผู้บริหารที่ดีต้องมีจรรยาบรรณในการทำงานแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ จริงใจกับทีมงาน กับลูกค้า เปิดโอกาสให้ลูกน้องก้าวหน้า ส่งเสริมเขาในการทำงาน ให้ความรู้เมื่อโอกาสอำนวย
มองโลกในแง่ดีเข้าไว้...
เธอกล่าวว่า การทำธุรกิจในครอบครัวสำหรับเธอนั้นมองว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสีย อย่างแรกคือเป็นธุรกิจของเราเอง จึงต้องทุ่มเทให้เต็มที่ การสืบทอดธุรกิจจากครอบครัวทำให้เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของพ่อแม่ผู้ก่อตั้ง สายงานบังคับบัญชาสั้นมีความคล่องตัวสูง ข้อเสียอาจจะมีบ้างแต่เธอมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยและไม่มองว่านั่นคือปัญหา
“รุ่นของเราเป็นรุ่นที่สอง เริ่มมีมืออาชีพเข้ามาทำงานมากขึ้น และในหมู่พี่น้องของเราเองก็มีความเป็นมืออาชีพด้วยเช่นกัน เราทำงานเป็นระบบ มีบอร์ดบริหาร การตัดสินใจต่างๆ ผ่าน
ที่ประชุม ไม่มีการนอกรอบใดๆ”
ภาพรวมของธุรกิจในอนาคต...
เธอมองว่าธุรกิจยังไปได้ดีในระยะ 3-4 ปีข้างหน้านี้ สิ่งที่ควรทำก็คือการทำงานให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น สร้างทีมงานให้มีความเข้มแข็ง รักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ให้เหนียวแน่น ขณะเดียวกันก็เพิ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เข้ามาให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มรูปแบบสินค้าให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
อย่าลืมกิจกรรมเพื่อสังคม...
ศิรินันท์ กล่าวต่อไปว่า การทำธุรกิจยุคนี้ต้องควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ธุรกิจดีสังคมต้องดีไปควบคู่กัน เธอเล่าว่าในอนาคต เธออยากจะเปิดโรงเรียนสอนเด็กเล็กที่ด้อยโอกาส อย่างน้อยเราโชคดีที่ได้โอกาสหลายๆ อย่างในชีวิต เมื่อพอมีก็ควรจะเปิดโอกาสให้คนที่ขาดบ้าง
“ไม่ได้คิดการใหญ่เกินตัว อยากเปิดเป็นอนุบาลเล็กๆ โดยเราสนับสนุนอุปกรณ์ค่าเล่าเรียนให้ส่วนหนึ่งเพื่อให้เด็กที่ขาดโอกาสมีโอกาสที่จะได้เรียนมากขึ้น เธอคาดว่าในระยะ 4-5 ปีนี้เธอจะทำให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ การเริ่มที่เด็ก เริ่มที่การให้การศึกษาที่ดี เป็นเบื้องต้นในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้ระดับหนึ่ง เราช่วยในแบบที่เราพอทำได้และเรามีความสุขในการทำแบบนี้ เราจะชวนพนักงานของเราลงมือทำด้วยกัน” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เธอเล่าว่าทุกวันนี้ที่สำนักงานของเธอย่านรังสิตก็มีโครงการจะสร้างศูนย์เรียนรู้อยู่แล้ว โดยจะเสร็จในปีหน้านี้ โดยได้แบ่งสถานที่ชั้น 2 ของสำนักงาน สร้างเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษาด้านการออกแบบ งานก่อสร้าง เสริมสร้างจินตนาการกระตุ้นไอเดียให้แก่เขา เข้ามาใช้บริการได้ฟรี มีงานแสดง มีห้องสมุด มีหนังสือออกแบบต่างๆ ให้นักศึกษาขอเข้ามาใช้งานได้ เป็นพื้นที่เพื่อการศึกษาไม่แสวงหากำไร ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มักจะมีนักศึกษาขอเข้ามาเรียนรู้อยู่บ้าง แต่ปีหน้าเราจะเปิดเป็นทางการ เข้ามาใช้ได้เลยไม่ต้องทำหนังสือขอเข้ามา เปิดเป็นสาธารณะเลย เหมือนห้องสมุดขนาดย่อมๆ ให้คนนอกเข้ามาหาข้อมูลได้
นอกจากนี้ บริษัทของเธอยังนำเศษไม้ที่เหลือ ไปผลิตเป็นโต๊ะเก้าอี้ไปมอบให้กับโรงเรียนขาดแคลนในต่างจังหวัดทุกปี โดยชวนอาจารย์นักออกแบบมาช่วยกันผลิตให้กับโรงเรียนในต่างจังหวัดซึ่งทำมา 3 ปีต่อเนื่อง และจะทำต่อไป และปีหน้าจะเชิญดีไซเนอร์มาออกแบบเป็นอุปกรณ์แฟ้ม สมุด เครื่องใช้ในสำนักงาน อาจจะนำไปขายแล้วเอาเงินที่ได้ไปบริจาคเป็นทุนการศึกษา ก็จะพยายามคิดใหม่เรื่อยๆ ในแบบที่เรามีวัตถุดิบเหมาะสม







